One day trip: จิบงานศิลปะ
เมื่อวานเป็นวันหยุด..ที่ไม่นึกว่าจะได้ไปในที่ที่เคยฝันไว้ 
แต่ว่า..พอไปถึงแล้ว มันไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง 
แต่ก็มีบางอย่าง ที่ดีกว่าที่คาดหวังแทน 
(กำกวมเนอะ ^ ^)

แผนที่เราตั้งใจจะไป เป็นไปแบบไม่ตั้งใจ
เรากับน้องอีกคน เริ่มออกเดินทางไปร้านกาแฟที่ขายต้นไม้
เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่พอเงยหน้าแล้ว
มีดอกไม้แห้งแขวนห้อยลงมาเต็มไปหมด 
สวย..จนเมื่อยคอ

นั่งดื่มช็อคโกแลตมินท์พลาง มองต้นไม้ที่เขาวางขายพลาง
คงตั้งใจมากไป กะว่าจะช้อปให้ได้สักต้น
แต่ยังไม่มีต้นไหนเตะตาเลย ใจเราคงอิ่มเต็มแล้ว
เพราะที่บ้านก็มีต้นไม้เยอะอยู่แล้วด้วย
แต่อย่างน้อย เราก็ได้ไอเดียจัดสวนในอ่างบัวแล้วล่ะ
เอาอ่างบัวที่ไม่ได้ใช้ มาทำให้มีทางน้ำไหลแทนดีกว่า จะได้ปลูกต้นไม้แทน


จากนั้น..น้องก็ชวนไปโรงงานเซรามิคที่เราอยากไปมานานหลายปี
ชวนกันตอนนั้นเลย ขับวน ๆ เลยซอยไปรอบหนึ่ง
แต่ก็วนกลับไปใหม่ ตั้งใจแล้วนี่ ก็ลองไปให้ถึงสิ

ถ้าถามว่าทำไมเราจึงอยากไปที่นั่น
เพราะเมื่อนานมาแล้ว ที่นี่เคยได้รับรางวัลระดับประเทศ
เคยฟังเรื่องราว ที่มาของการทำผลิตภัณฑ์เซรามิคแล้ว 
ถึงกับซึ้ง คิดว่าสักวันหนึ่งต้องไปเห็นของจริงให้ได้

เมื่อไปถึงแล้ว เราประทับใจกับการจัดสวนภายในโรงงานมากๆ
และทิวทัศน์ที่ล้อมบริเวณนั้นไว้ ก็สวยงาม เต็มไปด้วยภูเขาและทุ่งนา
ยิ่งวันนี้ที่เราเดินทางมาถึงที่นี่ ฟ้าหลังฝนทำให้พื้นที่สีเขียวดูสวยเป็นพิเศษ

เรามองหาเจ้าของโรงงาน แล้วขออนุญาตเข้าไปชมผลิตภัณฑ์ของเขา
คิดว่าถ้าไม่แพงนัก จะซื้อมาเก็บเป็นที่ระลึกซะหน่อย
แต่พอเดินเข้าไป เรากลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
โรงงานนั้นขาดการดูแล ห้องที่เก็บผลงานชิ้นโบว์แดงไว้ มีฝุ่นติด
คงยากต่อการทำความสะอาดให้ดูใหม่อยู่เสมอ
ทำให้เรารู้สึกเสียดายจัง ถ้าได้ดูแลมันสักนิด มันน่าจะมีชีวิตชีวากว่านี้นะ
น้องที่มากับเราด้วย ชอบงานศิลปะในนั้น ความวิจิตรยังคงสวยในสายตาเขา
แต่สำหรับเรา..กลับเข้าไม่ถึง เราคงคาดหวังมากเกินไป หรือไม่ก็คงไม่ใช่สไตล์ของเรา

แล้วเราก็เดินออกมาจากโรงงาน ใกล้จะกลับแล้วล่ะ
น้องเขาก็บังเอิญเห็นเห็ดขนมปัง (เราตั้งชื่อเอง) ที่ผุดออกมาบนสนามหญ้า
เราดีใจมาก ไม่เคยเห็นเลย เห็ดแบบนี้
เรารู้สึกว่า นี่ล่ะ คืองานศิลปะชั้นเยี่ยมสำหรับเราเลย
มันมีชีวิต และมันดูมีชีวิตชีวา น่าทานมาก (เราคงจะหิวแล้วล่ะ)
เอ..สรุปว่า เห็ดเลียนแบบขนมปัง หรือขนมปังเลียนแบบเห็ด หรือแค่ใจตรงกันนะ
ก็เลยถ่ายรูปไม่หยุด เลือกภาพนี้มาฝากให้คนที่อ่านบทความนี้นะคะ

สุดท้าย.. ที่ ๆ เราตั้งใจจะไปคือ ทะเลแห่งหนึ่ง ที่ไม่ค่อยมีคนได้ไป
เมื่อก่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยไปรับน้องที่นั่น
จำได้ว่า ได้ประสบการณ์ไม่ดี แต่ไม่ได้เก็บมาคิดอะไรมาก
รถบัสขึ้นเขาไปที่หาดนั้น แล้วเบรกไม่อยู่ ถอยลงมาชนห้องน้ำ
โชคดีที่เรานั่งอยู่แถวหน้า จึงไม่ค่อยกระเทือนเท่าไหร่

วันนี้เราจะลองไปที่นั่นอีกครั้ง ก่อนจะไปถึง ก็ถามทางคนแถวนั้น
มีคุณน้าคนหนึ่งทำสีหน้ากังวล บอกว่าที่นั่นร้างนะ เขาปรับปรุงอยู่
แต่เราก็ยังไม่ฟัง กะว่าไหน ๆ ก็ตั้งใจแล้ว ลองไปดูก่อน 
ถ้าติดอะไรก็คอยว่ากันอีกที พวกเราก็เดินทางไปใกล้จะถึงแล้วล่ะ
แต่ว่า..เขาปรับปรุงถนนสายหลักจริง ๆ แล้วก็ทำทางชั่วคราว
ถมดินให้ขับลงไปข้างทางแทน แต่เพราะวันนี้ฝนเพิ่งตกใหม่ ๆ 
ดูแล้วไม่น่าจะไหว เราก็เลยตัดสินใจ แวะไปหาดใกล้ ๆ แทน

ไม่รู้ว่าชื่อหาดอะไร เป็นหาดที่มีชาวบ้านอยู่ สบายใจไปเปราะหนึ่ง
ก็ลองเดินไปดู สวยใช้ได้เลย มีทะเล มีหาดทราย เหมือนทะเลทั่วไป
แต่ที่ชอบคือ มีโขดหินก้อนใหญ่ 3-4 ก้อน วางเป็นงานศิลปะไว้ตรงนั้น
มีทางน้ำไหล ที่น้ำจืดกับน้ำเค็มมาบรรจบกัน เกิดเป็นสันทราย

อยากจะเดินข้ามไปหาเจ้าโขดหินนั้นเหลือเกิน แต่ก็ไม่แน่ใจว่า
มันจะลึกไปถึงไหนหนอ เลยได้แต่ดูน้ำที่ไหลเชี่ยวนั้นแทน
สันทรายมันอยู่ของมันดี ๆ ก็ลองไปเดินสักนิด อยากรู้ว่า
มันจะแข็งแรงไหม ก็ไม่นะ มันก็เหมือนปราสาททราย
เหยียบไป ก็ทลายลงง่าย ๆ เกือบจะเสียหลักเลย

หาดนี้ถือว่าสะอาดใช้ได้เลย ชาวบ้านคงดูแลดี
ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยกันดูแลให้หาดนี้มีชีวิต..ชีวา
น่าเดินเล่นมาก ๆ เลย

สรุปว่า งานศิลปะชั้นเยี่ยมสำหรับเรานั้น 
คือ ธรรมชาติที่ห้อมล้อมเราเอาไว้ 
ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะได้เจออะไรสวย ๆ แปลก ๆ  
ให้เราได้เซอร์ไพรส์อยู่เสมอ..

เวลาไปเที่ยวธรรมชาติ..คุณเจอเซอร์ไพรส์อะไรบ้าง
เล่ามาได้นะค๊า ^ ^

#takuma

SHARE
Written in this book
INNER: อินเนอะ
ก็แค่..อิน
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments