สถานะ x.x: ป่วย
มีคนบอกว่าผู้ชายดูน่ารักที่สุดตอนนอนหลับ เห็นจะจริง เขานอนหลับตาพร้ิม ใบหน้าครึ่งเสี้ยวนั้นดูหล่อขึ้นมากในยามที่ไม่ได้จ้องมองฉัน อาจเป็นเพราะฉันเคยชินกับการเป็นฝ่ายมองเขามากกว่า ไม่ชินกับการอยู่ในสายตาเขาเท่าไรนัก จริงๆ แล้วฉันชอบสายตาที่เขามองมานะ แค่รู้สึกขัดใจกับรอยยิ้มที่เหมือนจะขำขันระคนเอ็นดูฉันอยู่ตลอดเวลานั้นต่างหาก ...ยามหลับเขาน่าเอ็นดูมากทีเดียว 

ฉันยืนมองตรัยที่หลับอยู่บนโซฟา และเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว นานแล้วที่ไม่ได้มองตรัยแบบเต็มตา เพราะทุกครั้งที่เราเริ่มบทสนทนาฉันก็จะโดนจู่โจมแบบไม่ยั้งจนบางทีก็อายจนอยากจะเดินหนี ไม่รู้ใครสั่งใครสอนให้บุกจีบผู้หญิงแบบนี้ พอบ่นทีไรก็ชอบตอบว่า ‘ก็เพิ่งเคยทำอย่างงี้ แค่กับเธอนั่นแหละ’

อากาศหนาวมาได้สามสี่วันแล้ว ตรัยไม่ได้มีเสื้อผ้ากันหนาวมาด้วย เขาอยู่ในเสื้อโปโลที่ผ้าไม่หนามาก แถมยังมานั่งที่ติดหน้าต่างตากลมอีกต่างหาก เขาขยับตัวคู้ลงและกอดอก ฉันจึงต้องเดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้เขา และสังเกตเห็นว่าหน้าเขาซีดเซียวกว่าปกติ 

2 สัปดาห์มานี้เขาออกไปลงพื้นที่แต่เช้า ประชุมต่อจนค่ำ และนั่งทำเอกสารต่อถึงดึกบางทีห้าทุ่มยังอยู่ที่ออฟฟิศอยู่เลย วันนี้แทนที่จะพักก็ถ่อมาหาฉันตั้งแต่เช้า ไม่แปลกที่จะดูโทรม ...แต่วันนี้หน้าซีดกว่าปกตินะ หรือว่าจะไม่สบาย 

ฉันยื่นมือไปแตะหน้าผากเขาถึงได้รู้ว่าตัวรุม ๆ เขาค่อย ๆ ลืมตามาสบตาฉัน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “จะลักหลับเราเหรอ”
“ถุย” ฉันว่าพลางบึนปาก “เห็นว่าหน้าตาดูไม่ดีหรอกย่ะ เลยมาดูว่าไม่สบายหรือเปล่า”
“อื้อ ไม่สบาย ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“แล้วกินยาหรือยัง พารามีมั้ย”
“ยัง ไม่มียา” เขาบอกก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ดูแลเราหน่อย เราป่วย” 
แหม... 
“เดี๋ยวไปหยิบยาให้” ฉันบอก
เขาเอนตัวลงพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม 
ฉันเดินไปหยิบยาลดไข้มาให้เขาพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว เขาลุกขึ้นมากินยาแล้ว เอนตัวลงไปนอนที่เดิม
ฉันนั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ ดึงผ้าห่มให้คลุมตัวเขา เขาขยับตัวมาใกล้ ๆ รวบเอวฉันไว้
“แน่ะ” ปากว่าไป มือก็ตีแขนเขา
“ขออ้อนหน่อยไม่ได้เหรอ” เขาทำเสียงอ่อน
“นับวันยิ่งเยอะนะเราน่ะ ปล่อย” พักหลังมานี้ฉันเริ่มชินกับการตอดการอ่อยของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขินน้อยลงไปมาก
“เยอะที่ไหน ทำได้ เราให้เธอเป็นแฟนเราแล้ว”
“เออเว้ย อย่างงี้ก็มี”
เขายิ้ม หลับตาลง ยังคงไม่คลายแขนออก 
“อย่างกับมีลูกชาย” ฉันว่าพลางวางมือลงบนหลังเขา ตบหลังให้เบาๆ
“มีจริงเลยดีมั้ย เดี๋ยวช่วย”
“เบา ๆ หน่อยค่ะคุณ” อันนี้แรงใช้ได้ ทำหน้าฉันหน้าร้อนไปหมด 
เขาลืมตาขึ้นมาเชคว่าฉันมีอาการอย่างไร “โอเค อันนี้ใช้ได้อยู่ นึกว่าจะไม่เขินแล้ว”
“หึหึ”
“เธอนี่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องใต้เข็มขัดอีกตามเคย” เขาว่า 
“ใครจะไปเชี่ยวชาญแบบคุณล่ะคะ นอนไปได้ละ จะได้เงียบ ๆ ขี้เกียจพูดด้วย” 

เวลาผ่านไปสักพัก ฉันเผลอตบหลังเขาเบา ๆ เป็นจังหวะ ฮัมเพลงเบา ๆ ด้วยความเคยชิน สมัยก่อน...ก็นานมากแล้วน่ะนะ ต้องกล่อมน้องสาวเข้านอนแบบนี้บ่อย ๆ สงสัยมันจะกลายเป็น reflex ไปแล้ว ทำเองไปโดยสมองไม่ต้องสั่ง เขาขยับตัวซุกหน้าเข้ากับเอวฉัน พร้อมกับที่แรงแขนที่รัดไว้ตอนแรงถูกคลายออก ฉันถึงรู้ว่าเขาหลับแล้ว...ตัวยังร้อนอยู่ เดี๋ยวต้องไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้

เวลาล่วงเลยไปจนเย็น หลังจากที่ฉันเช็ดตัวให้เขาไปสองรอบ ไข้เขาก็ลดลง แต่คงเพลียถึงยังไม่ตื่น 

ในขณะที่กำลังต้มน้ำ จะทำซุปหัวหอม ฉันก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มีคนมาดูแลตอน...ถ้าแต่งงานชีวิตวันหยุดคงเป็นแบบนี้แหละมั้ง...ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นไป คิดไปเรื่อย ไร้สาระน่า
SHARE
Written in this book
สถานะ
สถานะเป็นบัญญัติความสัมพันธ์ที่คนเราสมมติขึ้นมาใช้เรียกความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ อันที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์หลายๆ แบบบนโลกใบนี้ ไม่สามารถบัญญัติศัพท์มาใช้เรียกได้ มีความรู้สึกมากมายที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เรื่องราวของคนสองคนก็มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น แล้วเราจะเอาสถานะ มากำหนดเรื่องราวของเราได้อย่างไร?

Comments