บานประตูที่ 14
ปีนี้เราก้าวข้ามบานประตูที่ 14 ด้วยอายุ 14 ปีบริบูรณ์ ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป และเราโตขึ้นกว่าเดิม ทั้งความคิดและอารมณ์

แต่แลกกับการโตขึ้น คำถามในการใช้ชีวิตยิ่งเพิ่มขึ้นตามอายุของเรา

คนรอบตัวเราเปลี่ยนไป ดูโตขึ้น และมีสิ่งที่ทำเป็นชิ้นเป็นอัน ต่างกับเราที่ยังก้าวอยู่ที่เดิม ไม่กล้าก้าวข้ามขีดที่ครอบครัวและสังคมขีดเขียนไว้ให้

เราเหมือนจะโตขึ้น แต่ก็ยังเป็นเด็กที่ยังไม่ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน หรือค้นหาตัวเอง สิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยากทำ หรือแม้แต่อาชีพที่ตอนนี้ยังเคลือบแคลงว่าเราจะเป็นอะไร เราชอบอะไร คำตอบยังขุ่นมัวไม่ชัดเจนในใจเราเสมอมา

เราเคยอ่านเจอในหนังสือนับหนึ่งใหม่ไม่เป็นไร ของคุณปะการัง บทนึงที่ชื่อว่าเด็กในกล่อง กล่าวถึงเด็กคนนึงที่อยู่ในกล่อง ทุกครั้งที่จะออกไปต้องได้รับการคลิกไลก์จากคนรอบข้างเขาจึงมั่นใจที่จะก้าวออกจากล่องใบเล็กและออกไปทำในสิ่งที่เขาคิดจะทำ

น่าแปลกที่พอเราอ่านเรากลับคิดถึงตัวเอง ที่ตอนนี้ก็ดูไม่ได้ต่างจากเด็กในกล่องคนนั้นเลยสักนิดเดียว


ประตูทุกบานที่เราก้าวข้ามมาเรายังเป็นเราคนเดิมที่มีความคิดโตขึ้นในทุก ๆ ปี แต่กลับยังเป็นเด็กคนเดิมที่ยังเดินตามกรอบที่ครอบครัวขีดไว้ให้โดยไม่พยายามไขว่คว้าอะไร

อาจจะเป็นเพราะครั้งหนึ่งเราเคยพยายามมากแต่กลับไม่ได้อะไรกลับมาแม้แต่คำชมว่าเก่งแล้ว แต่กลับได้รับความคาดคั้นและคาดหวังว่าเราจะเป็นได้มากกว่านี้ จนความพยายามหันมาทำร้ายตัวเราเอง

เราเป็นคนที่พยายามอย่างหนักเพื่อให้คนรอบข้างพอใจกับตัวเรา เราเลยยอมเปลี่ยนตัวเองจนไม่เหลือเค้าโครงความเป็นตัวเรา แล้วสุดท้ายความพยายามก็ศูนย์เปล่าทุกครั้งจนเราเลิกคิดที่จะพยายาม

เราเหนื่อย และเราท้อกับเส้นทางที่เราเลือกเดินเกินกว่าจะหันหลังกลับไป
SHARE
Written in this book
เรื่องราวที่ไม่เคยมีใครได้ฟัง
เราจะเขียนเรื่องราวที่เราเคยเจอและประสบการณ์ที่เรามีมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ มันเป็นเรื่องราวที่เราไม่เคยเล่าให้ใครฟัง และเราอยากเล่าลงในหนังสือเล่มนี้เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ, เราไม่ได้เขียนอย่างจริงจัง ฉะนั้นตอนบางตอนอาจตกหล่นไป : - )
Writer
qrssss
dearart
มีเรื่องราวมากมายที่ไม่เคยมีใครได้ฟัง.

Comments