ดื่มกับพี่เดียร์
1

ผม หมอ และแม่กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แม่ดูจะมีความสุขกับการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ที่สุด แม่ซื้อของมาฝากเพื่อนๆ ของแม่เพียบ ถ่ายรูปมาอวดชาวบ้านก็เยอะ ส่วนหมอก็ยังดูซึมๆ ไม่เปลี่ยน ไม่ใช่เพราะหมอเป็นสปอนเซอร์ให้ทริปนี้หรืออะไรหรอก ผมคิดว่าเป็นเพราะ "หัวใจของหมอ" ยังไม่ปกติมากกว่า

หัวใจของหมอผ่าตัดหัวใจก็ต้องใช้เวลารักษาไม่ต่างจากหัวใจคนธรรมดา หมอไม่สามารถไปบอกกับเพื่อนหมอว่า เออมึงกูอกหัก ช่วยผ่าตัดดามหัวใจให้กูหน่อย กูขี้เกียจรอมันหายเอง ไม่มีอะไรแบบนั้น คุณก็รู้อยู่แล้ว สิ่งที่หมอพูดกับผมได้ในฐานะพี่ชายพูดกับน้องชายก็มีแค่ "เดี๋ยวกูก็โอเค ไม่ต้องห่วง"

วันรุ่งขึ้นหมอขอตัวกลับเชียงใหม่ก่อน หมอบอกว่าลาได้อาทิตย์เดียว ต้องรีบกลับไปลุยงานต่อ หมอถามผมว่า "จะกลับพร้อมกันเลยมั้ย จะรอ" 

"หมอกลับก่อนเลย ผมว่าจะอยู่กับแม่ต่ออีกสักสองสามวัน" จริงๆ แล้วผมรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ไม่ยอมกลับไปพร้อมกับหมอ ผมว่าหมอน่าจะมีเรื่องอยากพูดคุยปรึกษาและบ่นระบายให้ผมฟัง ถึงผมไม่ได้เก่งกาจอะไรเรื่องความรัก แต่ถ้าเป็นเรื่องอกหักและผิดหวังแล้วก็น่าจะเรียกได้ว่ามีประสบการณ์ไม่น้อย ผมไม่รู้ว่าหมอกับแฟนเก่าผูกพันกันไปถึงระดับไหน แต่ที่ผมรู้ก็คือหมอน่าจะรักเธอเอามากๆ คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าเวลาที่เรารักใครหรือรักอะไรบางอย่างมากๆ เนี่ย พอเราขาดสิ่งนั้นไป เราจะรู้สึกเหมือนข้างในตัวกลวงโบ๋ ถึงจะพยายามหาอะไรมาปิดรูนั่น ไม่ว่าจะเป็นคนรักใหม่ หน้าที่การงาน หรือความรับผิดชอบต่างๆ แต่มันก็ไม่เคยปิดรูโหว่ที่ว่านั่นได้เลย หมอกำลังตกอยู่ในอาการแบบนั้น

ระหว่างนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่บ้านผมก็เริ่มออกแบบและจัดวางตารางชีวิตใหม่ เปลี่ยนเวลาแปลหนังสือเป็น 8.00 น. ถึง 11.00 น. อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านแวะซื้อกาแฟกับขนมปัง และไปถึงคอนโดเวลา 11.15 น. เพื่อเช็คห้อง น่าจะเข้าทีอยู่ ก็ผมไม่ได้รับจ้างทำความสะอาดห้องแล้วนี่ แค่ดูแลความเรียบร้อยและหาลูกค้ามาเช่าห้องเท่านั้นเอง 

เมื่อได้เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ดูเหมือนจะไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลยของผม ส่วนเรื่องพี่เดียร์นายจ้างของผม ผมไม่ได้พูดอะไรถึงเธอ ถ้าเล่าเรื่องแบบนี้ให้แม่ฟังมันคงดูแปลกๆ

2

กลับมาถึงเชียงใหม่ผมก็ขอให้นายมาช่วยถ่ายภาพคอนโดให้ใหม่ นายเป็นใครน่ะเหรอ เล่าแบบย่อๆ นะ นายเป็นน้องชายของสาวคนหนึ่งที่เธอเคยพลั้งเผลอมีอะไรกับผมเมื่อนานมาแล้ว เขาช่วยครอบครัวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่จังหวัดลำปาง แถมยังเป็นช่างภาพฝีมือดีประเภทที่ทำให้สินค้าราคาหลักร้อยอัพขึ้นเป็นหลักหมื่นได้

หลังจากขึ้นไปดูห้องที่ต้องถ่าย เราก็มานั่งดวดเบียร์กันที่ร้านข้างๆ คอนโด

"พี่เดียร์ของพี่นี่แกเรื่องเยอะมั้ย" นายถามตามประสาช่างภาพที่ผ่านความประสาทแดกของลูกค้ามาอย่างโชกโชน

"แกอาจจะเป็นคนเนี้ยบๆ แต่ส่วนตัวแล้วเป็นคนน่ารักนิสัยดี นี่ไง" ว่าแล้วผมก็เปิดโปรไฟล์ของพี่เดียร์ในไลน์ให้ดู

"เย็ดเข้ MILF โคตรเด็ดเลยพี่" นายหลุดปากออกมาแบบไม่อายลูกค้าคนอื่นในร้าน

"เบาๆ หน่อยเว้ย อายเขา กูยังต้องอยู่แถวนี้อีกนาน พี่เดียร์แกแก่กว่าพี่เป็นสิบปีนะ"

"โหพี่ ถ้าตรงปกนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยนะ"

"เชี่ย! ตรงปกสิวะ พี่คิดว่าพี่ชอบๆ แกอยู่ว่ะ แต่มันคงไม่เหมาะไม่ควรเท่าไหร่"

"ทำไมไม่เหมาะวะพี่ ของแบบนี้มันไม่ต้องรอให้เหมาะหรอก" ผมว่านายแม่งเมาดิบหรือไม่ก็เมาเนื้อที่ลอยมาจากโต๊ะข้างๆ แน่

ผมส่งข้อความไปหาพี่เดียร์

—พี่เดียร์ ตกลงนายจะมาถ่ายรูปให้พรุ่งนี้นะครับ
—ได้เลย พี่อยากกลับแล้วอ่ะ
—พี่จัดการธุระเรื่องลูกก่อน ทางนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงครับ
—ขอบคุณมิวมากนะ กลับมาต้องมีของตอบแทนแน่นอน

"เหยยยด" นายยื่นหน้ามาดูข้อความที่ผมกับพี่เดียร์คุยกัน "ออดอ้อนเว้าวอนฉิบหาย ผมอยากได้แบบนี้บ้างอ่ะพี่ ต้องทำยังไง"

"ไปนอนฝันเอา ถึงเวลานอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำงาน"

นายกลับมาค้างที่ห้องผม ไม่ทันจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เราสองคนก็ร่วงผล็อยไปบนฟูกคนละมุม ก่อนจะหลับเป็นตายทั้งคู่

3

นายส่งรูปห้องที่ถ่ายมาให้ บอกตรงๆ นะ ดูดีกว่าภาพเดิมเป็นไหนๆ ภาพก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ว่าพี่เดียร์ให้ใครถ่ายให้ แต่มันเหี้ยกว่าห้องจริงๆ มาก ส่วนภาพที่นายถ่ายต้องบอกเลยว่าทำให้ห้องที่ดูดีอยู่แล้วดูดีเข้าไปใหญ่ พอพี่เดียร์ได้เห็นแกก็ไลน์มาบอกว่า

—ชอบมากๆ ค่ะ ถ่ายเก่งจัง อยากกลับเชียงใหม่แล้ว

พออัพโหลดรูปใหม่ที่นายถ่ายลงไป ยังไม่ทันครบยี่สิบสี่ชั่วโมงดี ลูกค้าก็แห่กันเข้ามากดจองห้องจนผมพิมพ์ตอบแทบไม่ทัน

พี่เดียร์ที่ยังคงวุ่นๆ อยู่กับการจัดการเรื่องโรงเรียนลูกที่อเมริการู้เข้าก็ดีใจยกใหญ่ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าผมจะรับมือกับลูกค้าเยอะขนาดนี้ไหวมั้ย

—มิวไหวรึเปล่า
—ไหวครับพี่
—นี่มันอภินิหารเลยนะ มิวว่ามั้ย

ผมก็รู้สึกแบบนั้นแหละ นายเป็นเด็กที่แม่งมีอภินิหารเรื่องการถ่ายรูปจริงๆ เหมือนพระเจ้าส่งนายมาช่วยผมให้งานนี้ไปได้สวย 

งานเดือนแรกของผม ปฏิทินเดือนกรกฎาคม มีลูกค้าจองเกือบเต็มแล้ว เทียบกับปฏิทินเดือนก่อนๆ ต้องบอกว่ามากกว่าเดิมถึงสองเท่า

—มิวจ้ะ พี่จะให้เบอร์แม่บ้านสำรองไว้นะ เผื่อว่าพี่ก้อยทำไม่ไหว
—ครับ
—062*******
—มิวโทรหาสุได้เลยนะ พี่เกริ่นไว้แล้ว
—ครับ

พี่สุเป็นแม่บ้านและพนักงานที่ร้านขนมจีนของพี่เดียร์ ผมบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของพี่สุ จากนั้นก็จดตารางทำความสะอาดห้องของเดือนกรกฎาคม ถ่ายรูปส่งให้พี่ก้อย พี่ก้อยเป็นแม่บ้านคนใหม่ เคยเป็นหัวหน้าแม่บ้านโรงแรมสี่ดาวแห่งหนึ่งที่พี่เดียร์หามาให้ผม

สรุปตัวเลขเฉพาะเดือนกรกฎาคม พี่เดียร์จะได้เงินค่าเช่าทั้งหมดประมาณ 314,000 บาท และพี่เดียร์จะต้องแบ่งให้ผม 30% ก็ประมาณ 94,200 บาท

คุณไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นผมรู้สึกยังไง จากคนว่างงานกลายเป็นคนที่มีเงินเดือนๆ ล่ะเกือบแสน เงินเดือนขนาดนี้ใช้ชีวิตอยู่ในเชียงใหม่ได้สบายๆ ควักสตางค์จ่ายอะไรทีนี่แทบไม่ต้องคิด

4

พี่เดียร์เพิ่งส่งข้อความมาบอกผมว่า

—พี่ให้คนโอนเงินให้มิวแล้วนะ ยอด 138,200 บาท เข้าหรือยังจ้ะ อาทิตย์หน้าพี่กลับแล้วนะ เจอกันนะ พี่มีของไปฝากด้วย

พี่เดียร์ไม่เคยให้ใครต้องรอเรื่องเงินเพราะเธอเป็นคนตรงต่อเวลาเสมอ แต่เรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมขัดเคืองใจคือตั้งแต่กลับจากอเมริกา ผมกับพี่เดียร์ยังไม่ได้เจอกันเลย หรือถ้านัดกันไว้ก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนนัดออกไปทุกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องงานที่ร้านหรือเรื่องวุ่นวายต่างๆ ที่พี่เดียร์ต้องไปสะสาง ข้อความที่ส่งมาทางไลน์เลยออกมาประมาณว่า

—สงสัยวันนี้พี่ไม่ได้ไปเจอมิวแล้วล่ะ ลูกน้องพี่ทำไว้ซะเละเลย ขอเวลาแก้ปัญหาก่อนนะ

ผมคิดว่าผมเข้าใจเธอดีพอประมาณ พี่เดียร์เป็นผู้หญิงทำงาน ความรับผิดชอบต้องมาก่อน แต่เหตุแห่งความหงุดหงิดของผมในเวลานี้มาจากอารมณ์พิศวาสในตัวพี่เดียร์มากกว่าอะไรอย่างอื่น ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าส่งข้อความกลับไปว่า

—พี่จัดการเรื่องที่ร้านให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ

เชื่อผมเถอะว่าในใจผมนี่คิดตรงกันข้าม การได้เจอ นั่งลง และคุยกับพี่เดียร์เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับผม ถึงผมจะพูดว่า "ไม่เป็นไร" แต่จริงๆ แล้วใจผมเรียกร้องอยากจะพบเธอให้ได้ ผมคิดว่าพี่เดียร์เองก็รู้ เธอเลยใช้การรอคอยดึงผมเข้าไปหา

หลังจากปล่อยให้ผมรอจนเธอมั่นใจได้ว่าเธอเป็นสิ่งที่มีค่าและเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากกว่าเงินทอง ในที่สุดเธอก็แอบมาหาผมที่ห้อง 706 ซึ่งผมเพิ่งให้พี่ก้อยเข้ามาทำความสะอาดห้องหลังแขกเช็คเอาท์ออกไป

5

พี่เดียร์สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ของเธอแน่นเปรี๊ยะ ในมือถือถุงดิวตี้ฟรีที่มีกล่องซันโตรีสิบแปดปีอยู่ข้างใน ความรู้สึกของผมในตอนนั้นคืออยากจะถลาเข้าไปกอดเธอในทันที จากนั้นก็อุ้มเธอไปที่โซฟา วางเธอลงอย่างเบามือก่อนจะระดมจูบตามซอกคอ และถอดเสื้อยืดที่บางจนเห็นเสื้อชั้นในสีดำของเธอออก ถ้าไม่มีพี่ก้อยที่กำลังจัดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดตรงระเบียงผมคงทำไปแล้ว

"นี่รางวัลของมิว" พี่เดียร์ส่งสายตาและรอยยิ้มหยุดโลกให้ผม ผมเอื้อมมือไปเปิดคัพบอร์ดหยิบแก้วทรงทิวลิปออกมาสองใบอย่างรู้งาน ถ้าเป็นหมาตอนนี้ผมคงกำลังส่ายหาง กระโดดดีใจ และวิ่งวนไปรอบๆ ห้อง

ผมส่งแก้วให้พี่เดียร์หนึ่งใบ เธอจัดการแกะกล่อง เปิดฝา แล้วรินวิสกี้ ผมโน้มตัวก้มลงสูดกลิ่นวิสกี้จากแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะ แสดงท่าทางชื่นชมความพิเศษของมัน
"สีสวยเลย" พี่เดียร์ว่า

จากนั้นผมตะแคงหน้าดูสีของวิสกี้

"ลองก่อนนะ ชีวิตยังไม่เคยกินเหล้าขวดละสี่หมื่นมาก่อนเลย" พี่เดียร์ยกแก้วขึ้นเพื่อดมกลิ่น 

"อืม... แบล็คเบอร์รี... กาแฟ... ไม่สิ กาแฟใส่นมต่างหาก"

ผมลองจิบดูบ้าง แต่ไม่ได้กลิ่นอะไรอย่างที่ว่าเลย

"ไม่ๆ มิวต้องอมไว้นิดนึงก่อน..." พี่เดียร์ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง "วิสกี้ดีๆ มันต้องกินแบบนี้ เป็นไงได้กลิ่นมั้ย"

จากนั้นผมก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้พี่เดียร์

"หือ… หมายถึงในปากมิวสิ ไม่ใช่ปากพี่" พี่เดียร์หัวเราะชอบใจเหมือนรู้ทัน แต่เธอคงคิดไม่ถึงว่าผมจะกล้าทำอะไรพิเรนทร์ๆ ขนาดนั้น

"ขอโทษครับพี่"

"ไม่ต้องขอโทษ จะบ้าเหรอ"

พี่ก้อยกลับออกไปแล้ว ตอนนี้ในห้องมีแค่เราสองคน เหล้าทำให้พี่เดียร์ดูอารมณ์ดีและน่ารักขึ้นหลายเท่าเหมือนครั้งก่อน

"ได้กลิ่นดาร์คช็อคโกแลตมั้ย"

"ครับ" เอาจริงๆ สำหรับผมตอนนั้น รสชาติมันไม่ต่างจากเหล้าขวดละพันเท่าไหร่ มันอาจจะกินง่ายไม่บาดคอ แต่ถ้าผมต้องจ่ายเงินสี่หมื่นกว่าเพื่อสิ่งนี้ ผมคงจิกทึ้งหัวตัวเอง

เรานั่งดื่มกันไปจนเกือบหมดขวด รู้ตัวอีกทีพี่เดียร์ก็ถอดเสื้อยืดออก เหลือเพียงบราสีดำแบบครึ่งเต้า ผมขอถอนคำพูดที่ว่าแกนมเล็ก จริงๆ หน้าอกแกประมาณคัพบีและไม่ได้หย่อนคล้อยแต่อย่างใด หัวใจของผมเริ่มเต้นแรงขึ้นๆ ผมรีบเดินไปล็อคประตู คุณอย่าได้คิดสัปดนล่ะ ผมแค่กลัวว่าถ้าใครเปิดเข้ามาเห็นผมอยู่กับเธอสองคนในสภาพนี้มันจะไม่ดีสำหรับพี่เขา

"พี่…" ผมชี้ไปที่ครึ่งบนของแก

"ตาย! นึกว่าอยู่ที่บ้าน" แต่เธอก็ยังไม่ได้หยิบเสื้อมาสวมในทันที เหมือนลอบสังเกตสายตาว่าผมมองอยู่มั้ย ผมเห็นรอยสักตรงบั้นเอวเต็มตาเป็นครั้งแรก เป็นรูปตัวอักษรภาษาจีนที่ผมไม่รู้จัก อย่างที่ผมบอก เหมือนพี่เดียร์รู้ว่าผมรอคอยจะเจอเธออยู่แทบใจจะขาด เธออ่านสายตาและจับความรู้สึกผมได้ รวมถึงไอ้ท่าทีแผลงๆ ตอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอด้วย

"พี่ถอดเสื้อทำไม"

"กลัวน้ำกระเด็นใส่เสื้อ ตอนล้างแก้วน่ะ" ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย ผมเดาเอาว่าจากความเคยชินของเธอ การนั่งดื่มกับผู้ชายประมาณนี้น่าจะพาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่เพราะผมกับพี่เดียร์เรายังไม่เคยมีเส้นทางพิศวงร่วมกัน จังหวะการเริ่มต้นนี้ก็เลยขลุกขลักเป็นธรรมดา

"ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวผมล้างเองครับ"

"ขอโทษที่ทำมิวตกใจ"

"ไม่เป็นไรพี่" นี่มันเรียกว่าบุญตาชัดๆ.
SHARE
Writer
Phoomanee
time traveller
(ノ≧ڡ≦)

Comments