เจ้าชายต่างดาวกับแมงกระพรุน



ดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เขาไม่เคยพบเห็น

โปร่งใส และลอยล่องอย่างเป็นอิสระ สะท้อนสีฉูดฉาดของแสงไฟ แต่การเคลื่อนไหวกลับนุ่มนวลราวสายลม


เจ้าของดวงตาสีประหลาดคู่นั้นไม่สามารถละสายตาไปจากสิ่งมีชีวิตนี้ไปได้ ที่ที่เขาจากมา หาได้มีสิ่งนี้
ได้แต่มองมันวันแล้ววันเล่า

จนวันหนึ่งที่เจ้าชายได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเพียงแต่มอง ทำไมเราถึงไม่ลองสัมผัสกันดูเล่า” เจ้าชายต่างดาวพูดขึ้นกับเจ้าตัวประหลาดของเขา

หากแต่ไร้เสียงใดตอบกลับ เจ้าสิ่งนั้นก็ยังคงลอยไปลอยมา ราวกับเย้ยโลกทั้งใบ สะท้อนแสงวิบวับจากดวงไฟ สะดุดตาชวนให้หลงไหล

เจ้าชายถอดถุงมือของเขาออก วางปลายนิ้วของเขาบนกระจกแผ่นหนา ความเย็นสะท้านผ่านปลายนิ้วเข้าไปยันขั้วหัวใจ หากแต่ยังจรดนิ้วของเขาไม่ยอมละออกไป เพียงหวังว่าจะได้สัมผัสถึงความนุ่มนิ่มที่จินตนาการไว้

หากแต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะสายตาของเขายังคงจับจองเจ้าตัวประหลาดแสนรัก ที่ค่อยๆลอยห่างออกไปไกลจากปลายนิ้ว

เจ้าชายถอดถุงมือหนาของเขาอีกข้าง หมายจะใช้สองมือคว้ามันเอาไว้

แต่เขาก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เขาทำไปนั้นล้วนเปล่าประโยชน์


สองมือเปล่าเย็นเฉียบหนึ่งคู่ และดวงตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความลุ่มหลงอีกหนึ่งคู่ ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียว คือเจ้าตัวโปร่งแสงที่ลอยไปลอยมา เป็นอิสระจนน่าอิจฉา


มือของเขาไล่จับ ตาก็จดจ้องอย่างไม่วาง

เพียงเพราะกระจกแผ่นใสที่กั้นเขาไว้เท่านั้น


“หากมีสิ่งใดกั้นเราไว้ เราก็จะข้ามสิ่งนั้นไป เพื่อไปหาเจ้า” เจ้าชายพูดกับแมงกระพรุนแสนรักของเขา

มือเย็นคู่นั้นปืนป่ายขึ้นไป หมายจะข้ามกระจกแผ่นหนาบานใหญ่ที่กั้นเขาไว้
หากแต่เพราะชุดอวกาศที่เขาใส่มานั้นหนักแสนหนัก ปีนได้ไม่ถึงไหน ก็ต้องตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก

เจ้าชายถอดชุดอวกาศของเขาออก
ชุดที่คอยปกป้องตัวของเขาจากอากาศที่ไม่คุ้นชินของโลกใบนี้
ชุดที่คอยมอบความอบอุ่นและความปลอดภัยให้
เข้าถอดมันทิ้งออกไป ราวกับว่ามันคือภาระ ไร้ประโยชน์ และหนักอึ้ง


อีกครั้งที่เจ้าชายปีนป่ายขึ้นไป

ต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็น
ต่อสู้กับความเจ็บปวดรวดร้าวที่มือเย็นๆ
ต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อย
ต่อสู้กับใจที่อยากจะยอมแพ้

แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าชายต่างดาวก็พาตัวเองมานั่งอยู่บนขอบตู้กระจกใบใหญ่
เมื่อก้มลงไปมองเจ้าตัวประหลาดนั้น หัวใจที่แห้งแล้ง กลับชุ่มชื้นอีกครั้ง

มันยังคงล่องลอยอย่างเป็นอิสระ เป็นเหมือนเดิมอย่างที่มันเคยเป็น

เขาอยากมองมันใกล้ๆกว่านี้
อยากสัมผัสมัน
อยากโอบมันไว้ในอ้อมกอดของเขาไม่ให้มันลอยไปไหน

มีแต่ความปรารถนาที่เต็มเปี่ยมจนล้นออกมาจากดวงตาคู่งามที่จับจ้องมันอยู่
ความปรารถนาที่ยากจะถอดถอนมันออกไปจนหมดใจ
หากแต่ยังพาให้ใจลุ่มหลง ดำดิ่งลึกลงไป
จนยากเกินกว่าจะกลับ

เจ้าชายหย่อนเท้าทั้งสองข้างของตนลงไป

ความเย็นจัดโรมรันจากปลายเท้าไปจรดยันประสาททุกส่วนของร่างกาย
ความรู้สึกประหลาดพุ่งเข้าใส่ประสาทสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย
คล้ายจะลอยก็ไม่ใช่ จะจมก็ไม่เชิง
อึดอัด แต่กลับรู้สึกเบาหวิวราวกับอยู่นอกอวกาศ

สองมือสองเท้า ตะกรุยตะกรายไปมา
เพราะไม่เคยชินกับสภาพแวดล้อมประหลาดเช่นนี้
หากตาแสนสวยคู่นั้น ก็ยังจับจ้องไปที่แมงกระพรุนตัวเดียวในที่แห่งนี้

ยังลอยพริ้วไหวไปกับสายน้ำเย็น

เจ้าชายค่อยๆเคลื่อนตัวไปใกล้ และใกล้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ใกล้จนสิ่งนั้นอยู่ตรงหน้าของเขา

มือของเขาเอือมไปคว้ามันไว้ สัมผัสกับความนุ่มลื่นแปลกประหลาดของมัน
หากแต่ทุกสัมผัสกลับสร้างความปวดแสบปวดร้อนให้

และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องการจะสัมผัสมันมากยิ่งกว่าเดิม

มืออีกข้างของเขา ขยับหมวกที่ครอบคลุมหัวของเขาไว้
คอยส่งผ่านอากาศที่เขาคุ้นชินไว้ให้หายใจ

เจ้าชายกำลังจะถอดสิ่งสุดท้ายที่เขามีออกไป
เพื่อที่จะได้จุมพิศกับแมงกระพรุนซักครั้ง

ทันทีที่ไม่มีหมวกใหญ่โตใบนั้นแล้ว
สายน้ำแทรกซึมผ่านเข้าไปทุกช่องทาง ทั้งปาก จมูก และหู
แรงดันของน้ำกดดัน และพุ่งพล่านไป่วทุกโสตประสาทของร่างกาย
หากแต่เจ้าชายยังคงยิ้มให้กับก้อนประหลาดนั้นราวกับคนบ้า

ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ มือที่จับมันไว้ก็ปวดแสบปวดร้อนจนแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว
แม้กระทั่งสายน้ำเย็น ก็ไม่อาจบรรเทาอาการนี้ได้

มือคู่นั้นค่อยๆโอบมันเข้ามาใกล้ ริมฝีปากก็ค่อยๆเคลื่อนเข้าไปชิด

ความทรมานแทรกซึมไปทั่วร่างกาย สายตาที่เคยมองจับจ้องเพียงแมงกระพรุนเริ่มพล่าเบลอไปเรื่อย
เขายังคงเคลื่อนเข้าไปใกล้ชิด หมายมั่นว่าจะจุมพิศมันให้ได้


แต่วินาทีที่ริมฝีปากของเขาไปสัมผัสกับความนุ่มลื่นของมันนั้น
ก็คือวินาทีเดียวกับที่เขานั้นรู้ตัวทันทีว่า ต่อแต่นี้ไปลมหายใจคงจะต้องสิ้นลงแล้ว

ร่างกายหนักอึ้ง และชาไปทั่วร่าง
แม้แต่ความร้อนผ่าวที่มือ หรือความเย็นของสายน้ำที่เคยแทรกซึม ก็ไม่รู้สึกอีกแล้ว
ดวงตาพล่าเบลอ มองไม่เห็นสิ่งนั้นอีกแล้ว สิ่งที่เขาเคยรักและลุ่มหลงมัน
สมองขาวโพลนไปหมดสิ้น และลืมไปหมดสิ้นทุกอย่าง
ลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ

ร่างนั้นค่อยๆจมลงไปสู่ก้นบึ้งตู้กระจกใบใหญ่
ผิดกับแมงกระพรุนนั้นที่ลอยสูงขึ้นไปเรื่อย ราวกับฉลองให้กับอิสระของมันอีกครั้ง


เขาละทิ้งทุกอย่างบนดาวของเขา มาที่แห่งนี้
ละทิ้งสถานะและตัวตนทั้งสิ้น
ราวกับลืมไปว่าเขาเป็นใคร
ลืมไปว่าเขามาจากต่างแดนอันแสนไกลโพ้น


ทั้งหมดก็เพื่อสิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็น และไม่แม้แต่จะรู้จัก

ไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นอยู่ในน้ำ
ไม่รู้เลยว่าน้ำคือสิ่งใด
และไม่รู้เลยว่าตนหลงรักอะไรอยู่


คลั่งรัก

ราวกับไม้ขีดไฟ ลุ่มหลง เร่าร้อน

หากแต่ จบลงอย่างรวดเร็ว 
SHARE
Writer
wiraar
Muggle
My hair is​ shorter than the thing that I wrote.

Comments