เจ็บมานานแล้ว
trigger warning: self-harm

ทันทีที่รู้สึกตัวตื่น ความทรงจำแย่ๆ ก็ไหลย้อนกลับมา

ฉันเดินเข้าห้องน้ำ รู้สึกคลื่นไส้เลยพยายามจะอาเจียนออกมา ฉันไม่ชอบอาเจียน กระเพาะฉันค่อนข้าง sensitive ไม่ว่าจะอาหารหรืออารมณ์ ก็ทำให้ฉันคลื่นได้ง่ายๆ เสมอ ฉันจึงไม่ค่อยชอบได้กลิ่นอาหาร

ถึงจะไม่ชอบอาเจียน แต่ถ้ามันออกมาแล้วโล่งขึ้น ก็น่าจะดีกว่ากลั้นไว้ ยืนจะอ้วกอยู่หน้าอ่างล้างหน้าสักพัก แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำตา ที่คงเป็นปฏิกิริยาอะไรสักอย่างของร่างกาย

ฉันว่าอากาศวันนี้มันก็สดชื่นดี

ฉันอาบน้ำสระผม ไปยืนรับลมเย็นที่มากับฝนหน้าประตูระเบียง

ดูจะเป็นเช้าที่สดใส

ดีจังที่มีงานทำ

งานที่อย่างน้อยก็มีความสำคัญต่อพนักงานจำนวนหนึ่ง ดีที่อย่างน้อยพวกเขาก็เรียก “ชื่อ” ของฉัน แต่โดนตามทั้งวันบางทีก็หลอน

ฉันน่ะ คิดว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นมากแล้วแท้ๆ

จากเด็กคนหนึ่งที่รู้สึกไร้ตัวตนมาตลอด ตั้งแต่วัยที่เด็กเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตและการมีอยู่ของตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ ของฉันน่าจะราว 10-12 ขวบ

ฉันเจ็บปวดและดิ้นรนตลอดเวลาสิบกว่าปี เพราะฉันรู้สึกไร้ตัวตน ในสายตาพ่อ ในสายตาสมาชิกอีก 10 คนในบ้านหลังใหญ่ของเรา และญาติๆ อีกหลายบ้าน ซึ่งฉันรู้สึกว่าก็ไม่ได้มีใครมองเห็นตัวตนของฉัน ฉันรู้สึกมีตัวตนแค่ในสายตาแม่ น้องสาว และพี่สาวบ้านข้างๆ ที่เป็นลูกแม่บ้านเท่านั้น

การรับรู้ที่บิดเบือน การสื่อสารในครอบครัวที่บกพร่อง ทำให้ฉันเกลียดชังพ่อ ผู้ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกไร้ตัวตนมาตลอดชีวิต จนฉันเริ่มเข้าสู่กระบวนการบำบัดนั่นแหละ ถึงได้เริ่มมองเห็นโลกในมุมใหม่ 

ฉันใช้เวลาราว 3 ปี เปลี่ยนจากความรู้สึกเกลียดชัง เป็นเฉยๆ จนมองเห็นความรักที่พ่อให้อย่างชัดแจ้ง จนตอนนี้ฉันอายุ 25 และเริ่มรู้สึกรักพ่อตอบได้บ้างแล้ว 

พิมพ์ไปก็น้ำตาจะไหล เก่งจังเรา

ฉันเคยคิดว่าบาดแผลเรื่องความรู้สึกไร้ตัวตนของฉันมันหายดีแล้ว เพราะอย่างน้อย ฉันรักตัวเอง ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อตัวเอง และฉันแน่ใจว่าฉันเป็นคนสำคัญมากที่สุดของพ่อแม่

แต่ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่หล่อนปฏิบัติต่อฉัน เหมือนเป็นการกรีดแซะบาดแผลรอยเก่านั้น กรีดมันซ้ำๆ ย้ำมันลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนวันหนึ่ง มือของฉันก็ไม่อาจห้ามเลือดที่ทะลักออกมามากขึ้นทุกวันได้อีก

เวลาที่ฉันถามเธอว่า เธอจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราได้เมื่อไหร่ เธอจะนิ่งคิดเนิ่นนาน แต่หากฉันถามเธอว่าเป็นตอนนี้หรือเปล่า เธอจะตอบอย่างรวดเร็วและมั่นใจเป็นที่สุดว่า “ไม่ได้”

เธอจะต่อท้ายมันด้วยคำว่า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอก่อน” ตอบแบบเดิมมาจะครบปี เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ฉันคลื่นไส้ทุกทีที่นึกถึง อยากจะอาเจียนออกมาให้หมดไส้หมดพุง

งานที่ฉันทำเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียด ต้องจำตัวเลข ตัวหนังสือ ดูรหัสงานไม่ให้ผิดพลาด แต่เรื่องของเธอเข้ามาทำให้ฉันเสียสมาธิ

คำพูดของแม่ที่บอกว่าฉันน่าจะให้เวลาพี่เขา ความเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อกัน ทำให้ฉันเผลอคิดขึ้นมาอย่างไร้การควบคุมเรื่อยๆ ว่าหรือเราจะกลับไปดีนะ แต่ความมั่นอกมั่นใจของเธอ ที่ว่าเธอให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ก็จะวิ่งปรู๊ดเข้ามาขวาง และทำให้ฉันคลื่นไส้ และต้องเริ่มตั้งสติอ่านงานใหม่อยู่ร่ำไป

ฉันรำคาญตัวเองที่เป็นแบบนี้ จนถึงจุดหนึ่ง

มือข้างที่กำแขนตัวเองไว้หลวมๆ ก็จิกขยำลงไปบนเนื้อ เอาสิ.. เข้ามาอีกสิ ความคิดโง่ๆ แบบนั้นน่ะ เจ็บมั้ยล่ะ ออกแรงมากกว่านี้ ยังไม่เจ็บใช่มั้ย ฉันจิกตัวเองแรงขึ้น ทำซ้ำๆ ซ้ำๆ จนความเจ็บแล่นปรี๊ดกินทั่วทุกพื้นที่ของสมอง ทำให้ไม่อาจคิดถึงสิ่งอื่นได้อีก

ฉันได้สติ นึกขึ้นมาได้ว่าวันเสาร์ต้องไปพบนักจิตวิทยา ถ้าเราทำร้ายร่างกายตัวเองนอกร่มผ้า ยังไงนักจิตจะขอดู แขนฉันมีรอยเล็บ หนังกำพร้าถลอกเป็นริ้วๆ จนดึงออกมาได้แต่เลือดไม่ออก

ในฐานะนักจิต เราจะเป็นห่วงและกังวลแน่หละ แม้รู้ว่าการทำร้ายตัวเองของ client จะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เราจะไม่ห้าม client ทำ เพราะเขายังไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าในการจัดการอารมณ์ในตอนนั้น แต่จะถามเช็คจนแน่ใจว่าถ้าหากรุนแรงกว่านี้ เขาจะป้องกันไม่ให้เลยเถิดได้ หรือมีใครที่เขาจะขอความช่วยเหลือได้ คนที่มาหานักจิตก็อยากดีขึ้นอยู่แล้ว ส่วนมากก็ให้ความร่วมมือ การทำร้ายตัวเองเป็นวิธีหนึ่งในการดูแลตัวเองได้เหมือนกัน

ฟังดูขัดแย้งกันดีเนอะ

แต่ฉันรับไม่ได้ที่จะต้องให้ใครมาเห็นบาดแผลประจานความอ่อนแอของฉัน ฉันอยากจ้องมองมันแต่เพียงผู้เดียว มันดูสวยงาม เหมาะสมที่จะอยู่บนเนื้อตัวของฉัน ผู้ที่เต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะอันมองไม่เห็น คงจะดีถ้าคนอื่นมองเห็นหัวใจของเราได้ คงจะดี ถ้าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนรักษามัน

ไม่ใช่สุดท้ายต้องเป็นฉันเอง ที่นั่งลูบบาดแผลตามผิว หวังให้สัมผัสอ่อนโยนที่ฉันมอบให้ตัวเอง ซึมเข้าไปปลอบประโลมความเจ็บปวดภายในของฉันด้วย

ฉันเปลี่ยนมาจิกหลังขาตัวเองแทน อย่างน้อยก็ไม่มีใครเห็น มันช่วยในการตั้งสติได้ดี ฉันไม่ได้ทำพร่ำเพรื่อ แต่ครั้งนี้ก็ดูจะหนักหนากว่าที่ผ่านมา 

ตอนนี้แขนฉันเป็นจ้ำเล็กๆ บวมแดงตามรอยเล็บ และหลังต้นขาหลังน่องเป็นลายพร้อย เนื้อนูนพองตามรอยที่เล็บขูดลงไป ดีที่หนังหนา เพราะถ้าเลือดออกฉันจะหยุด ฉันไม่ชอบความเลอะเทอะ ตราบใดที่เลือดไม่ออก ก็ทำได้ต่อไป

ฉันชอบดูความเปลี่ยนแปลงของมัน ดูความพยายามของธรรมชาติที่จะรักษาเยียวยาตัวเอง มันย้ำเตือนให้ฉันตระหนักว่า ไม่ว่าจะเจ็บ จะเป็นแผลยังไง ร่างกายที่น่ามหัศจรรย์ของเราก็ไม่เคยย่อท้อในการฟื้นฟูตัวเอง คนอื่นยังทำเราเจ็บได้  เราทำตัวเองแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ร่างกายเป็นของเรานะ

ครั้งล่าสุดที่ฉันทำร้ายตัวเอง คงเป็นตอนที่ฉันลังเลเรื่องจะลาออกจากงานประจำงานแรกในชีวิตดีไหม เพราะดูเหมือนการตัดสินใจของเราจะ against คนทั้งโลก

กว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะฟังเสียงจากข้างใน ฉันขูดแขนตัวเองจนห้อเลือด ดีที่มันไม่อันตรายเท่าไหร่ ฉันน่ะ กลัวของมีคม กลัวความเจ็บปวด ฉันรักตัวเองเกินกว่าจะสร้างบาดแผลใหญ่ๆ ให้ตัวเอง

เพื่อนสนิทถามฉันว่าจะจิกตัวเองไปถึงเมื่อไหร่ ฉันตอบว่าแค่ให้มันผ่านวันนี้ไปก่อน

มันรู้สึกดีมากๆ ที่มีวิธีการหยุดความคิดของตัวเองได้ เหมือนได้ self-control กลับมาอีกครั้ง ปกติฉันจะสติแตก เวลาที่ตัดสินใจอะไรสำคัญๆ ไม่ได้ ไม่แน่ใจนักว่าอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้ฉันสติแตกได้ขนาดนี้ เวลาเป็นเรื่องความสับสนและผิดหวัง คงเพราะมันสำคัญต่อตัวตนของฉันมากล่ะมั้ง

ความผิดพลาดล้มเหลว อาจทำให้ฉันโกรธตัวเอง จนอาจเกลียดตัวเอง ฉันกลัวการเกลียดตัวเองที่สุด มันเหมือนหลุมดำที่กลืนความภาคภูมิใจที่ฉันเคยสร้าง เหมือนระเบิดที่ทำลายล้างทุกอย่าง ฉันสงสารพ่อแม่ พวกเขาพยายามเต็มที่แล้ว การได้รู้ว่าลูกอยากตาย คงทำให้เสียใจไม่น้อย ฉันไม่อยากกลับไปอยู่จุดนั้น

ฉันรักพี่หวานมาก แต่ฉันมองไม่เห็นว่าถ้ากลับไป จะมีอะไรดีขึ้น ถ้าผิดหวังอีก ครั้งหน้าฉันอาจจะอาการหนักกว่านี้

แม่เคยขอร้องฉันว่าอย่าเรียนจิตวิทยา เพราะฉันอารมณ์อ่อนไหวรุนแรงมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะนักจิตวิทยาไม่ใช่หรือที่ดึงฉันออกมาจากความรู้สึกอยากตายที่กัดกินชีวิตมานานนับปี ฉันรู้วิธีใช้ประโยชน์จากศาสตร์นี้ และฉันไม่ได้ทำอันตรายร้ายแรงต่อตัวเอง

ที่มาเขียนบันทึกไว้ก็เพื่อเก็บมันเป็นที่ระลึก ว่าในชีวิตของฉัน เคยมีอะไรผ่านเข้ามาบ้าง

ไม่เคยคิดว่าจะเจ็บปวดกับความรักขนาดนี้ ก็ได้ลองเผชิญมันดูแล้ว

กำแพงสูงๆ นั่น ก็ยอมให้มีคนพังมันเข้ามา พังเข้ามาสร้างบาดแผลให้เราได้ลึกใช่เล่น

ความผิดเดียวของพี่เขาคือการไม่ทำตามข้อตกลงเริ่มแรก แค่นั้นเลย ส่วนความพังอื่นๆ ที่ตามมาจากจุดเริ่มต้นนั้น ฉันไม่โทษใครเลย ฉันเปราะบางเอง บาดแผลข้างใน มองไม่เห็นไม่ได้จากภายนอกอยู่แล้วนี่ อดีตคนรักของฉันขี้ลืมมากเสียด้วย ฉันบอกพี่เขาแค่ 3 เดือนครั้งว่าฉันเจ็บ ทั้งที่ความจริงฉันเจ็บอยู่ตลอด และเจ็บมากขึ้นทุกวัน จากการก้าวผ่านบาดแผลในอดีตไม่ได้ และมีการกระทำของเธอ คำพูดจากครอบครัวเธอมากระตุ้น เก่งมาจากไหนก็ดูไม่ออกหรอก ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในใจฉัน แม้แต่ตัวฉันเอง บางทีก็ไม่รู้ตัว

วันที่ฉันร้องไห้ออกมาต่อหน้าพี่เขา ตอนพูดเรื่องวัยเด็กของตนเอง ฉันไม่ตั้งใจจะเล่า แค่จะยกตัวอย่าง แต่เพราะรู้สึกปลอดภัยมากพอละมั้ง ความเจ็บปวดที่ยังระบายออกไม่หมดจึงทะลักล้นออกมา น้ำตาไหลเป็นโอ่ง

อันที่จริงฉันควรอยู่ในกระบวนการบำบัดสักสิบครั้ง แต่ฉันก็ไปแค่แตะๆ สามครั้ง ดีขึ้นหน่อยก็เลิก ฉันประเมินตัวเองแย่เอง เรายังไม่เข้มแข็งพอจะให้ใครมาทำร้ายจิตใจ โดยเฉพาะคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจ

พี่เขามักจะทำฉันเจ็บปวดจากการอธิบายอะไรไม่ละเอียดเสมอ ทำฉันอกกลัดหนองอยู่เป็นเดือนๆ พูดให้เห็นภาพก็คือ กว่าจะรู้ตัวว่าต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น ต้องรักษาความเจ็บปวดที่บ่มเพาะอยู่ข้างใน หนองมันก็แตก เลือดมันก็กระจุยออกมาแล้ว

เมื่อวานเราคุยโทรศัพท์กัน เธอสะอึกสะอื้น ละล่ำละลักอธิบายสิ่งที่ไม่เคยบอกเคยพูด

ตอนฉันต่อว่าเธอ เธอบอกว่าเธอเจ็บแล้ว

อือ

เจ็บเหมือนกัน เจ็บมานานแล้วด้วย

ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะ

มันเกิดเป็นประจำแหละ สถานการณ์แบบนี้

สนุกดีเนอะชีวิต

ใครไม่เคยรู้ว่าทำไมคนเราต้องทำร้ายตัวเอง อ่านบันทึกหน้านี้ดูคงเข้าใจ








SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments

Salsa
7 days ago
พยายามเข้านะคะ เราก็จะพยายามเหมือนกัน :)
Reply
Shallot
6 days ago
เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ :)