EP.1 : ทริปหลอน [เปิดฉาก]
        เสียงหัวเราะครื้นเครง ภายในห้องอาหารที่มีโคมไฟส่องสว่างดวงใหญ่อยู่บนเพดาน
"แม่ลูกเราจวนจะปิดเทอมล่ะนะ พ่อกับแม่นาน ๆ เราจะหยุดพักบ้าง 2-3 วันที่จะถึงนี้เราพาลูกไปเที่ยวกันเถอะ" พ่อหัันไปถามแม่
"อืม....ก็ได้นะพ่อ..." แม่หันมาพูดกับฉัน "แต่ลูกจ๊ะหลังจากกลับจากเที่ยวลูกต้องตั้งใจอ่านหนังสือนะรู้ไหม?"
ฉันยิ้มร่าด้วยความดีใจ เย้้ !อีกไม่นานฉันก็จะได้ไปเที่ยวแล้วนาน ๆ ฉันจะไดไปเที่ยวไหนกับเขาสักทีเด็กวัย 10 ปีอย่างฉันหลังจากเลิกเรียนแล้วก็ต้องกลับมาอ่านหนังสือการใช้ชีวิตของฉันไม่ค่อยอิสระนักฉันก็ไม่เข้าใจพ่อกับแม่เหมือนกันทำไมถึงต้องวางกรอบการใช้ชีวิตให้กับฉัน อาจเป็นเพราะท่านห่วงจนเลยไปถึงคำว่าหวง ชีวิตของฉันจึงถูกครอบงำเอาไว้ภายใต้บ้านหลังนี้ที่ฉันอาศัยอยู่ในปัจตุบัน แต่ก็ไม่เป็นไรฉันโอเค...เพราะทุกวันนี้ฉันเห็นพ่อกับแม่ทำงานหนักก็เพื่อครอบครัว เพื่อพวกเรา เเละท่านอยากเห็นฉันมีอนาคตที่ดี ฉะนั้นฉันจึงต้องตั้งใจเรียนให้มาก ๆ แล้วก็ขยันอ่านหนังสือ เเละอีกไม่นานนี้ฉันก็จะได้ไปเที่ยวแล้วแหละดีใจกับฉันไหมล่ะ
.
.
.
.
           คุณพ่อวัยกลางคนผมสีดำรูปร่างท้วมอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขายาวแจ็คเก็ตยีนส์สีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่ยืนขนาบข้างผู้หญิงที่ฉันเรียกว่าแม่ที่อยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสเวตเตอร์สีเขียวอ่อนกระโปรงยาวลายดอกไม้สีขาว ในมือถือตะกร้าปิกนิก 1 ใบและกำลังกวักมือเรียกให้ฉันมาขึ้นรถ
            ฉันยืนมองเงาตัวเองที่สะท้อนกับบานประตูหน้าบ้านเด็กสาวสูงสมวัยผมบ๊อบสั้นสวมหมวกไหมพรมรูปกบสีเขียวเสื้อแขนยาวสีขาวลายองุ่นแซมเขียวน่ารักสมวัยใช่ไหมล่ะเอาล่ะฉันว่าฉันพร้อมแล้ว ฉันก้มมองเท้าตัวเองทั้งสองข้างที่มีผ้าใบสีขาวคู่ใจก่อนจะกำชับกระเป๋าสะพายหลังแล้ววิ่งไปที่รถด้วยความดีใจ
           "พ่อแม่คะหนูพร้อมแล้วค่ะ" ฉันโผเข้ากอดพ่อแม่อย่างเต็มรัก ผลัดกันหอมแก้มคนละฟอดใหญ่
            รถแล่นมาเรื่อย ๆ จากภาพตึกสูงรถลากวักไกวก็ผลัดเปลี่ยนเป็นภาพเครือไม้เลื้อยตามต้นไม้สูงสง่าข้างทางสลับซับซ้อนกับทิวเขาน้อยใหญ่ขอบฟ้าที่จรดลงมาช่างกลมกลืนกับหมอกสีขาว ยิ่งทางยิ่งคดเคี้ยวเปลือกตาของฉันก็ยิ่งจะปิดลงเรื่อย ๆ เท่านั้นและสุดท้ายภาพวิวก็แปรเปลี่ยนเป็นความมืดก่อนจะรับรู้ได้ถึงไอเย็นจากตัวรถที่สัมผัสกับทุกอณูรูขุมขนในร่างกายของฉันและทุกย่างก็ดับไปในที่สุด
.
.
.
"ลูกจ๊ะ ๆ ถึงแล้วนะ" แม่เขย่าตัวฉันเบา ๆ ฉันส่งเสียงงึมงำในลำคอ ก่อนจะค่อย ๆ ยืดเหยียดร่างกายด้้้วยความเมื่อยล้า ฉันหรี่ตาปรับโฟกัสกับแสงภายนอกด้วยความยากลำบาก และก้าวลงมาจากรถ แล้วภาพก็ปรากฏในบันดล
"ว้าว ที่นี้สวยมากเลยค่ะ"
"ซูซ่า......ซูซ่า......" เสียงธารน้ำตกที่ไหลลงสู่พื้นผิวเบื้องล่างก่อให้เกิดเสียงดังของน้ำกระทบกันเสียงดังของน้ำกระทบกันนั้นไม่ก่อให้เกิดความน่ารำคาญแต่กลับให้ความสดชื่นช่างเสียงปลุกที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างดี พร้อมทั้งกลิ่นไอน้ำที่ถูกสายลมพัดมาสัมผัสกายมัน..่"สดชื่น" เสียจริง
       เมื่อมองดูท้องฟ้าก็มีเหล่านกออกมาลองลอยกลางนภาโบกปีกสยายเหินเวหาล่องลอยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท้องนภาอันกว้างใหญ่ เหล่ากระรอกที่อยู่บนพุ่มไม้ก็ขยับโดดโลดแล่นจากกิ่งหนึ่งไปกิ่งหนึ่งต้นไม้โยกเยกซ้ายขวาไปตามการกระโดดของกระรอกชวนให้นึกว่าต้นไม้กำลังหัวเราะพร้อมทั้งส่ายหน้าให้กับความน่ารักปนขี้เล่นของพวกกระรอก
.
.
.
         ตะวันเคลื่อนคล้อยจากหัวไปนิดหน่อย มือก็ลูบคลำท้องไปพลาง ๆ ด้วยความหิว หันกลังกลับไปมองภาพความอบอุ่นก็ส่งผ่านเป็นเมมโมรี่การ์ดกักเก็บความรู้สึกเข้าในจิตใจ และกันกเก็บความทรงจำเข้าสู่สมอง......
SHARE
Writer
JenjilaWilajun
613130140104
What things we can't control? Just accept it and let it go.

Comments