(2)
วันที่ฝนตกสำหรับกรุงเทพนั้นแทบไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย น้ำรอการระบายเอ่อล้นท่อน้ำขึ้นมาบนถนน ท่อน้ำบางท่อก็ไม่มีฝา ทางเท้าก็เป็นหลุมเป็นบ่อ

ผมทำได้แค่เพียงเฝ้ารอให้ฝนหยุดตก และภาวนาให้รถไม่ติดมากนัก เห้อ น่าจะหยิบร่มมาด้วย อย่างน้อยผมก็จะได้เดินไปนั่งเล่นที่ร้านอาหารข้างหลังกรมเพื่อหนีรถติดจากชั่วโมงเร่งด่วน

บางครั้งผมเหมือนกับกลายเป็นคนอื่นตอนชั่วโมงทำงาน และกลายเป็นตัวเองที่หมดพลังในตอนเลิกงาน พอหมดเวลาทำงานเหมือนแบตผมหมด โหยหาเพียงเบียร์เย็นๆและเพลงปลอบโยนหัวใจ
นี่สินะที่เค้าเรียกว่า ‘ขายเวลาชีวิต’

‘ไปด้วยกันมั้ย’
และอีกอย่างที่ทำให้ผมมีพลังมากขึ้นคือการได้เห็นหน้าเธอ เธอหญิงสาวที่ผมรักใส่ชุดกระโปรงสีฟ้า มัดผมหลวมๆ ถือร่มสีดำ
‘เราว่าจะไปร้านพี่เล็ก ไปมั้ย’
‘ไปสิ’

เค้าบอกว่าช่วงเวลาที่ผู้ชายตกหลุมรักหญิงสาวเหมือนช่วงเวลาที่เราต้องมนต์สะกด สวยงาม อย่างภาพฝัน
ช่างเป็นช่วงเวลาโรแมนติก ผมขอแย้งตัวเองที่เคยไม่ชอบหน้าฝน ผมชักจะชอบซะแล้ว
และแน่นอนผมชอบเธอมากกว่า

เราเดินเข้ามาในร้านอย่างกับคนไม่ได้รู้จักกัน
เธอเดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อน ส่วนผมนั่งในมุมในสุดของร้าน มุมเล็กๆ โต๊ะเล็กๆ อย่างกับผมกำลังหลบซ่อนใครสักคนอยู่
—เพลงจักรวาลสมมุติขึ้นมาในจังหวะที่เหมาะเสมอ—
ผมทวิตลงในทวิตเตอร์ ก่อนจะดื่มเบียร์หมดแก้ว เติมเบียร์อีกแก้ว แล้วก็ดื่มอีกแก้ว อีกแก้ว และอีกแก้ว


เธอยิ้มแย้มเก่ง ในมุมที่ผมมองตรงนี้เธอสวยงามเหลือเกิน

‘มึงว่าวันนี้เค้าจะสลายการชุมนุมมั้ย’
ไอเจ พนักงานเสิร์ฟมาถามผม ถามกูเนี้ยนะ
‘กูจะไปรู้หรอ ‘
‘นั่นดิ เรื่องราวในอนาคตใครจะรู้ ขอให้พระคุ้มครองทุกคน’

ผมหยิบมือถือ เช็คข่าว แล้วก็ปิด ยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ผมภาวนาให้ไม่มี แล้วก็ดื่มเบียร์อีกแก้ว

ในบ้านเมืองนี้ บ้านเมืองที่เห็นการถูกทำร้ายเป็นสิ่งที่
ถูกต้องหากมาทำร้ายสิ่งที่เขาศรัทธา พอมาคิดในแง่นี้ผมก็คิดไม่ตกว่าอะไรกันแน่คือสิ่งที่ถูก อะไรกันแน่คือสิ่งที่ควร

‘Show time-solitude is bliss’
นักร้องบนเวทีบอกชื่อเพลงดึงความสนใจผู้คนได้ไม่น้อย เราร้องท่อนแรกของเพลงพร้อมกัน บางคนชูสามนิ้ว และบางคนร้องไห้ ส่วนผมได้แต่มองรูปถ่ายของนักแสดงสาวสักคนที่แต่งตัวแนวฮิปปี้ ติดอยู่ตรงผนังร้าน เป็นรูปเล็กๆท่ามกลางสัพเหระที่ถูกติดอยู่ตามผนัง ผมสะดุดตาภาพนี้เหลือเกิน

...เพราะรอยยิ้มของเธอ ช่างสดใสและสงบสุข...
SHARE

Comments