ฤดูร้อนเป็นของหวาน
ฤดูร้อนเมื่อกลางเดือนเมษาที่ผ่านมา
เป็นครั้งแรกที่ฉันแสดงความใจกล้าอย่างสุดโต่ง
ฉันโกหกพ่อกับแม่ว่าจะไปเข้าค่าย
จนได้มานั่งอยู่ริมชายหาดข้างเขาในตอนนี้


พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า
เราสองคนเกลียดอากาศร้อน
ยิ่งในยามที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ตรงหัว
แสงของมันแทบจะแผดเผาผิวเราจนเกียม
และในยามที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน
เราสองคนมักจะมานั่งมองมัน
เหมือนว่าฉลองชัยชนะที่มันยอมลาลับไป

แสงสีส้มอ่อนส่องระยิบกระทบผืนน้ำ
ฉันวิ่งลงไปเพื่อหวังจับแสงสีส้มนั้นไว้ในมือ
คลื่นลูกใหญ่พัดมากระทบร่างกาย
ฉันยืนท้าแรงลมและคลื่นทะเล
แรงของน้ำดันให้เซถลาจนเกือบล้ม

ในขณะที่ฉันกำลังถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำทะเล
พลางนึกขึ้นได้ว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ที่ชายหาด
ฉันหันไปมองหาที่ชายฝั่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน

เขานั่งชันเข่าและจิบเบียร์
เมื่อสังเกตได้ว่าฉันมองอยู่
เขาส่งยิ้มและโบกมือ
ฉันยิ้มให้เขา
และหันกลับมาเผชิญกับคลื่นทะเลตรงหน้าต่อ

ด้วยเพราะเป็นเวลาช่วงเย็น
จึงทำให้น้ำขึ้นสูงมากขึ้น
ฉันปล่อยร่างกายถูกกลืนหายไปใต้ท้องทะเล

ความเงียบภายใต้สายน้ำที่ห่อหุ้มร่างกาย
ประสาทสัมผัสที่ถูกปิดไปชั่วอึกใจ
กระตุ้นให้จินตนาการเริ่มทำงาน
ใต้ผิวน้ำช่างมืดมิดและเงียบสงบ
ราวกับถูกตรึงเอาไว้ชั่วชีวิต
ฉันรู้สึกกลัว
และในความรู้สึกกลัวที่ก่อตัวขึ้นมานั้น
มันทำให้ฉันนึกถึงเขาเป็นคนแรก

ฉันโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำ
และมองกลับไปที่ชายฝั่ง
หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้น

เขายังนั่งอยู่ที่เดิม
เพียงแต่ตอนนี้มีใครอีกคนมานั่งอยู่ข้าง ๆ
ความมึนเมาจากเครื่องดื่มขวดสีเขียว
เป็นผลให้เขากำลังนั่งจูบกับหญิงสาวแปลกหน้า

ให้ตายเถอะ!
ฉันอยากให้คลื่นลูกยักษ์พัดไปที่ฝั่ง
เขาทั้งสองจะได้แยกจากกันทันที

ทั้งที่ตั้งใจจะมาพักผ่อน
แต่เหมือนการมาครั้งนี้
จะตอกย้ำให้ความเจ็บที่เคยมีอยู่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ฉันเผลอไปรับรู้
ไม่สิ ต้องพูดว่าตั้งใจมากกว่า
ฉันตั้งใจไปรับรู้เรื่องราวของเขา
ทั้ง ๆที่รู้ตัวดีว่านั่นคือการทำร้ายความรู้สึกตัวเอง

เขาเป็นแบบนี้มาโดยตลอด
ใช้ชีวิตแบบไม่มีความรักเป็นองค์ประกอบ
มีแต่เซ็กส์และไม่ยึดติดอะไรกับใคร

มีเพียงฉันที่ใช้ชีวิตอยู่ข้าง ๆ เขา
ไม่รุกล้ำเรียกร้องสถานะ
แม้จะแอบเจ็บที่เห็นเขาทำตัวแบบนี้
แต่ก็ไม่เคยหนีไปไหน
ฉันดูแลเขาแม้ไม่ใช่หน้าที่
ไม่สามารถพูดถึงเหตุผลที่ดูแลว่าเป็นเพราะรัก
แต่อ้างได้ว่าเป็นเรื่องปกติของเพื่อนมนุุษย์ที่จะดูแลกัน 
ก็เลยเป็นความสัมพันธ์หน้าตาประหลาด
ที่เกิดขึ้นแค่ระหว่างเราสองคน

ฉันรีบขึ้นฝั่งเดินเลี่ยงหลบไป
ไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง
แต่เหมือนเขาจะลืมตาขึ้นมาเห็นพอดี
แต่ช่างเถอะใครจะอยากสนใจ
ตามสบายละกัน

กว่าเขาจะตามกลับมาถึึงที่พักก็เกือบจะ 4 ทุ่ม
ภาพสุดท้ายที่เห็น คือเขาเหลือบมองมาที่ฉัน
ในขณะที่ตัวเองกำลังจูบกับใครก็ไม่รู้
ยอดเยี่ยม อย่างน้อยฉันยังอยู่ในสายตาเขา
แม้ว่าเขากำลังสนุกกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน

"ไง เสร็จแล้วเหรอ?"
ฉันถามกวนประสาทคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา
ด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อยจนเดินไม่เป็นท่า
"เสร็จไรวะ กูมึนจะแย่ละ"
เขาปิดประตู
และเดินประคองร่างที่มึนฤทธิ์แอลกอฮอล์เต็มที่
หายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่

เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ทิ้งตัวลงบนเตียงทัััันที

ฉันมองเขาใกล้ ๆ 
ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่ทำไมความสัมพันธ์ของเรา
ไม่เคยก้าวกระโดดไปไกลกว่าคำว่าเพื่อนเลยนะ

เขาไม่เคยจูบฉัน
หรือทำอะไรเหมือนหญิงสาวพวกนั้น
มันก็ประหลาดอยู่นะที่ฉันคิดไปไกลอยู่คนเดียว
ทั้งที่เขาทำเหมือนจะคิดแต่ก็ไม่สักนิด

เราทั้งคู่หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

ฉันก็ตื่นมาอีกทีในเที่ยงวันที่ไร้คนนอนข้าง ๆ
หายไปไหนนะ?
ภาพของเขาและหญิงสาวปริศนา
ผุดขึ้นมาให้นึกสงสัยกับการหายไปครั้งนี้

ฉันเดินออกมาตามชายหาด
แสงแดดในตอนเที่ยงวัน
เป็นอุปสรรคที่ฉันอยากยอมแพ้
ต่างกับผู้คนรอบข้าง
เสียงหัวเราะสนุกสนานเหล่านั้นดูมีความสุขดี

ไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมงแล้วที่ออกมาตามหา
แต่มันรู้สึกยาวนานเสียจนรอไม่ไหวเมื่อไม่มีเขา

ฉันเวียนหัวมาก ๆ
และภาพทะเลที่มองเห็นก็ดูมืดลงและสั่นไหว
ขาไม่มีแรงแม้แต่จะยืนเฉย ๆ
ราวกับนับเวลาถอยหลัง
สาม....สอง....หนึ่ง. พรึ่บ!

เสียงหัวเราะรอบข้างเมื่อครู่เงียบลง
ท้องทะเลมืดสนิท 

"นี่เรากำลังตามหาอะไร?"
"ใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเราน่ะหรือ?"

เสียงคำถามดังก้องไปทั่ว
โดยมีพืื้นสีดำเป็นภาพประกอบ
มันมืดจนน่ากลัว

ฉันนึกถึงเขาอีกแล้ว 
และหวังว่าเขาจะปกป้องฉันจากความกลัวนี้

ลืมตาขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้ม
และข้าง ๆ ก็มีเขาที่นั่งอยู่

"กูชอบดูพระอาทิตย์ตก"
เขาจ้องมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่มีแสงรำไร

ฉันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด
เหมือนหยุดหายใจไปยาวนาน

"กูชอบมึง"
ฉันจ้องมองเขา
ด้วยสายตาเฉกเช่นเดียวกับที่เขามองพระอาทิตย์

ทะเลตรงหน้าค่อย ๆ มืดลง

สาม....สอง....หนึ่ง. พรึ่บ!
ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงที่มีเราสองคน


หรือบางทีถ้าฉันได้บอกความในใจกับเขา
ฉันอาจจะตื่นมาเจอเขาในทุก ๆ เช้า


SHARE
Written in this book
เสียงเพรียกแห่งความโศกา
ไม่ว่าจะนานเท่าใด ฉันยังคงได้ยินเสียงของเธอ ณ ดินแดนที่ฉันไม่อาจไปถึง

Comments