DAYDREAM
ขณะที่เขียนบทความนี้ข้าพเจ้ามีอายุ 18 ย่าง 19 ปี

ในขณะที่พิมพ์ตัวอักษรเหล่านี้ข้าพเจ้ามีสติสัมปะชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดีทุกประการ



เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้าได้ประสบเข้ากับปัญหาใหญ่ของชีวิต เหมือนกับการชนเข้ากับกำแพงมหึมาที่มองไม่เห็นแม้แต่สุดขอบของกำแพง

มันคือสิ่งที่เป็นความสุขของข้าพเจ้ามาตลอดหลายปีนับตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเด็ก อาจจะเพราะเป็นความเหงา และโดดเดี่ยว ทำให้ข้าพเจ้า...สร้างโลกอีกใบ
เป็นโลกที่ข้าพเจ้าได้รับทั้งความรัก ความสนุก และความสุขในโลกใบนั้น  

จนเมื่อข้าพเจ้าได้เจอเข้ากับบทความหนึ่ง ซึ่งเล่าถึงบุคคลซึ่งมีประสบการณ์เช่นเดียวกับข้าพเจ้า คือการสร้างโลกอีกใบขึ้นมาแล้วมีความสุขอยู่ในนั้นตลอดหลายปี

เธอในบทความนั้นมีหลายอาการที่คล้ายกับข้าพเจ้า ประการ

อาทิเช่น

การเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในหนัง ละคร หรือนิยายที่ชื่นชอบเปลี่ยนบทให้ตนเองเป็นตัวหลักของเรื่องราว และดำเนินเรื่องตามแต่ใจปรารถนา

ในขณะที่เข้าไปอยู่ในโลกอีกใบนั้น พฤติกรรมที่ทำจะซ้ำไปซ้ำมา เช่นเดินวนไปมา กระโดดขึ้นลง โยนสิ่งของในมือ

และสิ่งที่สำคัญที่สุดข้าพเจ้าขอเรียกมันว่า "กุญแจ" ที่จะพาข้าพเจ้าไปยังโลกอีกใบนั้น มันอาจจะเป็นเพลงในท่วงทำนองต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นการเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนดขึ้นว่าปลอดภัยต่อการแสดงพฤติกรรมที่แสดงขณะนั้น

และเมื่อเข้าสู่ "โลกอีกใบ" แล้วจากนี้ข้าพเจ้าจะขอเปลี่ยนชื่อมันเสียหน่อยว่า "ฝัน" เพราะเหตุใดจึงเป็นคำนี้นั้น 
โลกแห่งฝันอันแสนสุข
ก็เพราะว่าโลกอีกใบของข้าพเจ้านั้นมีภาพคมชัดอยู่ภายในความคิดของข้าพเจ้า บางทีก็สวยงาม บางทีก็สนุกสนาน แต่บางทีก็เศร้าจนน่าใจหาย คล้ายกับความฝันหลากรูปแบบ


พออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่าข้าพเจ้านั้นไม่สามารถแยกโลกจริงกับความเพ้อเจ้อของข้าพเจ้าเองได้หรืออย่างไร


แต่เปล่าเลยข้าพเจ้าสามารถแย่งได้ว่าขณะนั้น ๆ ข้าพเจ้าอยู่ในโลกใบไหน เมื่ออยู่กับบุคคลอื่นข้าพเจ้าสามารถพูดคุยและหัวเราะกับพวกเขาได้อย่างสนุกสนาน

เอาล่ะกลับมาที่เด็กหญิงคนเดิม เธอมีอาการคล้ายข้าพเจ้าในข้างต้นที่กล่าวมา แต่ของเธอดูจะรุนแรงกว่าเสียหน่อย เพราะ ความฝันของเธอนั้นเริ่มสร้างปัญหาให้เธอในชีวิตจริง วันหนึ่งเธอไม่สามารถควบคุมความฝันได้และ ร้องไห้ออกมากลางห้องเรียนท่ามกลางเพื่อนฝูงมากมาย

จนสุดท้ายเธอทนไม่ไหวกับภาพฝันเหล่านั้นและเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์มากมาย จนสุดท้ายเธอมาค้นพบว่าอาการนี้เป็นโรคที่พึ่งค้นพบได้ไม่นาน ยังไม่มียารักษาและแนวทางการบำบัดที่แน่นอน
มันคือ...



โรคฝันกลางวัน (Maladaptive Daydreaming)



เป็นงานวิจัยของ Eli Somer ในช่วงปี 2002 เกี่ยวกับอาการนี้

แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้เด็กหญิงคนนั้นก็รักษาจนหาย และกลับมาทำการวิจัยในเรื่องนี้อีกด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในตัวเธอเสียจริง 555

และข้าพเจ้าเองในตอนแรกที่คิดว่าต้องลาจากโลกอีกใบไปก็รู้สึกเจ็บปวดภายในใจลึก ๆ เช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นข้าพเจ้าจะตั้งใจบรรเทาอาการของตนเองให้ค่อยทุเลาลงเช่นกัน ข้าพเจ้าอาจจะไม่สามารถทิ้งโลกอีกใบได้ในทันที แต่ข้าพเจ้าจะขอปล่อยมือจากความฝันแสนรักของข้าพเจ้าทีละน้อยก็แล้วกัน

เหมือนกับผู้ใหญ่ที่เติบโตจากความเป็นเด็ก


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ฝันหวานแค่ไหนสุดท้ายเราก็ต้องตื่นขึ้นมา
เผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริง
แม้มันจะไม่ได้สวยงามทั้งหมด
มีทุกข์บ้าง สุขบ้าง ปะปนกันไป
แต่อย่างน้อย ๆ มันก็แสดงถึง
การเติบโตขึ้นของเราในทุกช่วงชีวิต


สุดท้ายนี้เจตนาในการเขียนบทความนี้ขึ้นมา ข้าพเจ้ามีเจตนาอยากจะแบ่งปันความรู้สึกภายในใจไปถึงบุคคลผู้มีอาการคล้ายข้าพเจ้าแต่ไม่กล้าปรึกษาใคร ข้าพเจ้าอยากจะบอกกับพวกเขาว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว บนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้มีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนพวกเขาหรือเธอเหล่านั้น



ไม่เป็นไร เธอไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
เราจะข้ามผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน

ขอให้เติบโตขึ้นอย่างภาคภูมิใจ










SHARE
Writer
SAMSKY
Student
คุณแลกฟ้า

Comments