My Diary 1
ชื่อเรื่องว่าไดอารี่ แต่จริงๆแล้วก็ไม่เชิงหรอก 
แค่บ่นขิงข่า แชร์นู้นนี่นั่นไปเรื่อย

เมื่อก่อนเราชอบเขียนไดอารี่มากเลยนะ เหมือนเป็นทางเดียวที่เราได้ระบายทุกอย่าง ได้คุยกับตัวเอง 
บันเทิงดีนะ โดยเฉพาะเวลาที่กลับมาอ่านว่าตัวเองเขียนอะไรลงไปบ้าง บางอย่างก็ดี บางอย่างก็...เอ่ิ่มนะบางอย่างก็ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ฟีลแบบ 
“เราก็มีมุมนี้ด้วยแหะ”
.
.
เราโชคดีที่ได้โตมากับหนังสือ . . . เริ่มจากการ์ตูนยอดฮิตอย่างโดราเอม่อน จริงๆคือดูแต่ภาพอ่านไม่รู้เรื่องหรอก จะเอาอะไรมารู้เรื่อง สมัยนั้นท่อง ก-ฮ ยังต้องลุ้นเลยว่าท่องจบหรือเปล่า แต่พอเปิดดูไปเรื่อยๆก็มีความรู้สึกว่า “ถ้าเราอ่านออกก็คงดี” มันต้องสนุกกว่านี้แน่ๆ
.
เหมือนครั้งนั้นเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ลองพยายามอ่านการ์ตูนเล่มนั้นให้รู้เรื่อง ความรู้สึกตอนที่อ่านจบเล่มเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ เราบอกกับตัวเองว่า
"เราก็เจ๋งดีนี่หว่า" "โคตรเท่ห์เลยว่ะ"
เราเดินไปอวดทุกคนในบ้านเลยว่าเราอ่านการ์ตูนจบ
ทุกคนชมเราว่าเก่ง โคตรภูมิใจในตัวเองเลย
.
.
หลังจากวันนั้นเราก็เริ่มอ่านมากขึ้น เพราะอยากได้คำชมแบบนั้นอีก แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เราเริ่มไม่ได้ตื่นเต้นกับคำชมพวกนั้นแล้ว
.
แน่ละสิพอเริ่มโตแล้วพวกผู้ใหญ่เห็นเราอ่านแต่การ์ตูน เขาก็บ่นแทน 
ทำไมไม่อ่านหนังสือเรียน อ่านอยู่นั่นแหละการ์ตูนอะ 
หนังสือไร้สาระพวกนั้นไปอ่านมันทำไม (ก็มันสนุกไง!)
.
การที่เราได้อ่านเยอะๆ มันทำให้เราตื่นเต้นกับโลกใบใหม่ในหนังสือที่เราอ่าน ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลย ที่เรากลายเป็นคนติดหนังสือ เหมือนเด็กเนิร์ดเลยเนาะ (ถ้าหนังสือพวกนั้นเป็นหนังสือเรียนอะนะ)
.
สถานที่ที่เรามักจะไปนั่งอ่านหนังสือ คือ “ห้องน้ำ” ใช่อ่านไม่ผิดหรอก ห้องน้ำนี่แหละ เพราะเมื่อเราโตขึ้นเราต้องแชร์ห้องนอนกับน้อง
จิ๊! นอนห้องแม่ก็ดีอยู่ละ จะมาวุ่นวายอะไรกับเราก็ไม่รู้ (ติดเกิ๊น)
.
ไม่ให้ติดได้ไงก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ผ้าอ้อมก็เคยเปลี่ยนให้ นมก็ชงให้กิิน เลิกเรียนก็มานั่งเล่นด้วยทุกวัน 
ตอนเด็กๆก็น่ารักดีนะ โตมาอย่างมึน
.
มีคนเคยพูดว่าเด็กนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับคนเลี้ยง 
แต่จริงๆแล้วเราเป็นคนเรียบร้อยนะ (‘ ‘)
.
.
กลับมาเข้าเรื่องต่อ พอต้องแชร์ห้องกับน้องวัย 5 ขวบแล้วเราผู้เป็นพี่ที่อายุห่าง 8 ปี เด็กวัย 13 อะแก กำลังติดนิยายเลยตอนนั้นอะ พอเริ่มเปลี่ยนมาสายนี้ก็ต้อง “แจ่มใส” ป่ะ โหย~ ตอนนั้นนะ ใครไม่รู้จักนี่ต้องไปอยู่ไหนมา ดังมากกกกกกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)
มีนักเขียนหลายคนที่ชอบมากๆ เจ้าปลาน้อยเอย แสตมป์เบอร์รี่เอย หัวสมองตีบตันเอย

พล็อตเรื่องก็แนวรักใสๆวัยมัธยม (แต่เวอร์วังอลังการมาก หาในชีวิตจริงคือไม่มีนะ) บางเรื่องก็ดี บางเรื่องก็...นะ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) โดยเฉพาะพล็อตพระเอกแกล้งนางเอกเพราะชอบ ชีวิตจริงหนะหรอ เหอะ! อย่าหาทำค่ะ (แต่เมื่อก่อนก็อินนะ  งงตัวเอง)
.
พอโตแล้วเราก็อ่านมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น ทำให้เราเริ่มที่จะมีมุมมองมากขึ้น
เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองโลกกว้าง รู้ทันทุกสิ่งอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆคือไม่ใช่อะ 
.
เหมือนการอ่านเยอะๆทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่าง พอเริ่มเปิดกว้างทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้ว
เราตัวเล็กแค่นิดเดียว มีอะไรอีกตั้งมากมายที่เราไม่เคยรู้ มีอะไรอีกตั้งมากมายที่เราไม่เคยเห็น 
.

การเปิดหนังสือ บทความ หรือข้อความอะไรสักอย่างในแต่ละครั้ง ก็เหมือนกับเรากำลังเดินทางไปตามเรื่องราวเหล่านั้นมีสุขบ้าง เศร้าบ้าง สนุกสนาน หมองหม่น แต่มันก็ทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น ได้รับรู้เรื่องราวที่เราไม่เคยเจอกับตัว แต่สามารถสัมผัสได้ผ่านตัวหนังสือ ได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อท่องเที่ยวไปกับจินตนาการของเหล่านักเขียนที่มาแบ่งปันให้นักอ่านอย่างเราๆ
.
สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องราวที่เราแชร์ (มันก็จะเขินๆหน่อย)
.
ไว้โอกาสหน้าเราจะกลับมาเปิดไดอารี่ของเราอีก (ถ้ามีเวลาอะนะ)




SHARE
Writer
2089
I'm a tree.
My life is my own.

Comments