สถานะ x.x : นัดบอด
แม่ผู้เป็นกังวลของฉันได้จัดแจงให้ฉันมาเจอกับลูกชายคนรู้จักด้วยความหวังดี จริงๆ ฉันว่าแม่กลัวว่าลูกสาววัยสามสิบกว่าๆ ของแม่จะตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่ต่างจังหวัดมากกว่า
‘อีกหน่อยถ้าไม่มีแม่แล้วหนูจะอยู่คนเดียวยังไง’ ...ได้ยินทีไรของขึ้นทุกที ฉันก็อยู่คนเดียวมาตั้งหลายปี ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าฉันปฏิเสธหัวชนฝา แม่ก็ยังคงยึดมั่นในความคิดของตนเองมาก ฉันอาจจะต้องหามาตรการใหม่ๆ มาจัดการ

หนนี้แม่เล่นฉันแสบมาก ทำทีว่าเป็นมีธุระสำคัญอยากคุยด้วย ช่วยหาเวลากลับมาบ้านหน่อย พอฉันกลับมาถึงยังไม่ทันจะหย่อนก้นนั่ง ก็รีบจัดแจงลากฉันขึ้นรถและมาส่งที่ร้านอาหารที่ได้นัดหมายผู้ชายมาให้ลูกดูตัว โดยไม่ให้ฉันได้ตั้งรับอะไรทั้งนั้น 
“เขาเป็นนายแบบนะ อายุเท่าหนูแหละ ทำตัวดีๆ นะ” คุณนายแม่กำชับก่อนละลงจากรถ
“ถ้าแม่ยังทำอย่างนี้อีก หนูว่าหนูคงจะไม่กลับบ้านอีกเลยนะแม่ หนนี้หนูยอม เพราะว่าหนูเคารพแม่ แต่แม่ก็ต้องเคารพในสิทธิ์ตัดสินใจของหนูเหมือนกัน” ฉันบอกอย่างจริงจัง และไม่อยู่ฟังว่าแม่จะพูดอะไร เปิดประตูลงจากรถทันที

ฉันมาถึงทีหลัง เขานั่งรออยู่แล้วที่โต๊ะ ผิวพรรณหน้าตาดีทีเดียว เขายกมือทักทาย ฉันจึงเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา 
“ลัคใช่ไหมครับ”
“ค่ะ คุณเบนซ์ใช่ไหมคะ”
“ครับผม” เขายิ้มน้อยๆ 
ลักษณะการพูดของเขากับท่าทาง...เกย์ดาร์กระดิกนะคะ แต่ขอรอคอนเฟิร์มก่อน ถ้าคุยฉันจะรู้แน่ว่าใช่ไม่ใช่

เมื่อสั่งอาหารเสร็จเขาก็เป็นฝ่ายชวนคุย
“คุณแม่บอกว่าคุณสอนหนังสืออยู่ที่ต่างจังหวัด ที่ว่านี่สอนเด็กชั้นไหนเหรอครับ”
“ส่วนมากเป็นปี 2 ค่ะ”
เขาตาโต ดูแปลกใจมาก “เด็กมหา’ลัยเหรอครับ”
“ค่ะ”
“สอนอะไรเหรอครับ” สุภ้าพสุภาพ ดูดีไปหมด...ดูดีเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่จริง
“กายวิภาคศาสตร์ค่ะ”
“เป็นยังไงเหรอครับ ผมเด็กสายศิลป์ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้”
“ก็เกี่ยวกับร่างกายคน อวัยวะ เนื้อเยื่อ เซลล์”
“สอนหมอเหรอครับ แบบผ่าอาจารย์ใหญ่อย่างงี้มั้ย”
“ค่ะ ประมาณนั้น”
เขาออกจะตกใจหน่อยหนึ่ง ฉันเห็นเขาผงะเล็กน้อย นี่เป็นท่าไม้ตายในการไล่ผู้ที่เราไม่อยากจะให้มารุงรังด้วย ส่วนมากพอบอกว่าทำงานแบบไหน คนก็จะไม่อยากยุ่งด้วย จะด้วยความกลัวหรือสยอง หรืออะไรก็ตาม แต่ฉันรักอาชีพนี้ รักงานที่ทำเป็นงานที่ได้ทำประโยชน์มาก และมีเกียรติ

เขายกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง  ส่วนมากคนที่ได้รู้เรื่องอาชีพฉันแล้วมักจะหาทางจากไปโดยเร็ว แต่นี่เขาคุมอาการเก่งดี
“ไปอยู่ตั้งเชียงรายเลยเหรอครับ ไกลเลยนะ”
“ก็ไกลค่ะ แต่ก็เดินทางสะดวก เมืองเขาสงบดีนะคะ อยู่สบาย แล้วก็ได้ทำงานที่ชอบด้วย”
“อ้อครับ” ตากระตุกนิดนึง “...แล้วไปอยู่กับใคร”
“คนเดียวค่ะ“
“อ้อ แข็งแกร่งดีจัง แล้วไม่มีผู้ชายมาจีบบ้างเลยเหรอครับ” จั่วหัวมาแบบนี้ เดี๋ยวมีประเด็นสนุกๆ แน่
“ทำแต่งานไม่ค่อยได้เจอใครหรอกค่ะ แล้วอีกอย่าวเดี๋ยวนี้ผู้ชายดีๆ ที่โปรไฟล์สวยๆ เขาไม่ชอบผู้หญิงอย่างเราหรอก”
“อื้อ...” เขายิ้มแบบมีเลศนัย “แต่ก็มีไม่ใช่เหรอครับ” เดาว่าคงสืบเรื่องของฉันมาประมาณหนึ่ง แอบร้ายนะคะคุณ
“แล้วนึกยังไงถึงยอมมาเจอผม”
ตอบตรงๆ เลยแล้วกันนะ “เพิ่งรู้เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี้เองค่ะว่าต้องมา จริงๆ อยากจะขอคุณเบนซ์ว่าช่วยไปบอกคุณแม่คุณทีว่าฉันแย่มาก แบบเอาให้บอกปากต่อปาก แล้วก็ไม่มีใครอยากมานัดบอดกับฉันอีกเลยก็ดีนะคะ”
“เอ้า ทำไมล่ะ” เขาขำนิดนึง
“คือฉันไม่เชื่อว่าเราจะเจอคนที่ถูกใจจากการนัดดูตัว และฉันว่าจริงๆ ผู้หญิงไม่ต้องแต่งงานหรือต้องมีคนรัก เราก็สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว”
“เฟมมินิสดี ผมชอบนะ” เขายิ้มน้อยๆ “น่าเสียดาย”
...เสียดายอะไร...งง...

“ลัค?” เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้ฉันหันไปมอง ตรัยกำลังเดินตรงมาหาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ส่วนเบนซ์...ฉันเห็นเขาแอบยิ้มแบบขำขัน... เขาจะยิ้มแบบนั้นทำไม ฉันอาจจะตาฝาด
“ไงมึง” เบนซ์ทัก
“นี่รู้จักกันด้วยเหรอ” ฉันอึ้งสิคะ
เขาพยักหน้า “โลกกลมดีนะครับ”
“ที่ว่ามานัดบอดนี่คือกับคนนี้เหรอ!?” ตรัยหันไปถามเบนซ์ แววตาเปลี่ยน...เขาโกรธ...
“ถึงได้โทรเรียกมึงมานี่ไง” เบนซ์หันไปตอบ
“นี่เป็นเพื่อนกันเหรอ”
“สนิทกันตั้งแต่ ม.ปลาย แล้ว หาจังหวะบอกลัคไม่ได้เลย ขอโทษทีครับ”
ตรัยจ้องหน้าฉันเขม็ง ...ทำไมโกรธล่ะ
แล้วฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า เบนซ์...ชื่อเดียวกับคนที่ชอบโทรมาหาตรัยบ่อยๆ โทรมาบ่อยจนคิดว่าเป็นผู้หญิงที่ตามจีบเขาอยู่ ไม่คิดว่าจะเป็นเพื่อนสนิท
“ใจเย็นนะเพื่อน” เบนซ์ตอบ “ลัคเขาโดนแม่หลอกมา ไม่ได้ตั้งใจจะมาเจอกูหรอก สบายใจได้”

ตรัยเลิกคิ้ว สูดลมหายใจ “หึงไปก็แล้วไง จะทำอะไรได้ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” นั่นแน่ะ มีตัดพ้อด้วย
“เออ ก็จริง” ฉันว่า 
เบนซ์หัวเราะก่อนจะบอก “เชิญนั่งครับๆ”

ตรัยสั่งอาหารเพิ่ม และยังคงดูอารมณ์บ่จอย แต่พยายามจะเก็บอาการ 
เบนซ์มองตรัยสลับกับฉัน แล้วยิ้มกว้าง “เอาซะอยู่หมัดเลยนะครับเนี่ย” 
“คะ?”
“ปกติเพื่อนผมนี่มันเสือชัดๆ ลัคทำให้มันเป็นแมวได้ ผมนับถือจริงๆ”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าคุณเบนซ์รู้แค่ไหนนะคะ แต่เรื่องมันยาวค่ะ”
“ผมคงไม่รู้ทั้งหมด แต่ก็อยู่ด้วยตอนโจรกลับใจครับ ตอนที่มันเพ้อมา...” เบนซ์โดนตรัยล็อคคอปิดปากไว้ จนพูดไม่เป็นคำ 
“เอาซะอยากรู้เลย ไว้ค่อยถามทีหลังก็ได้ เราแอ๊ดไลน์คุณเบนซ์ไว้แล้ว เธอคิดเหรอว่าจะรอด” ฉันบอกตรัยพร้อมกับรอยยิ้มแบบมาเหนือ
เบนซ์หัวเราะ “เมื่อไหร่ก็ได้ครับ”
“มึงห้ามคุยกับลัคนะเว้ย”
“ทำไมจะคุยไม่ได้” ฉันแหย่
“ไอ้นี่ก็เสือเหมือนกัน ร้ายกว่าเราอีก เธอรับมือไม่ไหวหรอก” ตรัยบอก
“เอ่อ เพื่อนครับ ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ จะว่าร้ายผมก็เกรงใจผมหน่อย” เบนซ์บอก ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าลัคไม่รังเกียจผมก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ” เขารวบมือฉันไปกุมไว้
“พอเลย พอ” ตรัยแกะมือออก “มึงสลับรางห้าหกรางนั้นให้มันดีๆ พอ ไม่ต้องเพิ่มรางที่เจ็ด”
“โห ดิสเครดิตกันสุดๆ” เบนซ์
ฉันขำมาก เขาคงสนิทกันมากจริงๆ เล่นแหย่น่ารักดี แม้ว่าเบนซ์จะทำท่าทางเหมือนเจ้าชู้ แต่เซ้นส์ฉันบอกว่าเขาไม่ชอบผู้หญิง ยิ่งคุยๆ ไปมันยิ่งรู้สึก 
“ทำเป็นเว่อร์ไปได้ ก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่แนวกู” เบนซ์บอกอีก “...คบสตรีมีแต่เรื่อง”
“ใครจะไปรู้ มึงมันได้หมดถ้าสดชื่น”
โอเค...ชัดเจน เสือไบสินะคุณ
“ว่าไปนั่น แต่ลัคเขาออกตัวว่าไม่ต้องมีผู้ชายก็อยู่ได้ด้วยตนเอง จริงๆ กูชอบนะ แต่มึงจองแล้ว กูเลยจะหลีกให้ก็แล้วกัน”
“ไปบอกแม่มึงด้วยว่าไม่ชอบ โอเคนะ”
“เฮ้ย...ได้ไง โกหกแม่มันบาป” ฉันดูออกว่าเขาจะแกล้งตรัยที่พอโดนแหย่ก็ออกอาการแบบเด็กๆ 
ตรัยบึนปาก ก่อนจะหันมาหาฉัน “คบกับเราเถอะ เราจะได้ทำอะไรได้มั่ง ไม่งั้นโดนแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว เธอไม่สงสารเราเหรอ”
ฉันยิ้มอ่อน “อยากคบด้วยเมื่อไหร่จะบอกละกันนะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
เบนซ์หัวเราะร่า “เล่นตัวเก่งงี้ สเป็กเลย” เขาแหย่ตรัยต่อ
ฉันยิ้มก่อนจะร่วมวงด้วย “จีบได้ แม่ไม่หวง”
เขาระเบิดหัวเราะออกมา ในขณะที่ตรัยทำหน้ามุ่ย “แกล้งกันใหญ่เลยนะ”
ฉันยิ้มพลางเผลอตบมือตรัยแบบเอ็นดู “โอ๋ๆ” ฉันว่า
เขาเลยได้ทีคว้ามือฉันไว้ “แอบจับมือเราเหรอ”
“ดูมัน ร้ายมั้ยล่ะคะเนี่ยคุณเบนซ์”
“มือไวตลอดครับ”
“อย่าเผาเพื่อน”
“สุมไฟเป็นงานถนัด” เบนซ์ว่า “มือไว ปากหวาน ถ้าลงสนามก็ได้เบอร์สาวตลอด”
“เลิกแล้วครับ”
“ก็พอเดาได้ค่ะ เคยเห็นทำอยู่ ต่อหน้าต่อตาเลย” ฉับนบอก นึกถึงตอนที่เขาพาฉันไปนั่งที่บาร์เพื่อเรียนรู้เรื่องการดีลกันในร้านเหล้า ปกติฉันไม่เที่ยว ไม่ดื่ม แต่ตอนนั้นอยากรู้เลยขอให้เขาพาไป จริงๆ แล้วตอนนั้นอยากอยู่กับเขานานๆ อยากรู้จักเขามากขึ้นต่างหาก เลยใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง
“ตอนนั้นเธอขอให้ทำให้ดูอ่ะ” ตรัยทำหน้าตาน่าสงสาร 
ฉันยักคิ้ว
“ก็ตอนนั้น แค่ทำให้ดูไม่ได้คิดอะไร”
ฉันยิ้มมุมปาก “ก็ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายชอบเธอไม่ใช่เธอชอบเรานี่เนาะ”
“อุ้ย! โดนไปหนึ่งดอก” เบนซ์บอก ก่อนจะก้มมองนาฬิกา “เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีมีถ่ายงานต่อ ต้องไปแล้ว”
“ค่ะๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฝากบอกคุณแม่ด้วยตามที่ฉันขอ”
“จะบอกให้ว่าตอนนี้ยังไม่สนใจครับ แต่ต่อไปก็ไม่แน่ ไว้คุยกันในไลน์แล้วกันเนาะ” เขาแอบมองเพื่อนผู้หงุดหงิดพลางยิ้มขำๆ
“ขอบคุณมากนะคะ”

เบนซ์จากไปได้สักพัก ตรัยก็วางช้อนลงทำหน้าตาจริงจัง “เบนซ์ดูดีเลยเนาะ เธอชอบไหม”
“ก็ชอบนะ หล่อ สุภาพ หน้าที่การงาน ฐานะดี”
“อือ” เขาถอนหายใจ “เรารู้ว่าเธอแกล้ง แต่ถึงเธอชอบจริง เราก็...ทำอะไรไม่ได้”
ฉันไม่เคยเห็นมุมน่ารักมุมนี้ของเขาเลยตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา เขามักจะดูแพรวพราวมีลูกล่อลูกชนจนฉันตามไม่ทัน ไหลลื่นไปได้เรื่อยๆ  ไม่เคยอยู่ในสภาวะยอมจำนนแบบนี้ให้เห็นเลย
“เราชอบคนง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันถาม
เขาสบตาฉัน
“เราไม่ได้ชอบใครง่ายๆ แค่เพราะเขาดูดีหรอกนะ ตอนเราชอบเธอ เราก็รู้จักเธอดีประมาณนึงแล้ว รักข้างเดียวอยู่ตั้งหลายปี ไม่เคยเปลี่ยนใจด้วย” ฉันมองเขาตรงๆ เหมือนสารภาพความในใจอีกรอบเลย จู่ๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ สายตาที่เขามองมานั้นเปิดเผยความรู้สึกชัดเจนมากจนทำให้ฉันเขิน จำต้องยอมแพ้หลบตาก่อน
“แล้วตอนนี้เริ่มมีความรู้สึกเดิมๆ บ้างไหม” เขาถาม
“ขอไม่ตอบ”
“สบตาเราหน่อย”
ฉันกลอกตา เก็บอาการก่อนจะสบตาเขา
“เราไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะ” เขายังคงสบตาฉันก่อนจะยิ้มกว้าง “เราว่าเราก็พอมีหวังอยู่ แม้ว่าเธอจะเล่นตัวหนักไปหน่อย แต่หน้าตาเธอมันฟ้องตลอดว่าคิดอะไรอยู่ ...นี่ๆ ถ้าอยากให้แม่เลิกนัดบอดให้ ก็เอาเราไปบ้างก็ได้นะ เรายอมทุกอย่างเลย”
ฉันบึนปาก แต่... “เป็นความคิดที่ดี” 
“ใช่มั้ยล่ะ ให้เราไปเจอแม่ที่บ้านด้วยก็ได้นะ จะได้ดูสมจริง”
“ไว้จะใช้บริการแล้วจะบอก”
“คิดค่าบริการเป็นข้าวเย็นสักมื้อแล้วกันนะ เราเลี้ยงเอง แค่ยอมไปกับเราพอ”
...
SHARE
Written in this book
สถานะ
สถานะเป็นบัญญัติความสัมพันธ์ที่คนเราสมมติขึ้นมาใช้เรียกความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ อันที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์หลายๆ แบบบนโลกใบนี้ ไม่สามารถบัญญัติศัพท์มาใช้เรียกได้ มีความรู้สึกมากมายที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เรื่องราวของคนสองคนก็มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น แล้วเราจะเอาสถานะ มากำหนดเรื่องราวของเราได้อย่างไร?

Comments