โรคฝันกลางวัน
“ฝันกลางวัน” โรคอันตรายที่หอมหวานและน่าหลงใหล 

     หากมองแบบฉาบฉวย อาการที่ว่านี้ก็คือการ ‘ฝันกลางวัน’ นั่นเอง เป็นภาวะเพ้อฝันขณะลืมตาตื่น และเป็นภาวะดาษดื่นที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่คุณรู้ไหมว่า ภาวะฝันกลางวันที่ว่านี้ ถ้าเกิดขึ้นถี่จนเกินไป ก็อาจเข้าข่ายการเป็น ‘โรคฝันกลางวัน’ หรือ Maladaptive Daydreaming ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากโรคซึมเศร้าเลยทีเดียว
ว่าแต่ เจ้า ‘โรคฝันกลางวัน’ นี่มันเป็นยังไงกันแน่ ร้ายแรงแค่ไหน และถือเป็นความผิดปกติที่ควรได้รับการรักษาเช่นโรคร้ายอื่นๆ หรือไม่ ?


      เจย์น บีเกลเซน (Jayne Bigelsen) นักวิจัยสาวชาวอเมริกัน เธอได้ศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้มานาน เพราะเธอเองก็เคยประสบกับโรคนี้มาด้วยตัวเอง
เธอเล่าว่าตั้งแต่ 8 ขวบ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างเธอจะเริ่มจินตนาการถึงซีรีส์ต่างๆ ที่เธอชอบ แต่แทนที่เธอจะรอดูตอนต่อไปในโทรทัศน์ เธอกลับสร้างตอนใหม่ขึ้นมาในหัว เธอบอกว่าภาพในหัวเธอนั้นมันชัดเจนมากราวกับกำลังนั่งดูซีรีส์จริงๆ แถมบางครั้งมันยังสนุกกว่าเรื่องต้นฉบับอีกด้วย
เธอกล่าวว่าทุกครั้งที่เธอมีอาการฝันกลางวันนี้ เธอจะเดินวนไปวนมา หรือกำบางอย่างไว้ในมือเพราะมันทำให้มีสมาธิและภาพชัดขึ้น เจย์นดำเนินชีวิตไปแบบปกติ เธอรู้ตัวตลอดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเธอนั้นมันคือความฝันที่ไม่ได้เป็นจริง แต่เธอก็ยังคงหลงใหลที่จะฝันกลางวันแบบนี้ต่อไป
จนขึ้นไฮสกูล เธอเริ่มรู้สึกใช้ชีวิตลำบากขึ้น เพราะไม่ว่าจะทำอะไร โลกความจริงและโลกจินตนาการก็มักจะเชื่อมโยงเข้าหากันโดยที่เธอควบคุมไม่ได้ เธอเล่าว่าเธอเคยนั่งน้ำตาไหลในห้องเรียนเพราะเรื่องในจินตนาการของเธอดำเนินไปถึงจุดดรามา เจย์นพยายามปรึกษาพ่อแม่ที่เป็นหมอแต่ก็ไม่ช่วยอะไร จนเมื่อเริ่มมีอินเทอร์เน็ตเธอก็พบว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เธอที่กำลังประสบปัญหาฝันกลางวัน
        เจย์นพยายามหาว่าสิ่งที่เธอเป็นมันคืออะไร แต่เพราะในทางการแพทย์ยังไม่มีการวิจัยไว้อย่างชัดเจนด้วยความที่เป็นโรคที่ค่อนข้างใหม่ เธอตระเวนเข้ารับการบำบัดอยู่นานจนเธอพบว่ามียาชนิดหนึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการของเธอได้
เจย์นค้นพบว่า การแชร์ประสบการณ์กันระหว่างผู้ที่เป็นโรคฝันกลางวัน เป็นเหมือน “ยาที่ดีที่สุด” และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเผยแพร่เรื่องราวของตนเอง แม้ว่าโรคฝันกลางวันนี้จะเป็นโรคใหม่ แต่ปัจจุบันก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้มีการรวบรวมข้อมูลที่มาที่ไป อาการ รวมถึงการรักษาเบื้องต้นของโรคนี้ไว้ด้วย

อาการเบื้องต้นดังนี้ 


1.ใจลอยเป็นงานประจำ แม้ว่าการใจลอยจะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เป็น แต่หากคุณใจลอยบ่อยและนานจนกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนก็เป็นได้

2.ความรุนแรงในวัยเด็ก การเคยเจอความรุนแรงในวัยเด็ก เช่น การถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ อาจทำให้คุณสร้างโลกอีกใบขึ้นมาเพื่อหลบหนีจากความเจ็บปวดนั้น

3.ย้ำคิดย้ำทำ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำมักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณกำลังอยู่ในโลกจินตนาการ ทั้งการเดินวนไปมา โยนของ หรือหมุนสิ่งที่อยู่ใกล้มือ

4.ภาพคมชัดระดับ HD ผู้ที่เป็นโรคฝันกลางวันมักจะเห็นภาพในหัวชัดเจนจนน่าตกใจ บางครั้งก็จมอยู่กับมันได้นานหลายนาที บางคนถึงขั้นหลายชั่วโมง ราวกับคุณกำลังนั่งดูหนังอยู่ในโรงภาพยนตร์

5.เพ้อฝัน ไม่ถึงขั้นบ้า แม้ว่าคุณจะหลงใหลการฝันกลางวันมากเพียงใด แต่คุณก็มีสติรู้ตัวอยู่เสมอว่ามันคือความฝัน แต่คุณกลับไม่สามารถหยุดคิดถึงมันได้เลย

วิธีป้องกัน และบรรเทาอาการฝันกลางวัน 

1.จดบันทึก ถือเป็นวิธียอดฮิตเลยก็ว่าได้ เพราะการกลั่นกรองสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นตัวอักษร มันทำให้คุณมีสมาธิมากขึ้น

2.ใช้ประโยชน์จากมันซะ การฝันกลางวันกำลังบอกว่าคุณมีจินตนาการที่ดีมาก (อาจจะมากเกินไป) ก็นำสิ่งเพ้อฝันนั้นมาใช้งานเสียเลย ถ้าคุณชอบขีดๆ เขียนๆ ล่ะก็คงได้พล็อตดีๆ มากมายเชียวล่ะ

3.หลีกเลี่ยงสิ่งเร้า ถ้าคุณรู้ตัวว่าอะไรที่กระตุ้นให้คุณเดินเข้าไปสู่โลกของจินตนาการ ก็เลี่ยงมัน หรือคิดถึงเรื่องน่ากลัวที่ทำให้คุณไม่อยากจินตนาการต่อ

4.อย่าว่างเกินไป หากคุณไม่มีเป้าหมาย หรือสิ่งที่อยากทำ หัวคุณจะว่างและจะทำให้คุณหลุดเข้าไปในโลกความฝัน ดังนั้นคุณจึงความสร้างเป้าหมาย อย่างน้อยก็เป้าหมายในแต่ละวัน

5.หาพรรคพวกในออนไลน์ คุณจะได้พบคนที่มีอาการเดียวกันกับคุณ การได้แลกเปลี่ยนความคิดของคนที่มีหัวอกเดียวกันจะทำให้คุณรู้ว่าคุณไม่ได้กำลังเผชิญปัญหานี้คนเดียว

6.ปรึกษาจิตแพทย์ หากคุณคิดว่าอาการมันเริ่มหนักจนทนไม่ไหวแล้วก็ควรเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อหาทางออกที่ดีต่อไป
SHARE
Writer
girlinredshoes
student
17 years old, girl.

Comments