ความทรงจำของความเจ็บปวดทางร่ายกายที่เจ็บที่สุด
หลายๆ คน คงผ่านความเจ็บป่วย หรือผ่านการรักษาอะไรมามากกว่าเรา เราว่าเราโชคดีนะ ที่รอบนี้เราไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรที่มันถึงเเก่ชีวิต หรือเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เเต่มันก็เป็นโรคหนึ่ง ที่จะต้องเป็นๆหายๆ ไปตลอดชีวิต มันเกิดจากการที่เราโหมงานหนัก ไม่ดูเเลตัวเองให้ดี บวกกับความซวยหลายๆ อย่าง ซึ่งเราก็ยังงงว่า เราเป็นโรคนี้ได้ยังไง มันมาจากไหน พอรู้ว่าเป็นก็เเบบ อ่าว? มาได้ยังไง คิดไปคิดมาก็เครียด

เเต่ว่านะ ก็มันเป็นไปเเล้วอะ คิดว่าเป็นไปได้ยังไง ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ก็มันเป็นไปเเล้วอะ คืออะไรที่หวนย้อนกลับมาไม่ได้ ก็นั่นเเหล่ะ เราเลยต้องมองไปด้านหน้า เผชิญหน้ากับการรรักษา เราพยายามคิดบวกตลอด ถ้ารักษาให้มันหายได้ และทำร่างกายให้ดี มันก็ไม่น่าจะกลับมาเป็นซักพักหนึ่ง เเต่ตอนนี้เราต้องรักษาอาการตอนนี้ให้มันหายไปก่อน

เราไปหาหมอเฉพาะทางมาสามที่ ที่เเรกบอกว่าไม่เป็นไร 
เราก็โอเค ไม่เป็นไร พอผ่านไปเดือนนึง อ่าวไม่หายวะ? เลยไปหาที่ที่สอง
ที่ที่สองก็รักษาให้อาทิตย์ละครั้ง ก็หายบ้างไม่หายบ้าง เอ๊ะ มันนานไปมั้ย
เลยไปที่ที่สาม กลายเป็นว่าที่ที่สองรักษาได้ไม่ดี เลยทำให้โรคกระจายไปหลายเเห่ง
อ่าวซวยเลยทีนี้ 

พอได้ยินยังงั้น หมอก็จับขึ้นเตียงผ่าเลย เราก็เเบบทำใจมาครึ่งว่าอาจจะต้องเจ็บตัว
เเต่ไม่เป็นไรหน่ะ ที่ที่สอง มันก็เจ็บอะ เเต่ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้น  เเต่รอบนี้ รักษาด้วยวิธีใหม่
ใช้ไฟฟ้าความเเรงสูง จี้จุด ซึ่งหมอบอกว่า ไม่เจ็บหรอก เพราะฉีดยาชา

เเต่รู้ปะ ตอนโดนไฟฟ้าจี้อะ ไม่เจ็บจริง ทั้งๆที่กลิ่นเนื้อไหม้ ควันโขมงห้องผ่าตัดขนาดนั้น
เเต่ตอนฉีดยาชาอะ 
นรกบนดินชัดๆเพราะอาการกระจายเป็นวงกว้าง หมอฉีดยาชาให้เราตั้งห้าเข็ม เเต่ละเข็มก็จิ้มจิ้กๆๆ หลายสิบครั้ง
เเล้วฉีดสดอะ เเล้วเป็นที่ๆ มัน sensitive จุดรวมปลายประสาททั้งนั้น
เเบบ อีเหี้ย......
เจ็บจนทนไม่ได้ ร้องไห้ฟูมฟาย ร้องจนเหนื่อย น้ำตาเหือดแห้ง
หมอบอกว่า สงสารมากนะ เเต่ขอให้ทน ไม่งั้นไม่หายนะ เอาละนะจะฉีดอีกนะ

เป็น 20 นาทีที่เหมือนตกอยู่ในขุมนรก
คนเรามันทนความเจ็บปวดได้ขนาดไหนกัน
บางคน คงต้องเจออะไรที่เจ็บมากกว่านี้เเท้ๆ เเล้วพวกเค้าผ่านมันมาได้ยังไง
เเค่ทุกครั้งทีี่เรานึกถึงห้องสว่างๆ กับหมอพยาบาลที่กดเราลงบนเตียง
ภาพหมอที่เติมยาชา กลับมาฉีดเราซ้ำๆ
เเค่คิดขนเราก็ลุกทุกครั้ง เหมือนเป็น  imprinted memory 

สงสัยเราสะบักสะบอมมาก เเถมเมายาชาที่สุดเพราะโดนไปเยอะ
หมอให้นอนพักที่คลินิกเลย พักจนเวลาคลินิกปิด
ก็ต้องนั่งรถไฟ เดินกลับบ้าน
รถไฟที่คนเยอะ ที่เรานั่งไม่ได้ เพราะไม่มีที่ว่าง เจ็บเเผลจัง
ใส่เเมสก์ พร้อมน้ำตาที่ไหลตลอดการเดินทาง เพราะความกลัวที่ยังไม่หมดไป
กับความเจ็บที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเพราะยาชาหมดฤทธิ์

กลับบ้านมา เลือดท่วมเลย พร้อมกินเนื้อเน่า เพราะโดนย่างมา
อาการบวม คือสะบักสะบอมสุดๆ ทั้งกายทั้งใจ
ก็ยังดี ที่มีคนคอยรับฟัง คุณยูตะ ขอบคุณมากๆนะคะ
ขอบคุณแฟน ที่ถึงอยู่ไกลกัน เเต่ก็ยังโทรมาเป็นกำลังใจ เราเจ็บจนนอนไม่หลับ ก็ยังอยู่เป็นเพื่อนคุย สุดท้าย ทั้งๆที่เจ็บมาก เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ สงสัยหมดพลังจริงๆ

อีกวันตื่นขึ้นมา แผลบวมเป่งเลย เเต่ไม่เจ็บนะ
เลยไปหาหมออีกครั้ง หมอบอกเป็นปกติ เพราะโดนย่างสดมา
ก็เลยหอบร่างไปมหาลัย บอกทุกอย่างกับอาจารย์
รองศาสตราจารย์เเลปเรา เป็นอาจารย์ที่เราอยู่ด้วยมาทั้งหมดหกปี
ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย อาจารย์เป็นคนเดียวที่เราสามารถคุยอย่างเปิดอกได้ทุกอย่าง
เราบอกขอโทษอาจารย์ ที่เราดูเเลตัวเองไม่ดี ต้องไปผ่าตัดเล็กทุกอาทิตย์เลย 
หมอนัดให้ไปทุกวันเสาร์ เพื่อดูอาการ เเล้วถ้ายังไม่หาย ก็ต้องผ่าอีก 
เเล้วพอผ่า เราก็ต้องนอนตายอีกสองวัน ทำให้งานเราไม่เดินเลย ทั้งๆ ที่จะจบ ป.เอกในอีกสองเดือนเเล้วเเท้ๆ

อาจารย์เป็นห่วงเรามาก เเต่ก็หัวเราะให้กำลังใจ บอกว่าเอาหน่า ร่างกายมาก่อน
คุณยังต้องอยู่อีกนาน อย่าหักโหม มีอะไรให้บอกผม ถ้าไม่หาย ถ้ากลัว เดี๋ยวผมจะพาไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ ที่ดีกว่านี้เอง รายงานผมทุกอาทิตย์นะ
เท่านั้นเเหล่ะ ปล่อยโฮในห้องอาจารย์เลย เหมือนเราไม่ได้ตัวคนเดียว
การมาป่วยที่ต่างประเทศคนเดียว อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียว เจ็บเเผลคนเดียว
บอกพ่อเเม่ก็ไม่ได้ เพราะกลัวเค้าเป็นห่วง เค้าห่วงไปก็ช่วยเราไม่ได้อยู่ดี
มันเหงา เเล้วก็ใช้พลังใจมาก
ขอบคุณมากๆนะคะอาจารย์ หนูรักเเละเคารพอาจารย์ที่สุดเลยค่ะ
ขอบคุณคุณยูตะด้วยนะ ที่คอยโทรมาหาตลอดๆ 

ท้ายสุดนี้ ขอบคุณอาจารย์หมอที่ผ่าตัดให้
ท่านเคยเป็นหมอที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เเล้วเกษียณมาเปิดคลินิก
ท่านเเก่เเล้ว เเต่เป็นลุงน่ารักมาก ยิ้มผ่านเเมสก์ยังน่ารักเลย
"ไม่เป็นไรนะหนู เดี๋ยวก็หาย เชี่อหมอนะ"
กับมือที่จับไหล่เบาๆ ตอนที่เราร้องไห้จนหมดเเรงด้วยความเจ็บ
ไม่ว่ากับเพื่อนสนิทเราที่เป็นหมอฉุกเฉินอยู่ที่ไทย
เราโทรหามันตลอด เพราะมันเป็นคนเดียวที่ทำให้เราสบายใจ
ส่งรูปเเผลให้เพื่อนดู ส่งยาให้เพื่อนดู
ขอบคุณนะมึง ถ้าไม่มีมึง กูคงประสาทเเดกไปนานเเล้ว

อาชีพหมอนี่ เป็นอาชีพที่ให้กำลังใจคนสุดๆเลย
เเค่คำว่า "ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หาย" ที่มาจากปากเเพทย์
มันทำให้คนไข้อย่างเราสู้มากๆเลย
ชาติหน้าเกิดมา เราอยากเป็นหมอจัง เราอยากช่วยคนเเบบนี้บ้างจัง

เเต่สุดท้าย คำที่ลุงหมอพูดว่า

มาให้หมอดูใหม่ทุกอาทิตย์นะ ถ้าไม่หาย หมอจี้ใหม่นะ ฮ่าๆเเม่งเล่นเอาเราซีดเลย
ทำใจให้ไปหาลุงหมอไม่ได้ กลัวโดนจี้ซ้ำ เเงงงงง
เเต่ก็คงจี้น้อยกว่ารอบนี้อะ คงจี้เพิ่มจุดที่ไม่หายจริงๆ
เเล้วความเจ็บคงน้อยลงๆ หวังว่านะ

มนุษย์เรากลัวอะไรที่สุดหรอ?
เรารู้เเล้วล่ะ
ความเจ็บปวดทางร่างกายหนึ่งคำตอบเท่านั้น
ไม่รู้ว่าพวกที่โดนทรมาณจนตายในสงคราม 
ต้องเจ็บขนาดไหนจนตายอะ
เเค่คิดก็จะเป็นลม ขอให้ทุกคนไปสู่ภพภูมิที่ดี ให้ชาติหน้าไม่ต้องเจอความเจ็บปวดอีกเเล้ว

ส่วนเรา
ขอให้ไม่โดนลุงหมอจี้ซ้ำ
สาธุ


SHARE
Writer
Hiphop_hippo
On the way_Plant Researcher
My life in Japan and my stories 😃 Phd student Passionate plant scientist

Comments

Sansastarkzz
6 days ago
เราเองเพิ่งหายจากแผลติดเชื้อ ผ่านการทำแผลทุกวันสองอาทิตย์เจ็บปวดเหมือนกัน สู้ๆนะคะ55
Reply
Hiphop_hippo
5 days ago
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เจ็บมากป่าวคะ เเล้วมันก็จะผ่านไปเนอะคะ เราก็จะสู้ๆ เหมือนกันค่ะ
jaolookped
5 days ago
ขอให้หายไวๆและไม่กลับมาเจ็บซ้ำอีกนะคะ
เล่าเรื่องได้น่ารักมากๆเลยล่ะค่ะ สู้ๆนะคะ ทั้งเรื่องการรักษา การเรียน และทุกๆเรื่องเลยย:)
Reply
Hiphop_hippo
4 days ago
ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับกำลังใจ นี่เพิ่งไปหาหมอมา สรุปโดนผ่าเพิ่มค่ะโอ่ยยยยย 5555555555 ยังไม่ทันได้น่อร้องต่อเถียงหมอฉีดยาชาแล้ว แอ่ก
Yoryuyi
3 days ago
คุณเก่งมาก ๆ เลยค่ะ ขอให้หายไว ๆ ไม่ต้องทรมานอีกต่อไปนะคะ สู้ ๆ กับทุกเรื่องเลยนะคะ ดีใจที่คุณมีคนคอยรับฟัง เป็นกำลังใจให้นะคะ 😊
Reply