ปาฏิหารย์ที่ไม่มีปาฏิหารย์
เมื่อวานได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7 เป็นหนังเกาหลี คุณภาพดีอีกเรื่อง ที่ได้ยินและเคยผ่านตามานานแล้ว แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ซึ้ง กินใจ และกลัวที่จะเสียน้ำตาเป็นลิตรๆ เลยไม่มีโอกาสได้หยิบมาดูสักที.. หนังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เป็นพ่อที่เป็นออทิสติก และ ลูกสาววัย 7 ขวบ ที่ได้เกิดเรื่องราวไม่คาดฝันขึ้น จนนำพาให้ผู้เป็นพ่อต้องเข้าไปอยู่ในห้องขังหมายเลข 7 และเป็นนักโทษที่ศาลตันสินให้ถูกประหารชีวิต หนังเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองชีวิตที่น่าสงสารของตัวพระเอก ความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกสาว กลุ่มเพื่อนในห้องขัง ผู้คุมเรือนจำ ที่พยายามช่วยตัวพระเอกให้หลุดพ้นคดี ความสัมพันธ์ที่ผูกพันธ์กันของตัวละคร ทำให้อดยิ้มและหัวเราะออกมาไม่ได้ กับบางฉากที่สอดแทรกมุขตลกเข้ามา หนังได้แฝงแง่คิดของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตกเป็นแพะรับบาปจากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่มีความยุติธรรมให้กับผู้ต้องหา.. ผู้เขียนขอหยิบยกประเด็นตอนต้นเรื่อง เหตุการณ์ที่ต้องทำแผนประกอบการรับสารภาพ ในขณะที่นักข่าวรายงานข่าวออกทางสื่อโทรทัศน์ ได้พูดขึ้นว่า 
ขณะนี้ผู้ต้องหาได้มาทำแผนเพื่อประกอบสำนวนรูปคดี
ทำไมถึงต้องใช้คำว่า ผู้ต้องหา
ทำไมไม่ใช้คำว่า ผู้ต้องสงสัย

ซึ่งในขณะนั้นตัวผู้เป็นพ่อเองยังไม่ได้ให้การสารภาพ และศาลยังไม่ตันสินจนถึงที่สุด แต่ได้ถูกพิพากษาจากผู้คนที่เห็นการกระทำภายนอกไปจนหมดสิ้น ดังนั้นคำกล่าวเช่นนี้จึงไม่ถูกต้องนัก จนท้ายที่สุดเมื่อได้พิสูจน์ตัวเอง พร้อมทั้งพยานหลักฐานที่ช่วยให้หลุดพ้นคดีได้ ก็ต้องพ่ายให้กับผู้มีอำนาจ.. ไม่มีปาฏิหารย์..ไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ และคนดีคนหนึ่งก็ต้องตายจากไป..
#ปล่อยคนผิดสิบคนดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์คนเดียว# คงจะเป็นคำกล่าวที่เป็นบทสรุปของหนังเรื่องนี้...







SHARE
Writer
SanrakSanson
ที่ซ่อนตัว
ทำงาน เรียน อ่านนิยาย ดูหนัง ฟังเพลง สไตล์มินิมอล ร้านกาแฟ

Comments