ฉันไม่ได้กลัวฝน ฉันแค่กลัวความเปียกปอน
ฉันเฝ้ารอหน้าฝนอย่างใจจดใจจ่อเสมอมา จำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเพราะอะไรที่ทำให้ฉันหลงรักหน้าฝนขนาดนี้ หรือเพราะใคร 

ความหม่นของบรรยากาศก่อนฝนตกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันรัก เสน่ห์ของการเฝ้ารอก็คงเป็นการที่เรารอแล้ววันนึงฝนก็ตกลงมาล่ะมั้ง เป็นการรอแบบมีจุดหมายปลายทาง ไม่เหมือนกับเขาคนนั้นที่จากไปพร้อมบอกให้รอแต่ก็ยังไม่กลับมาเป็นวันที่ 368 แต่ฉันก็ยังรอ เพราะอะไรกัน


ทุกครั้งที่ฝนตกฉันจะเอาแต่เฝ้าคิดถึงเขาคนนั้น ฉันเปียกปอนทุกครั้งแม้จะไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน เปียกปอนที่ใจ

ฉันมองเหม่อผ่านสายฝนที่โปรยปราย คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คำคำนี้วนเวียนอยู่ในหัวจากที่เคยตกตะกอนอยู่ในใจก็ถูกฝนมากระทบจนมันล่องลอยขึ้นมาอีกครั้งและอีกครั้ง เขาจะเปียกมั้ยนะ จะสบายดีหรือเปล่า ได้กินข้าวหรือยัง มีความสุขบ้างมั้ย คิดไปต่างๆนาๆ และก็คิดว่าเมื่อไหร่กันที่เขาจะกลับมาตามที่สัญญากันไว้


วันแล้ววันเล่าเขาก็ยังไม่กลับมา วันที่เขาจากไปวันนั้นฝนตก จนวันนี้หน้าฝนอีกปีแล้วเขาก็ยังเงียบหาย เขาจะรู้บ้างไหมว่าเราตั้งใจรออย่างดีขนาดไหน ทุกครั้งที่ฉันเปียกเพราะไม่มีที่หลบฝนมันน่าหงุดหงิด ฉันไม่อยากเปียกไม่อยากโดนตอกย้ำว่าใจฉันมันเปียกปอนขนาดไหน ทำไมเขาไม่กลับมากันนะ 


ฉันบอกทุกคนว่าไม่ชอบฝน ไม่ชอบเสียงฟ้าร้อง แต่ไม่เคยบอกใครถึงเหตุผลที่แท้จริง

“อยู่ใต้ฟ้า จะไปกลัวอะไรกับฝน”

มีคนบอกฉันแบบนี้ เขาจะรู้ไหมว่าตั้งแต่วันที่ฉันเริ่มรอคนคนนึงที่ฉันรักฉันไม่เคยไม่เปียกปอนเลย จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร

หน้าฝนใกล้โบกมือลาแล้ว แต่ฉันและใจของฉันยังคงร่ำไห้จนไม่อาจโทษฝนที่ทำให้เปียกปอนแต่คงต้องโทษเขาที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้


ฉันจะรอไปได้อีกนานแค่ไหนนะ


SHARE
Writer
Antil
AAN
Me and You feel blue

Comments