อวสานตำนวนอาหารเย็น
เป็นเวลากว่าตีสอง ที่เราต้องพาร่างกายเราลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อสำรอกอาหารเมื่อช่วงเย็นของแม่ที่ตั้งใจทำให้กินนั้นทิ้งไป เพราะความเจ็บ ปวด จุก เสียดแน่นที่กำลังร่ำร้องปะทุเดือดอยู่ภายในร่างกายนี้มันทำให้เรามองข้ามสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว...

อ้วก! อ้วก!


"เจ็บเพราะความอยาก"

หลังจากที่ทำภารกิจเสร็จ สิ่งที่เราทำได้คือการเดินออกมากินยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ความเจ็บจุกเสียดยังไม่บรรเทาลงสักเท่าไรนัก และมันคงเป็นเพราะ "ความอยาก" ตัวเดียวแท้ ๆ ที่ทำให้เราต้องลุกขึ้นมานั่งระงับอารมณ์ความเจ็บปวดอยู่คนเดียวแบบนี้ ในตอนนี้! 02:49 น.


นี่ใช่ไหมที่เขาว่ากันว่า เมื่อเรานำอารมณ์และความอยากเข้านำทุกสิ่งอย่าง ผลของการกระทำเลยต้องมาตกอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น ไม่มีใครเจ็บ ใครปวดแทนเราได้ ไม่มีใครรู้สึกได้ถึงความปวด ความทรมานในกายของเราในตอนนี้ได้ว่ามันเจ็บ มันปวด มันทรมานมากมายแค่ไหน


ส่วนเพื่อนที่นอนด้วยกันก็คงทำได้แค่ เอ่ยขึ้นมาถามเพราะอาจจะเป็นด้วยเสียงจากการสำรอก หรือแม้กระทั่งเสียงไอก็ตาม แต่มันคงจะดังพอให้อีกคนได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ผิดปกติบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในทางที่ไม่ดีนักในตอนนี้


หากแต่เมื่อสิ้นสุดความสงสัยของอีกคนก็เห็นจะจบลงด้วยการนำพาตัวเองเข้าสู่นิทราอีกครั้ง แล้วคงเหลือไว้แค่ตัวเราเองที่ต้องมานั่งรับผิดชอบต่อกระทำ ต่อความอยากของตนในคืนนี้ต่อไป จนกว่าอาการจะเริ่มหายดีแล้วกลับไปนอน


ตอนนี้เป็นเวลากว่าตี 03:13 น. ที่เรานั่งนิ่งหลับตาพิจารณาความปวดที่เกิดขึ้นนั้นอยู่สักพัก และอาการเริ่มทุเลาลงแล้วในตอนนี้ ก่อนจะนั่งพิมพ์สิ่งนี้ไว้เตือนใจตนที่ว่า...

"ความทุกข์" ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ความเจ็บ ความปวดที่เกิดขึ้นตรงหน้าเราในตอนนี้ ในกายในตัวของเรานี้ มันทำให้เรา "ได้สติ" ได้ฉุกคิด ได้พิจารณาตนจากเรื่องนี้ว่า...

...ต่อให้เราจะพยายามหรือทำตัวมองข้ามกับปัญหาหรือความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้ามากน้อยเพียงใดก็ตาม สุดท้ายความทุกข์นั้นและปัญหานั้นก็จะยังคงตามติดและอยู่กับเราต่อไปจนกว่าจะได้รับการแก้ไข หากแต่เมื่อถูกมองข้ามไปนาน ๆ เหมือนอย่างกับที่เราทำมันอยู่ในตอนนี้ละก็...ไม่นานผลลัพธ์ที่จะได้ตอบกลับมามันอาจจะกลายมาเป็น "ความทุกข์ทรมาน" ที่ถูกตอบกลับมาอย่าง "มากเท่าทวีคูณ" จนยากแก่การแก้ไขก็เป็นได้...

หากอาการนี้ถูกแก้ไขตั้งแต่ต้นโดยการกินยาลดกรดตั้งแต่แรกก่อนจะเข้านอน เราคงไม่ต้องลุกขึ้นมาสำรอกอาหารออกกลางดึกแบบนี้ และคงไม่เห็นสภาพตัวเองที่น่าเวทนาที่สุดในกระจกอย่างในตอนนั้น สีหน้าไม่สู้ดี ตาแดงก่ำ สภาพพน่าสังเวชตัวเองสุด ๆ และมันเป็นสิ่งที่เรารังเกียจที่สุดในชีวิตคือ "การสำรอก" ที่เหมือนจะขาดใจตายรอน ๆ แบบนั้น และไม่เคยพิสวาทมันเลยสักครั้ง และต่อไปนี้เราคงจะเข็ดขยาดกับการตามใจปากไปอีกนาน และมันคงจะกลายเป็น


บทสรุปของตำนาน "อวสานอาหารเย็น"
 ไปแล้วสินะ...


อาการดีขึ้นแล้ว
...ฝันดีนะ ^^ ...
SHARE
Written in this book
หีบสมบัติ 'ความรู้สึก'
ความรู้สึกของฉันเกิดขึ้น ณ ที่ใด มันย่อมสวยงามเสมอในความรู้สึกของฉัน และฉันก็ชอบที่เก็บมันไว้เป็นความทรงจำ เผื่อวันหนึ่งนั้นได้ผ่านไปเจอมัน ฉันก็พร้อมที่จะเปิดแล้วก็ปิดมันนั้นลงไว้ในที่เดิม
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments