Happiness

when the party over ของ Billi English 

ถูกบรรงเลงขึ้น ในร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง
เนื้อหาที่กรีดขั้วหัวใจกับเสียงร้องเย็นยะเยือก
ทำให้น้ำตาทิ้งดิ่งลงมาอย่างง่ายดาย
ท่อนฮุคของเพลงถูกผสมด้วยเสียงร้องไห้
จนดูแปลกหู

ฉันแทบไม่ได้ยินเสียงเพลง
ตั้งแต่ที่น้ำตาเอ่อล้นประสาทสัมผัสทางการได้ยิน
ก็ถูกตัดทิ้งโดยเฉียบพลัน
เพราะอาการเลื่อนลอยกำลังครอบงำจิตใจ

ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ไล่เรียงลำดับ
จากเลือนลางไปจนชัด
มันหมุนเวียนอยู่ในหัวจวนจะแตกสลายเต็มที

ภาพอดีตเก่า ๆ เป็นความทรงจำดี ๆ
ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
มันระเบิดกระจายในรัศมีระยะไกล
ทิ้งสะเก็ดปักเอาไว้ที่หัวใจอย่างเจ็บปวด

ฉันรู้สึกคลื่นเหียนขึ้นมา
ทันทีที่ได้กลิ่นควันบุหรี่
ผสมกับสัมผัสรสฝาดที่ปลายลิ้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเชื้อเพลิงแห่งความคิดถึง
ที่นำพาใครบางคนที่ฉันอยากลืมกลับมา
ที่ ๆ มีกลิ่นและและสัมผัสที่เป็นตัวเขา
คือที่ ๆ เรารู้สึกอ่อนแออย่างบอกไม่ถูก

"ความคิดถึง"สำหรับฉัน ณ เวลานี้
เป็นดั่งหลุมดำลึกที่กำลังกลืนกินร่างเล็ก
ให้จมลงสู่จักรวาลแห่งความโศกาอาดูร

มันต้องใช้เวลาอีกยาวนาน
กว่าฉันจะปีนขึ้นมาจากหลุมนั้นได้
ฉันภาวนาให้แต่ละวินาทีที่ผันเปลี่ยน
จะช่วยให้ฉันลืมเลือนใครบางคนลงไปทีละนิด

แก้วใสเหลือเพียงน้ำแข็ง
เพลงจบลงโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้

เสียงประตูเปิดท่ามกลางความเงียบ

"ไง ดิ่งอีกแล้วนะ"
แอรอลเดินเข้ามาหาฉัน
เธอเปิดผ้าม่านในร้านจนแสงสว่างแยงตา
ฝ่ามืออุ่นเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างปลอบประโลม
ก่อนจะแย่งแก้วในมือฉันไป

โกโก้ร้อนถูกวางบนโต๊ะ
พร้อมกับแอรอลที่นั่งจ้องฉันอยู่ฝั่งตรงข้าม

"นาเดียฉันว่าแกพอเถอะ ทำแบบนี้ความทรงจำแกก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก"
"ฉันแค่พยายามจะยอมรับน่ะ แบบว่าเจ็บให้มันสุด ๆ เพื่อให้มันชาไปเอง"

แอรอลถอนหายใจเสียงดัง
ฉันรู้สึกได้ว่าไม่เพียงแค่ฉันที่เหนื่อยกับเรื่องนี้
แต่ใครก็ตามที่อยู่รอบตัวฉันกลับได้รับผลกระทบ
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มจากคนแค่ 2 คน

"เดี๋ยวเวลาก็คงทำให้ฉันลืมเองนั่นแหละ"
"เวลาไม่ช่วยหรอกนะ เพราะแกคอยกรีดแผลตัวเองซ้ำ ๆ แบบนี้ทุกวัน เหมือนเหตุการณ์ต่าง ๆ มันเกิดขึ้นแค่เพียงเมื่อวานเสมอ"

ฉันดื่มโกโก้ในมือกลบเกลื่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
โกโก้อุ่น ๆ แก้วนี้อร่อยกว่าเครื่องดื่มรสฝาด
ที่ฉันดื่มทุกวัน
แอรอลพูดถูกทุกอย่าง
ฉันกรีดบาดแผลให้ตัวเองเจ็บซ้ำ ๆ
เพียงแค่หวังจะให้ใครบางคนกลับมาทำแผลให้
น่าเวทนาตัวเอง
สุดท้ายก็มีแต่เพื่อนเพียงคนเดียว
ที่คอยช่วยพยาบาลแผลให้ฉันเสมอมา

"แอรอล ถ้าเวลาไม่ช่วยให้ฉันลืมเขา แล้วอะไรกันล่ะที่จะช่วย?"
"ตัวแกเอง ลองมองความสุขรอบตัวเองเสียบ้าง"

ความสุขรอบตัวรึ

ฉับพลันก็รู้สึกได้ว่า
แสงแดดอุ่น ๆ ที่สาดส่องมาจากหน้าต่าง
เครื่องดื่มที่อยู่ในมือ
ล้วนแล้วแต่สร้างความสุขในตัวของมัน
เพียงแต่ฉันไม่เคยคิดจะสนใจ

ฉันลุกขึ้นพาร่างอ่อนแรงไปที่หน้าต่าง
นานเท่าไหร่แล้วหนอที่ไม่เคยพินิจกับสิ่งรอบตัว
ผู้คนที่เดินผ่านหน้าร้าน
ทุกสิ่งล้วนเหมือนเดิมเฉกเช่นปกติทุกวัน
แต่กลับรู้สึกแปลกใหม่เมื่อลองตั้งใจดูจริง ๆ

ซูซี่เปิดร้านขายหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม
เธอมักเปิดเพลงแจ๊สทุกวัน
เมื่อลองฟังดี ๆ
มันคือเพลงของวง The carpenter นี่เอง

แซมที่เปิดร้านตัดผมอยู่ข้างกัน
เขาชอบปลูกดอกไม้ไว้หน้าร้าน
เมื่อลองสังเกตดี ๆ นั่นคือดอกลิลลี่สีแดงสดนี่เอง

ฉันเพิ่งตระหนักแก่ใจ
แท้จริงฉันมองไม่เห็นความสุข
ที่มอบให้ฉันอยู่รอบ ๆ กาย
ฉันเฝ้าแต่ร้องขอความสุขที่ปรารถนา
แต่ไม่ได้สนองกลับ
เลยคิดว่าความสุขในนั้นไม่มีจริง


SHARE
Written in this book
เสียงเพรียกแห่งความโศกา
ไม่ว่าจะนานเท่าใด ฉันยังคงได้ยินเสียงของเธอ ณ ดินแดนที่ฉันไม่อาจไปถึง

Comments

nomnamisme
5 days ago
โห ภาษาสวยมากเลยค่ะ
Reply
2407
2 days ago
ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ❤ ฝากติดตามผลงานเราด้วยน๊าาาา
dearmysunshine
3 days ago
ชอบมากๆเลยค่ะ💖
Reply
2407
2 days ago
ดีใจที่ชอบนะคะ 😊
Brush___
2 days ago
ชอบมากเลยค่ะ ;)
Reply