ขอบคุณทุกความเป็นห่วง
เนื่องจากมีผู้ติดตามหลายคนทักเข้ามาแสดงความเป็นห่วง และให้กำลังใจ ทั้งทาง inbox และทวิตเตอร์

เราขอบคุณมากๆ นะคะ 

ไม่คิดว่าเรื่องราวที่เราเขียน ส่วนมากจะเพื่อระบายอารมณ์ จะทำให้หลายๆ คนเกิดความรู้สึกร่วมไปด้วยขนาดนี้ ซึ้งใจมากเลยที่แวะเวียนมาให้กำลังใจกัน แถมยังสะท้อนว่าอ่านแล้วได้รับแง่คิด มุมมอง อะไรต่างๆ เพิ่มไปด้วย 

วันนี้มาอัปเดตไว้ให้หายเป็นห่วงนะคะว่าเราแข็งแรงและมีความสุขดีค่ะ ไม่ได้ป่วยเพราะอกหัก เพราะหายอกหักแล้วค่า :D

คืนที่ผ่านมาพี่หวาน คนรักของเรา ได้โทรไปพูดคุยกับครอบครัวอย่างชัดเจนแล้วถึงจุดยืนเรื่องนี้ สรุปว่าคุณพ่อคุณแม่รับได้กับการที่ลูกสาวมีแฟนเป็นผู้หญิงจริงๆ และยินดีที่จะมีเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวค่ะ

อันที่จริงก็เคยเจอคุณพ่อคุณแม่พี่เค้าแล้วครั้งนึงเมื่อปลายปีก่อน ก็ได้รับสายตาเอ็นดูและคำชมติดไม้ติดมือมาค่ะว่า สวย 555 หวังว่าเจอกันครั้งหน้าจะไม่มีใครถือสาที่เราไปทำลูกสาวเค้าร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเนอะ

ดราม่าทั้งหมดที่ผ่านมา โทษเจ้าตัวนะคะ ที่กังวลไปมากมายและพยายามปิดบังไปเอง จนทำให้เรารับรู้ไปว่าทางบ้านลำบากใจและรับไม่ได้ น้องสาวพี่เขาก็คิดแบบนั้นโดยยังไม่ได้พูดคุยกับทางคุณพ่อคุณแม่ตรงๆ ตัวพี่หวานก็ไม่กล้าพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาสักที อ้อมไปอ้อมมาจนเราเลิกหวัง และตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ไปแล้ว เรื่องถึงมาคลี่คลายค่ะว่าไม่ใช่อย่างที่คิด

คนเราผิดพลาดกันได้เนอะ พอแก้ไขแล้ว ก็ให้อภัยค่ะ

อาจจะยังหงุดหงิดอยู่หน่อย ที่ทำให้เสียเวลา เสียความรู้สึกมาตั้งนาน

แต่ในความสัมพันธ์มันก็มีเรื่องยากเสมอ คงต้องทำใจยอมรับ และหาทางผ่านมันไป

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

หลายคนกำลังหาวิธีการ come out กับทางบ้านอยู่ ทักมาปรึกษาในทวิตเตอร์ได้นะคะ เราอาจจะพอแนะนำได้บ้าง หรือให้กำลังใจ ปลุกใจได้ พร้อม support เสมอค่ะ

ใครอยากเริ่มสื่อสารเรื่องเพศวิถีของเราออกไปแต่กลัวที่บ้านจะรับไม่ได้ ลองดูพื้นฐานของคุณพ่อคุณแม่ก่อนค่ะ ว่าเขามีอคติอะไรอยู่แล้วมั้ย เขากลัวหรือกังวลอะไร อะไรที่จะเป็นความยากในการยอมรับของเขา มีข้อจำกัดด้านไหนบ้าง เช่น หน้าตาทางสังคม ศาสนา วัฒนธรรม หรือพื้นฐานความเชื่อ ค่านิยมในการดำรงชีวิตเขาคืออะไร คำว่าเหมาะสม ไม่เหมาะสม เขาดูจากอะไร

ก่อนจะสร้างความเข้าใจใหม่ให้กับคนคนหนึ่งได้ เราต้องรู้หน้าตาความเข้าใจเก่าของเขาก่อนค่ะ จะได้มาดูว่าจะปรับแก้หรือเสริมเติมจากจุดไหน มาถึงจะจับพ่อแม่นั่ง กางตำรา Gender101 อ่านให้ฟังก็ไม่ได้เนอะ เพราะความรู้สึกของแต่ละคนมาจากประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต ความรู้แห้งๆ เลยอาจเปลี่ยนความรู้สึกเขาต่อ lgbtq ไม่ได้ เวลาจะสื่อสารไป เลยต้องใช้ใจที่พร้อมเข้าใจและเห็นใจเขาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารค่ะ

ค่อยๆ เก็บข้อมูลไปนะคะ อย่าลืมสำรวจตัวเองด้วยว่าเรากังวลอะไร เราอยากสื่อสารด้วยวิธีไหน เป้าหมายของการสื่อสารคืออะไร brainstorm  ดูค่ะว่าจะเริ่มสร้างความรู้สึก ความเข้าใจ ที่ดีต่อ lgbtq ได้ยังไง ทางไหนที่น่าจะเวิร์ก

เหมือนสุภาษิตที่ว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

การที่เรารู้จักคนที่เราจะสื่อสารด้วยเป็นอย่างดี ก็จะทำให้เราทำนาย คาดการณ์ฟีดแบ็กจากเขาได้ดีขึ้นแน่นอนค่ะ รวมถึงเปลี่ยนความคิดของเขาได้ด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญเลยคือฟังมากๆ ถามมากๆ จนเราเข้าใจเขาค่ะ คนเราถ้ารักกัน ก็จะอยากรับฟังกัน เป็นปกติอยู่แล้วเนอะ

อย่างของเรา ตอนแรกแม่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะชอบผู้ชายไม่ได้ คิดว่าโตไปเราคงเปลี่ยน แต่แม่ไม่ได้อคติอะไรค่ะ เลยง่ายหน่อย เราก็แค่พูดซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เล่าให้เขาฟังถึงเรื่องผู้หญิงที่เราชอบ สเปคของเรา อธิบายว่าเลสเบี้ยนคือออะไร ถามเขาว่ารู้สึกยังไง อายมั้ยที่เราเป็นแบบนี้ บางวันหงุดหงิดก็เคยพูดหนักแน่นเสียงดังเลยว่า ไม่ชอบก็คือไม่ชอบนะ ไม่เกิดอารมณ์ทางเพศกับผู้ชายเลย หนูจะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้หญิง อะไรทำนองนี้ เราพูดมาตั้งแต่อายุ 14 เลยค่ะ ตอนนี้ 25 แล้ว ยิ่งเริ่มเร็ว เขาก็เริ่มสร้างความคุ้นเคย เปิดใจเรียนรู้ และปรับความคาดหวังได้เร็วค่ะ

ตอนนี้แม่เราเข้าใจถึงเรื่องมิติทางเพศแล้วว่า sexual identity กับ sexual orientation ต่างกันยังไง เมื่อวานยังมีถามอยู่บ้างว่าตกลงเลสเบี้ยนอย่างเรามีฝั่งหญิงชาย หรือฝั่งทอมดี้มั้ย เดี๋ยวจะไปอธิบายรายละเอียดเพิ่มค่ะ  เคยพูดไปแล้วแต่เวลาผ่านมานาน น่าจะลืม คงมีอะไรให้แม่ตื่นตาตื่นใจอีกมาก เมื่อรู้ว่าทั้งลูกสาวของนางกับเพื่อนตุ๊ดสุดหวานของลูกชอบพูดถึงตัวเองขำๆ ว่าเป็น 'รุกออกสาว' (แต่จริงๆ ไม่ fix จ้า)

เรื่องเพศเป็นมิติใหม่ที่น่าสนใจนะคะ ก่อนจะอธิบายให้ผู้ใหญ่ที่มีอายุฟัง ลองเริ่มจากพูดคุยกับคนรอบตัวก็ได้ค่ะ จะได้ทดสอบตัวเองไปด้วยว่าสบายใจจะพูดคุยเรื่องเพศมากขนาดไหน เรารู้ไม่รู้อะไร หรืออยากศึกษาอะไรเพิ่มเติม

เป็นกำลังใจให้คนอ่านทุกคนนะคะ

ถ้าเราเชื่อว่ามันเป็นไปได้ มันก็จะมีทางให้เดินไปค่ะ

อย่าเพิ่งเอาความกลัวมาครอบงำจนไม่กล้าลองทำอะไร

โลกหมุนไปทุกวัน คนเราก็เปลี่ยนได้ เติบโตเรียนรู้ได้ทุกคนและทุกวัยค่ะ

หายอกหักแล้ว ร่าเริงแล้ว~

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ฝันดีนะค้า








SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments