มหาสมุทร
เวลาเศร้า เรามักจะเปรียบเทียบเหมือนการเอาตัวเองจมลงในมหาสมุทร

วันปรกติทั่วไป เราอยู่กับความเบื่อหน่ายและคำถามที่วนอยู่ในหัวทุกวันว่าเราต้องตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตวนลูปแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่
ตื่นตอนเช้า ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวเพื่อไปขึ้นรถประจำทางและไปทำกิจธุระของตัวเองในทุก ๆ วัน กลับมาที่บ้านล้มตัวลงนอนและไถโซเชียลในมือถือและโน้ตบุ๊ก รับรู้ชีวิตและความเคลื่อนไหวของคนที่เป็นเฟรนด์กันในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีไม่ถึง 50 คน

เราเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน และเราชินกับการอยู่คนเดียวมาทั้งชีวิต
ในโลกโซเชียลคือที่พึ่งทางใจของเราอย่างหนึ่ง เพราะเรามีเพื่อนอยู่ในนั้น
ถึงจะไม่มาก แต่ก็แน่ใจว่าเขาพร้อมจะรับฟังและอยู่กับเรา คุยกับเราได้ในทุก ๆ เรื่อง

หลายครั้งที่ตอนไหนเราจมดิ่งลงในมหาสมุทร พวกเขาจะเป็นคนรับฟังและคอยแนะนำวิธีแก้ปัญหาให้เราเสมอ ถึงเราจะร้องไห้ รัวข้อความไปหาเขาเยอะแค่ไหนเขาก็อยู่กับเราตลอด

โลกของเราไม่เหมือนคนอื่น สีเทาหม่นไม่สดใสเหมือนคนรอบตัว
ฟังดูอ่อนแอ แต่มันคือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับว่าเราไม่เหมือนคนอื่น เราไม่ได้สดใสและมีความสุขมากมาย ไม่ได้ใช้ชีวิตหวือหวามีอิสระ แต่กลับกัน
เราใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและอยู่ในกรอบของครอบครัวกับสังคม

แต่หลายครั้งที่นึกน้อยใจว่าทำไมโลกถึงเลือกใจดีกับคนอื่นแล้วปล่อยให้เราเหนื่อยอยู่คนเดียว ทำไมคนอื่นถึงได้รับความรักจากคนอื่นมากล้นได้ถึงขนาดนั้น
ในขณะที่เราส่งข้อความในมือถือเพื่อไประบายกับคนไม่กี่คนี่ไม่เคยแม้แต่จะได้เจอตัวจริงเพื่อได้รับคำปลอบประโลม

แต่แล้วก็ล้มเลิกความคิดนัั้นไปด้วยความคิดที่ว่า " แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว " กับเพื่อนทีี่มีตอนนี้ เพลง และเกม

พอมาวันนึง วันที่เราร้องไห้ฟูมฟายแทบขาดใจ ความคิดที่ว่าอยากตายหายไปจากโลกนี้ผุดขึ้นมาไม่เคยหยุด น้ำตาแห่งความเศร้าหมอง ความเสียใจ ความน้อยใจจากการที่ออกไปสู้กับโลกภายนอกมันทำให้เราเริ่มคิดว่าความสุขที่มีอยู่ตอนนี้มันไม่พอซะแล้ว

จมดิ่งสู่มหาสมุทร 
จมดิ่งเข้าสู่ความคิด คำพูดบั่นทอนจิตใจ ผู้คนที่เข้ามาแล้วลาจาก

เหมือนขาดอากาศหายใจอยู่ใต้มหาสมุทรที่แม้จะตะโกนขอความช่วยเหลือดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน

เราเข้าสู่จุดที่แย่มากของชีวิต ความเสียใจ ความผิดหวัง ความน้อยใจ ครอบงำจิตใจจนไม่เป็นอันจะกินจะนอน จนรอยยิ้มที่เราเคยมีเริ่มหายไป

เราทักหาเพื่อนในเฟซบุ๊กทุกวันนับแต่นั้น แต่ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น

เราร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้ เฝ้าพรรณาทุกวันให้ทุกอย่างในชีวิตดีขึ้น ทุกเช้าที่ต้องตื่นนอนไปใช้ชีวิต เฝ้าขอทุกวันว่าอย่าให้อะไรมันแย่ลง

เราเหมือนเริ่มขาดอากาศหายใจ สติเริ่มรางหายใต้มหาสุทรสีฟ้าหม่น

เราเหนื่อย
เหนื่อยกับทุกอย่างที่ต้องเจอ ณ ตอนนั้น



SHARE
Written in this book
เรื่องราวที่ไม่เคยมีใครได้ฟัง
เราจะเขียนเรื่องราวที่เราเคยเจอและประสบการณ์ที่เรามีมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ มันเป็นเรื่องราวที่เราไม่เคยเล่าให้ใครฟัง และเราอยากเล่าลงในหนังสือเล่มนี้เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ, เราไม่ได้เขียนอย่างจริงจัง ฉะนั้นตอนบางตอนอาจตกหล่นไป : - )
Writer
qrssss
dearart
มีเรื่องราวมากมายที่ไม่เคยมีใครได้ฟัง.

Comments

sarangheyo
4 days ago
ขอบคุณสำห​รบเรื่องราว​ อ่านแล้วคล้ายชีวิตตัวเอง​
Reply
isawyouandme
3 days ago
ท้องฟ้ายังรอคอยคนเฝ้ามองเสมอนะคะ :)
Reply
SeptemberSD
3 days ago
สู้ๆ นะคะ 

Reply
Hanidae
2 days ago
แด่คุณ เจ้าของบทความนี้
   หวังว่าคุณจะออกมาจากก้นมหาสมุทรที่หม่นหมองอึมครึมหาทางออกไม่ได้
ขอให้ปลายฝนต้นหนาวนี้ช่วยเยียวยาใจคุณให้สงบลง อยากให้โลกใบที่คุณอยู่น่าอยู่มาขึ้นยังได้กินของอร่อยๆในทุกๆวันและคุณยังมีเราคนแปลกหน้าคนนี้คอยให้กำลังใจเสมอ คุณหน่ะเก่งสักวันคุณจะออกมาได้‎♡
Reply
snnnany
1 day ago
แง ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอนะ เราเป็นคนนึงที่เข้าใจเรื่องราวของคุณนะค้าบบบบ💖กอดๆกันนน
Reply