เป็นตัวเอง 70 % และแชร์พื้นที่ 30% กับอีกคน
1
แม่แฟนผมเปิดรายการ Take me out Thailand เป็นตอนที่ผู้ชายคนนึงแนะนำตัวต่อสาวๆ กว่า 30 คนว่า ไม่อยากให้แฟนเช็กมือถือ ทำให้สาวๆ ทั้ง 30 คนดับไฟ และชายหนุ่มต้องออกจากรายการไปทันที

ทำให้เห็นว่า การเช็กมือถือแฟนได้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนต้องการ และเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกคู่ แต่คุณรู้ไหมว่าการเช็กมือถือของอีกฝ่าย เป็นหนึ่งในสาเหตุให้คนเลิกกันมากที่สุด

ถามว่าทำไม ก็เพราะมนุษย์ต้องการพื้นที่ส่วนตัว แม้จะมีแฟนหรือแต่งงานแล้ว ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีคนมาก้าวก่าย

แม้ใครที่ชอบอยู่กับคนมากที่สุด ก็ยังอยากได้เวลาและพื้นที่ส่วนตัวเพื่ออยู่คนเดียว และมือถือคือพื้นที่หลบภัยของหลายคน ผู้ชายบางคนจึงไม่อยากให้แฟนเช็กมือถือ ทั้งด้วยความบริสุทธิ์ใจและไม่บริสุทธิใจ ขณะที่สาวๆ หลายคนอยากเช็กมือถือแฟน เพื่อความสบายใจ(และรู้สึกได้ควบคุม)

2
รุ่นน้องคนนึงของผมเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมา 4-5 ปี จึงมาปรึกษาผมว่า มีวิธีดีๆ อะไรที่จะแนะนำเธอไหม เพื่อจะมีความรักยืนยาวในครั้งหน้า

ผมบอกเธอว่า น่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ส่วนตัวหรือเปล่า เห็นหลายคู่เลิกกัน คือ ถ้าไม่ห่างเหินไกลกันเกินไป ไม่สนใจ ไม่ดูแล ก็มีความสัมพันธ์แบบตัวติดมากไป คือ อยู่ด้วยกันตลอดเวลา โทรเช็กหรือวิดีโอคอลตลอดว่าอยู่ที่ไหน ตรวจสอบราวกับอีกฝ่ายเป็นนักโทษจนรู้สึกอึดอัดและไม่มีอิสระ

ผมเชื่อว่าความรักที่ดีควรมีระยะห่างกันพอประมาณ คาลิล ยิบราน ผู้เขียนหนังสือ ปรัชญาชีวิตบอกว่า ระยะห่างความรักที่ดีก็เหมือนกับเสาของวิหารที่ไม่ควรอยู่ใกล้เกินไป หรืออยู่ไกลเกินไป แต่ให้มีระยะห่างที่พอดี จึงจะรับน้ำหนักวิหารได้

หลายคู่ที่มีความรักแบบใกล้เกินไป หรือไกลเกินไป ความรักจึงไปต่อไม่ได้

3
ผมเคยเขียนคำนำสำนักพิมพ์หนังสือ "กฏข้อนึงของความสัมพันธ์" ไว้ว่า

“ความสัมพันธ์เป็นเรื่องซับซ้อน
เพราะเกิดจากคนสองคนมาสานสัมพันธ์กัน
ปกติดแค่เราสัมพันธ์กับตัวเองคนเดียวยังเหนื่อยเลย
แล้วนี่คือคนแปลกหน้า ไม่รู้จักกันมาก่อน
แต่เราเปิดโอกาสที่จะทำความรู้จัก
และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ตอนแรกทั้งสองฝ่ายอาจจะถ้อยทีถ้อยอาศัย
เอาด้านดีๆ มามอบให้แก่กัน
แต่เมื่อเริ่มสนิทสนมคุ้นเคย
ก็กลายเป็นว่าปล่อยปละละเลย
ไม่สนใจดูแล และไม่สร้างสายสัมพันธ์ใหม่ๆ
แต่บั่นทอนสายสัมพันธ์ที่มีลง

แน่นอนที่เราควบคุมบังคับคนอื่นไม่ได้หรอก
เราทำได้เพียงดูแลและควบคุมตัวเอง
กฏข้อนึงของความสัมพันธ์คือ
ให้รักษาพื้นที่ส่วนตัวและความเป็นตัวเองไว้ 70 %
และแชร์พื้นที่ส่วนกลางกับอีกคน 30%
โดย 30% นี่เป็นของเรา เมื่อรวมกับของเขาอีก 30%
ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางระหว่างกันถึง 60%
ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ

รัก นับถือ เคารพและรักษาสิทธิของตัวเองให้มากๆ
แล้วก็รัก นับถือ เคารพและรักษาสิทธิของอีกคนให้มากๆ เท่าที่รักตัวเอง
แล้วเรื่องดีๆ จะเกิดขึ้น"


4
จะเห็นว่าในความสัมพันธ์ที่ดี เราสามารถคงความเป็นตัวเองและรักษาพื้นที่ส่วนตัวไว้ได้ถึง 70% ขณะที่มีพื้นที่ร่วมกันถึง 60% ซึ่งสูตรนี้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลขได้ตามใจชอบเลย

ขณะที่หลายคู่คบกันโดยเอาพื้นที่ส่วนตัวของคนสองคนมาซ้อนทับ 100%จนอึดอัด หรือบางคู่เป็นตัวเอง 100% (เมิงก็เกินไป)โดยไม่แชร์พื้นที่กันเลย ทำให้ไปกันไม่รอด

ซึ่งการเช็กมือถือของอีกฝ่ายก็เป็นหนึ่งในการรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของอีกคน ทั้งๆที่ความจริงแล้ว แม้ไม่เช็กมือถือ ผมคิดว่าสาวๆ ส่วนใหญ่ก็รู้ว่าแฟนตัวเองนอกใจหรือไม่ เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ช่างสังเกต ละเอียด ความรู้สึกไว(มีสัญชาตญาณ)

แค่ดูจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กลิ่นน้ำหอมแปลกๆ ทำตัวไม่เหมือนเดิม อารมณ์อีกฝ่ายเปลี่ยนไป ฯลฯ ผมว่าบางทีสิ่งเหล่านี้แม่นยำกว่าการเช็กมือถือเสียอีก

5
เหตุผลก็เพราะว่า รุ่นน้องชายหนุ่มสุดแสบคนนึงบอกผมว่า เขาติดต่อสื่อสารกับคนที่คบซ้อนผ่านอีเมลเท่านั้น ห้ามไลน์ ห้ามโทร

ดังนั้นจะเช็กไลน์ เช็กข้อความในเฟซบุ๊กยังไงก็หาไม่เจอครับ
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments