"เด็กดอยจ้องแดกตัง"
หลังเคลือบปอดด้วยชานมเย็น มันเหม่ออยู่กลางความว่างเปล่าของชุมชนจ่าโบ่ งัดปากกว้าง สูบพลังเข้าเต็มตัว บางส่วนเหลือให้สติ สมาธิ เศษก็แบ่งให้เพื่อนๆตามเงินเดือน

อยู่แม่ฮ่องสอน ปอดมีความสุขขึ้น ถึงเวลาตามใจมันบ้าง

**ภาษาต่อจากนี้คือความมั่วไร้สารเจือปนของคนลาหู่ผ่านหูของผม กูงง มึงต้องงงตามกู**

"มาลาเฮล่าป้อน่ะ หง่าสิจะปากะห้อ!" บ้านไม้ข้างคาเฟ่คำรามออกมา เป็นเสียงเด็กผู้ชายจำนวนมาก กล่องเสียงยังทำงานได้เจื้อยแจ้วดี

ผมดุ้มๆมองๆหลายนาที แกล้งจับกางเกง จัดผม ถ่ายรูปชุมชน หมดมุกเนียนก็เอามือท้าวเอวกลางแดด ตาสะบัดไปทางแก๊งเด็กทีเผลอก็แช่ตาดำทิ้งไว้ ความเสือกพลั่งพรูเต็มร่าง ผมอดไม่ไหว ย่างตีนเข้าเขตแดนเชื่องช้า ใช้ความสูงมองต่ำลงไปที่กิจกรรมบนโต๊ะไม้กรอบเก่า

เด็กหนุ่มราว 6-8 คน บนโต๊ะราว 6 ใต้โต๊ะราว 2 พกอาวุธเป็นกระดาษสีเหลี่ยมหลากสี หันหน้าการ์ดหาตัวบดบังจมูก มันคือ UNO แต่ลักษณะการเล่นค่อนข้างพิสดาร ทุกคนชำเลืองลุ้นไพ่ด้านหลังอย่างเชื่องช้า แง้มมันออกมาแผดพ้นใบหน้า และตะโกนเกรี้ยวกราด ก่อนจะฟาดมันลงกับโต๊ะราวเหม็นขี้หน้า กระดาษสีแดงปนเทาตรงกลางโต๊ะถูกแจกจ่ายให้ผู้ชูมือถือสุนทรีย์บนหน้าไพ่

"ป้วกเปียดโว้ย" "โหหห่ โหน่ละปั้วป้วกเปียดนิ๊" "ละมาละปู้หน่ะ สิล่ะตั้วหน่ะ"

ไอ้เหี้ย ป้อกเด้งเว้ย

----------
หลังหัวเด็กคนหนึ่งเริ่มสัมผัสความแปลก หันมาไม่แปลกใจ เขาพบคนแปลกหน้าชะเง้อดูสงครามหน้าไพ่ เด็กยื่นปากเข้าใบหูเด็กผิวเข้มทางซ้าย แผ่วลมเบาแหบกร้าน นัยน์ตาเหล่ที่เป้าหมาย และหันไปทำเสียงแบบเดิมให้เพื่อนในวง

ความหมายเดียว "ไอ้เชี่ยนี่มันมาทำอะไรวะ?"

ยิ้มที่โยนให้ไอ้เด็กปากโจกแกนนำกระซิบเป็นยิ้มที่กรอบแห้งที่สุดในรอบเดือน มันเกิดขึ้นเพราะสายตาน้องราวตัวการ์ตูนญี่ปุ่นเวลามันพูดว่า กูจะฆ่ามึง แต่ผมก็ยังย่างเข้าไปช้าๆ เสแสร้งหัวเราะความไม่ตลกของรสนิยมตัวเองปานอยากมีส่วนร่วมเสือกด้วย

"ซาหวักดีกั้บ" เด็กดังกล่าวทัก ผิวดำเทา แก้มตุ้ยสุดในกลุ่ม
"UNO เหรอ?" ผมแกล้งถาม
"อะเหย่ล่ะอู้โหน่ละมาป้อหน่ะ?" วงไพ่ส่งเสียงคุยทับซ้อนกันยกใหญ่ คิ้วลอยขึ้นฟ้าทุกครั้งเมื่อผมงงแดก
"ป้วกเด่งกั้บ"
"อ่อ เยี่ยมๆ ขอดูหน่อยนะ" มือไขว้กันที่ตูด หัวยังชะเง้อดู.
"นั่งดั้ยนะกั่บ" เด็กแก้มตุ้ยผายมือทางขวาตัวเอง

ตูดผมรับบัญชานั้น

------------
ยิ้มผมถูกเคลือบให้รับกับทุกอิริยาบถบนโต๊ะไม้ ลดความเกร็งต่อเด็กๆ บ้างบางคนได้ป้อกเก้า ผมแอบมอบนิ้วโป้งให้ ไม่ได้เงิน แต่ได้ความสนิท

ปัญหาเล็กน้อยคือ เมื่อมือถือลอยสูงขึ้นจากหน้าตัก เด็กแก้มตุ้ยจะกลอกตาขวามองมาทุกครั้ง

"หง่าเสี่ยจะหว่าละโป้หน่ะ? มาต่าปั้วๆๆละปู้" มันกระซิบกับคนข้างๆด้วยภาษาลาหู่ ถึงแม้มันจะตะโกนลั่นโต๊ะ ผมก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

ถ้าให้เดา "กูว่ามันแอบถ่ายเราแน่เลย" "เนี่ยเห็นมั้ย แม่งหยิบมือถืออีกแล้วๆ มึงดูดิๆ" การแกล้งงุ้มองศามือถือขึ้นก็ไม่คลาด โอกาสในการเก็บความเรียลของบรรยากาศ สงสัยจะยากต่อสายตรวจที่นี่

"เล่งม้าคั้บ?" มันพูดว่าเล่นมั้ยครับ
"มาสิๆ" ไฉนจะไม่คว้ามันไว้ "เดี๋ยวใช้ตังพี่มา
"ผมออกให้พี่ก่องคั้บ" แก้มตุ้ยยื่นเงินสีแดงมาทางผม คนในธนบัตรผมตั้งตรงสีน้ำตาล ตาโตผิดมนุษย์ ถือไพ่ยูกิบนมือ

เป้าหมายวันนี้คือ แดกให้เรียบ
.
.
สามตาผ่านไป ไม่ป้อกซักดอก แดกโบ๋แล้วหนึ่ง แก้มตุ้ยกับไอ้แห้งฟันกระต่ายด้านหน้าป้อกแปดถึงสองตาติด เจ้ามือดูเป็นผู้ใหญ่สุด กรามแน่น ปัดเป๋คล้ายโรนัลโด้สะบัดหัวเซ็งกับกระดาษที่ติดปีกบินหนี แห้งจิ๋วทางซ้ายโต๊ะยื่นหัวส่องไพ่ผม ยกนิ้วโป้งเป็นแรงขับเคลื่อนยามท้อแท้ ตอบแทนที่ผมส่องมัน
.
.
10 นาทีตบกระบาลเรียกให้ผมก้มหน้ามอง แต่ดวงไพ่นั้นเด่นกว่าบรรลัย ผมได้ 1 แต้มบ่อยเข้าขั้นเหี้ย เด็กบางคนเริ่มหัวเราะความซวยผม เพราะมันแห่กันมานับสิบตาติด
.
"มา! ลงเพิ่มเว้ย" ผมฟาดไพ่สีแดงในกระเป๋าตังลงโต๊ะ ไอ้แก้มตุ้ยคราวนี้แนบปากกับใบหูผมบ้าง
"เดี๋ยวผมช่วยพี่ ล้าลอง ป้วกเก้าแน่นอน" ภาพด้านหน้าผมคือขบวนการเด็กเวร 4 คนยิ้มมุมปากพร้อมกัน จากแก้มตุ้ย ไปปลายโต๊ะ นึกถึงบอยแบนถ่ายรูปรวม แต่กวนส้นตีนขึ้น

แผนการแก้มตุ้ยคือ เมื่อเจ้ามือฝั่งตรงข้ามแจก(ปัดเป๋โรนัลโด้หมดตูด ฟันกระต่ายเป็นแทน) มันสะกิดผมว่า หลังผมแง้มไพ่ เลื่อนไพ่มาข้างมัน เดี๋ยวตัวใต้โต๊ะจะหยิบไพ่ทั้งผม แก้มตุ้ย แห้งจิ๋ว กับผิวเข้ม สลับกัน และโยนป้อกมาให้ผม

และผมมีหน้าที่แค่ส่งเสียงโห่ร้องยินดีกับฝั่งตัวเอง แม้ผมจะแดกพวกมันก็ตาม แต่ผมก็เลื่อนเงินคืนให้

----------
สายตาไอ้แก้มตุ้ยเริ่มอ่อนโยนขึ้น จากระแวง มันหันมาร้องเฮกับผมทุกตา เข้มดีใจตามแก้มตุ้ย แขนมันเกาะเพื่อนตลอดเวลา แห้งจิ๋วถูกตูดยกตัวลอย ชะเง้อมองไพ่ไม่ยอมนั่ง นิ้วโป้งมอบให้ผมไม่เสียดาย 30 นาทีมองดูความรื่นเริงของวงไพ่

อีกฝั่งซักสงสัย ฟันกระต่ายเริ่มเห็นปลายนิ้วโผล่ตะครุบไพ่บนโต๊ะ มันตะโกนด่าปีศาจทันที
"เออออ้! เหล่ล่ะโป้วละตาหนี่เปตั้วเน้!" รูจมูกผมขยาย มองหน้าเพื่อนร่วมเลว
"ละโหน่ลิส่ามาโป้หน่า" ทุกคนหัวเราะลั่นก้าก
ผมก็หัวเราะ ครั้งนี้ไม่เสแสร้ง ความหมายไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้ว

-------------
ยามมาเที่ยว เงินกับผมไม่ค่อยถูกกัน ผมมักผลักใสมันออก ซื้อสุขเล็กๆ แต่คงอยู่ระยะยาว มันคุ้มกว่าเก็บไว้ซื้อห่าเหวในกรุงเทพ 100 บาท ใบนั้นผมตัดสินใจสนทบทุนสานฝันเพื่อการพนันเด็ก

ไม่ว่าทักษะตุกติกขี้โกงจะพัฒนาไปในด้านไหน ผมภูมิใจที่มีส่วนสร้างรอยยิ้มกับปัจจุบันของเด็ก

หลายครั้ง เด็กมาในรูปแบบตัวแทนถือกล่องกับกระดาษรายชื่อผู้ให้ตามร้านอาหาร ไม่รู้เงินต้องผ่านกี่ทอด

หรือเด็กกลายเป็นพรีเซนเตอร์ใจบุญไม่รับค่าตัว ยิ้มบ้าง หน้าบูดบ้างอยู่ข้างกล่อง ผมเคยเห็นแมลงสาบกับไรฝุ่นลงไปเล่นกับธนบัตรในนั้นเหมือนบ้านบอล เหมือนเงินจะอยู่งั้นไปตลอด

แต่สิ่งที่เห็นนี้คือดาราตัวจริงเสียงจริง ถึงไอ้แก้มตุ้ย ผิวเข้ม แห้งจิ๋ว ปัดเป๋ ฟันกระต่าย ใต้โต๊ะจะไม่ได้ดูแบกความลำบากอะไรในจิตใจ แต่ผมเริ่มรู้สึกว่าการให้แบบช่างหัวผลตอบรับแม่งโคตรชื้นหัวใจ แม้จะเป็นสิ่งเล็ก และยิ่งพกมากับมือ มอบซึ่งหน้า มันมองเห็นถึงจิตวิญญาณเขาเลย

คำถามประจำเดือนต่อแม่และยาย "ให้ไรเยอะแยะ มีพอโว้ย" ถูกคลี่คลายบ้างแล้วขั้นนึง ในอนาคต ลูกผมคงโวยวายใส่ผมแบบเดียวกัน ลุ้นดี
.
.
"ข่อบคุงคั้บ" แก้มตุ้ยเป็นตัวแทนรับตัง
"ใช้กินหนมนะ"
ผมกำมือยื่นไปกลางวง รอชนกับเพื่อนฝูง แต่ทุกคนจ้องมือนั้นราวหวั่นเกรง กระดาษเงินนอนแน่นิ่ง เสียงโต๊ะไม้เริ่มดังแทนเด็ก มิตรภาพในรูปแบบสัมผัสอาจไม่เหมาะช่วงนี้

แก้มตุ้ยบอกว่าผู้ใหญ่ยังกลัวกับเพื่อนของนักท่องเที่ยวมากๆ ไอ้โควิด ไอ้สัด

----------
"ซาหวักดีคั้บ" ทุกคนพนมมือไหว้ลาผมที่ลุกขึ้น
"พี่ก็เป็นไวรัสนะ" ผมพูด ทุกคนตาเหลือกโต
"ไวรัส 1 แต้ม" เด็กหนุ่มฮาลั่น ผมโบกมือเดินออกมา เสียงฮายังอยู่ เร่งมอไซลงเขา ถึงขณะเขียนตอนนี้ เสียงฮายังอยู่

ปัจจุบันตรงนั้น ผมจำได้ดี
SHARE
Writer
Fhoiman
Junior Writer
เขียนเล่าเรื่องทุกอย่างที่พบเจอระหว่างท่องเที่ยว จากนิสัย มุมมองและแง่คิดเฉพาะตัว

Comments