ความเห็นต่าง
              ในเรื่องราวบางอย่างในสังคมไทยของเรานั้น มีเรื่องราวต่างๆมากมาย ที่คนไทยหรือคนทั่วไปนั้นไม่ทราบ แล้วข้อมูลต่างๆก็มีในอินเตอร์เน็ต ซึ่งต่างจากสมัยก่อน ที่เราเข้าถึงข้อมูลนั้นยาก ไม่เหมือนปัจจุบันที่เรารับรู้ข้อมูลนั้นรวดเร็วมาก แค่ปลายนิ้ว ข้อมูลมีทั้งภาพและเสียง ตัวหนังสือต่างๆ แต่เรื่องบางเรื่องนั้นถึงแม้จะมีคลิปหรือภาพ แต่บางคนก็ไม่สามารถเชื่อได้ว่ารูปหรือภาพหรือคลิปนั้นเป็นของจริงหรือไม่ หรือความจริงมันเป็นเช่นไร
              การพูดเรื่องการเมืองไทยของเราในปัจจุบันนี้มีหลายฝั่งหลายฝ่าย แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนที่รับข้อมูลข่าวสารมาแบบไหน แล้วแต่จะเชื่อแบบใด มันไม่มีถูกมีผิด แต่รวมๆแล้วทุกฝ่ายก็มุ่งผลประโยชน์ส่วนตัวหรือประโยชน์ของประเทศ อันนี้ต้องใช้สติในการไตร่ตรองว่าความเชื่อที่เราเชื่อแบบไหนมันมีข้อมูลมากกว่ากัน ที่ประกอบการตัดสินใจอยู่ฝั่งหรือฝ่ายไหน หรือไม่อยู่ฝั่งไหนเลย อยู่ตรงกลาง 
             แต่การเมืองบ้านเราไม่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นที่ต่างได้ ซึ่งฝ่ายที่มีอำนาจก็สามารถสร้างกฏหมาย กฏต่างๆ ที่ฝ่ายนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อเอาผิดฝั่งประชาชนได้โดยง่าย โดยประชาชนต้องทำตาม แต่พอฝั่งหรือฝ่ายที่มีอำนาจทำผิดกฏหมายบ้าง กลับเพิกเฉย สร้างหลักฐานปลอม เพื่อให้ฝ่ายตนพ้นผิด แต่พอชาวบ้านทำผิด แค่เก็บเห็ดมีความผิดเหมือนทำผิดมหันต์ ขังคุกตั้ง 20 ปี แต่บางคนบุกรุกป่า ค้ายาบ้า เอาหน้ากากไปขายให้ต่างชาติช่วงขาดแคลนกลับไม่ผิดกฏหมาย ทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูกได้ หรือ บางคนเป็นคนมีเงิน เป็นนายทุน ทำผิดจะขับรถชนคนตายหรือยังไง ก็ไม่ติดคุก สามารถพ้นโทษแบบงง แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีเงิน ยังไงก็ติดคุก 
             มันไม่มีสิ่งใดยุติธรรมเลย แต่เราก็สามารถอยู่บนโลกนี้ได้โดยที่เราก็ทำใจเป็นกลาง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำใจนิ่งเฉยเป็นกลาง อะไรจะเกิดมันย่อมเกิด เราไม่สามารถไปเปลี่ยนหรือทำอะไรได้มาก บางทีทุกสิ่งทุกอย่างมันคงถูกกำหนดมาแล้ว ถึงเราจะออกไปประท้วง ออกไปเรียกร้องความเป็นธรรม เราก็เหมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ มันก็ไม่ชนะอยู่ดี สงครามยังไงก็ต้องมีการสูญเสีย ซึ่งผลของมันย่อมส่งผลต่อทุกคน 
              ถ้าบางคนเบื่อเรื่องทางโลกการเมืองมากๆ ก็ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมาก ถ้าเราสามารถพึ่งตัวเองได้ โดยที่พึ่งสิ่งภายนอกน้อยมาก อาทิ สมมติเรามีพื้นที่ว่างๆเปล่าๆประมาณแค่ 1 ไร่ อยู่ไหนสักที่ ที่ห่างไกลจากเมือง เราก็ทำรั้ว สร้าง 1 ไร่ ของเรา ให้เป็นบ้าน เป็นแหล่งผลิตอาหาร ปลูกข้าวในกระถางก็ได้เอาไว้กิน ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่หรือเป็ด เอาไว้กินไข่ เหลือค่อยขายหรือแบ่งปันเพื่อนบ้าน ช่วยเหลือคนอื่นโดยการให้ความรู้เรื่องที่เราทำอยู่ ให้เขาอิ่มท้อง มีกินเหมือนเรา ทุกสังคมก็จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนกัน ว่างๆก็ชวนคนในบ้านหรือเพื่อนบ้านไปวัดทำบุญตามกาล ไปช่วยงานวัด ศึกษาพุทธศาสนา แล้วเราก็จะมีความสุข บนโลกอันแสนวุ่นวายนี้ ได้โดยที่เราไม่เดือดร้อนเลย ถ้าเราทำได้แบบนี้ เงินแทบไม่สำคัญสำหรับชีวิตเราเลย เราจะเอาเงินมาทำไม ในเมื่อ ในบ้านเรามีพืชผัก ข้าว ปลา อาหาร ให้กิน ปลูกสมุนไพรในการไว้รักษาโรค โรงพยาบาลแทบไม่ต้องไปด้วยซ้ำ ทำบ้านของเราให้เป็นทุกสิ่ง แค่นี้เราก็จะมีความสุขในการใช้ชีวิต
                แต่ถ้าเราไปวิ่งตามโลก ตามสังคมมากเกินไป เราก็จะเกิดความเครียด ความทุกข์ใจ โดยที่เราจะไม่สามารถอยู่ในโลกอันบิดเบี้ยวนี้ได้ จนบางคนเป็นโรคซึมเศร้า จนคิดสั้นฆ่าตัวตาย ด้วยปัญหาต่างๆ ที่ล้อมรอบ อาทิ หนี้สิน ครอบครัว เศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น
                ชีวิตในเมือง ทุกวันนี้ที่เราต้องตื่นแต่เช้า ออกไปทำงานเพื่ออะไร เพื่อปากท้อง ความเป็นอยู่ ทั้งนั้น เหมือนกับเราปลูกข้าวก็อยากกินข้าว ปลูกผักก็อยากกินผัก สู้เราอยู่บ้านเราปลูกทุกอย่างที่กิน ทำบ้านให้เป็นทุกอย่าง แบบนี้จะไม่มีความสุขมากกว่าเหรอ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย คุณภาพชีวิตของเราก็ดีขึ้น
                
SHARE
Writer
BAIpai1988
write
มิตรภาพและรอยยิ้ม

Comments