ฉันจะขอเก็บมันเอาไว้เอง
หลังจากเดินทางกลับจากเมืองหลวงสู่เมืองเล็กๆก่อนกลับบ้าน เรานัดกันกินข้าวเย็นเอาไว้
เพราะเธอก็กลับมาจากบ้านเพื่อกลับมาทำงานในจังหวัดเดียวกันกับเรา

เป็นความรู้สึกแปลกๆ หลังจากที่เราไม่เคยเข้าใจหรอก ว่าการที่เคยบอกกันว่า ก็เป็นเพื่อนกันนะ มีอะไรก็มาปรึกษาได้ คุยได้เหมือนเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมเลย อยู่ๆวันนึง เธอก็หายไปไม่ตอบข้อความ...

ตอนที่นั่งรอก่่่อนเธอขึ้นเครื่อง เธอถามบ่อยๆ เพราะมันค่ำแล้วแต่เครื่องยังไม่ขึ้น กลัวจะหิว ให้หาอะไรรองท้อง เอาจริงๆ เราไม่ค่อยหิวเลยซักนิด เพราะกินมื้อเที่ยงมาเยอะพอสมควร 

แค่เป็นความรู้สึกแปลกๆที่เราไม่เข้าใจ ว่าทำไมเราถึงยอมตกลงรอ ที่เธอชวนกินมื้อเย็น ทั้งๆที่เราลงเครื่องตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว เออ..รอทำไมว่ะ?

นั่นสิ นี่คิดถูกจริงๆหรอ ที่กลับไปเจอเค้าอ่ะ เหมือนจะรู้ผลที่ตามมา แต่ต้องทำตามใจซักครั้ง

เธอลงเครื่องปุ๊บ ก็ถามเลยว่าจะไปกินร้านไหน แล้วก็มารับเราที่จุดนัดรอ เข้าไปนั่งในรถ ตอนนั้นเป็นความรู้สึกที่ หน่วง อึนๆ แต่ทำให้อมยิ้ม อธิบายไม่ถูก มันคงดีใจมากมั้ง เพราะเราบ่่่่นคิดถึงเธอในใจทุกวันเลย ทั้งๆที่ก็คิดว่าปล่อยไปจากใจได้แล้ว เป็นแค่เพื่อนห่างๆกันก็พอ

เราเบื่อแล้ว อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น หรือพวกบุฟเฟ่ต์ ชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง วันนี้เราอยากกินอาหารจีน เพราะไม่ได้กินมานานมากแล้ว ใจจริงคือ คิดถึงหมั่นโถ่ว กับ ฮะเก๋าด้วยแหละ เลยชวนเธอไปกินร้านติ่มซำดีกว่า (ก็เธอเป็นคนให้เราเลือกร้านเองนี่)

มารับเราก็ประมาน 19.25 น. เข้าไปแล้ว ร้านปิด 20.00 น. เรากลัวจะไม่ทันจริงๆนะ เลยโทรไปถามก่อน ดีใจที่ร้านเค้ารอ แถมตอนกำลังออกไปที่ร้าน 19.45 น. ร้านเค้าก็โทรมาถามอีกว่าถึงหรืิอยัง ดีใจที่เค้ารอมากๆ

ระหว่างทางไปร้าน พูดคุยกันทั่วไป (เธอนี่มันยังน่ารักสำหรับเราเสมอเลย ทำไงดี แย่แล้ว) วันนี้เราต้องนิ่งไว้ อย่าไปเสียอาการเด็ดขาด เราคือเพื่อนกัน ย้ำเอาไว้ เราแค่เพื่อนกัน

พอถึงร้านลงจากรถ เธอแม่งใจร้ายเลย เราแพ้ทางตลอด วันนี้เธอสวมเสื้อเชื้ตสีขาวกับกางเกงสีครีม กับรองเท้าผ้าใบสีขาว ผมทรงที่ตัดมาแบบรองทรงที่เราแพ้เธอมาตลอด กำลังหลอมละลายแล้ว เรายังแพ้ผู้ชายไทป์นี้จริงๆสินะ เห้ออออ

เราช่วยกันเลือกสั่งติ่มซำกันคนละหลายอย่างเลย เพราะเจ้าของร้านจะปิดครัวแล้ว ทั้งร้านเหลือแค่เราโต๊ะเดียวกัับโต๊ะเจ้าของร้านที่นั่งกินข้าวเย็น ระหว่างรออาหารพูดคุยกันไป จานแรกก็มา มันคือ เกี๊ยวซ่า

เกี๊ยวซ่า เสิร์ฟมาบนจาน 3 ชิ้น เรากินคนละชิ้นไปแล้ว เหลืออีก 1 ชิ้น เธอบอกให้เรากินเลย จริงๆเราไม่ได้หิวเท่าไหร่ เลยบอกว่าเอาไปเลย เดี๋ยวเรารอเมนูอื่นๆ ก็ได้ เธอเลยหยิบจานมาวางตรงกลาง "งั้นแบ่งกัน" แล้วก็ใช้ตะเกียบแบ่งครึ่ง กินคนละครึ่งชิ้น (ไม่นะ เราโดนเธอขโมยใจอีกครั้ง)

เมนูอื่นๆ เริ่มทยอยตามมาจนครบทุกอย่าง มีบะกุ๊ดเต๋ ทีี่น้ำซุปเข้มข้น เธอบอกว่าอร่อย แต่ไม่กินต้นหอมเราเลยจัดการให้เอง (ดีใจจังที่เธอชอบ)

ความจริง เธอบอกว่าที่กลับบ้านไป ก็ไปเจอเพื่อน ก็บอกเพื่อนว่าอยากกินติ่มซำ เลยกินติ่มซำไปแล้วรอบนึง เราเลยแอบนอยด์ ก็แล้วทำไมไม่บอก เลยพามากินซ้ำอีก เธอบอกไม่เป็นไร เพราะร้านนั้นไม่อร่อย แต่ร้านนี้อร่อยกว่ามาก ^^

เราคุยกันหลายเรื่องเลย ตอนกินข้าว เอาจริงๆ ไม่ได้กินมื้อเย็นแบบนี้กับใครมานานมากแล้ว ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ประหม่าหรือเสียอาการมั๊ย แต่คิดว่านิ่งที่สุดแล้ว ส่วนเธอเป็นกันเองกับเราจนแอบเสียใจ คงเพราะสบายใจที่มีเราอยู่เป็นเพื่อนมากกว่าสินะ เรานี่มัน'เพื่อนไม่จริง(POLYCAT)' จริงๆเลย

กินกันจนอิ่มมาก แต่ยังเหลือฮะเก๋าอีก 3 ลูก นี่ก็เกี่ยงกันรับผิดชอบสุดฤทธิ์ เรากิน 1 ก้อน เธอกิน 1 ก้อน อีก 1 ก้อนเราบังคับเธอเอง เรากินไม่ไหวแล้วแน่นท้องไปหมด วันที่มาเจอเธอ เราอ้วนจากเดิม 3 กิโลแล้วนะ กินเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ออกจากร้้าน มาขึ้นรถ เธอก็พูดขึ้น "เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมอีกแล้วหรอ" คะๆ..คือ อึ้งทุกครั้งที่ถาม ทำไมจำได้ นี่ทักครั้งที่ 3 แล้วนะ ตั้งแต่เราฉีดน้ำหอมแล้วมาเจอเธอ และใช่ ถ้านับจากครั้งล่าสุดที่เราเจอเธอ ครั้งนี้เราเปลี่ยนกลิ่นจริงๆ

"ไม่.. ก็น้ำหอมอันเดิมที่เคยใช้แหละ แต่ไม่ใช่อันคราวก่อนที่เจอกันรอบที่แล้ว"
"อ่ะ ก็คือเปลี่ยนไง ทำไมชอบตอบบ่ายเบี่ยง"
"เอ้าา ก็ของรอบที่แล้วมันขวดใหญ่เราพกขึ้นเครื่องไม่ได้ รอบนี้เราเลยกลับไปใช้อันเดิมที่ เคยฉีดแล้วเธอบอกว่ากลิ่นมันแมนไปไง"
"อ้าวหรอ แต่รอบนี้มันหวานดีนะ"
"จริงหรอ"
"อื้มม มันหอมหวานดี ไม่แมนเลย"
พอก่อนน ไปต่อไม่ได้แล้วจ้า เราต้องเปลี่ยนเรื่องคุยทันที นี่เราเสียอาการไปหรือเปล่านะ 

กลับมานึกๆย้อนไปก็แอบคิด เค้าใส่ใจกับกลิ่นคนรอบตัวแบบนี้ทุกคนเลยหรอ ทำไมจำกลิ่นได้ คือเป็นเราจำไม่ได้เลยนะ งั้นจะถือว่า เป็นเพื่อนที่มีความใส่ใจเพื่อนคนนึงแล้วกัน เค้าคงเป็นแบบนี้กับทุกคน

เธอบอกว่าต้องแวะซื้อของเข้าบ้านกับอาหารน้องหมา เลยแวะห้างอีกที ปรากฏว่าขับรถผิดทางไปหมด ไม่รู้เรื่องเลย น่าหมั่นไส้ชะมัด ต้องบอกทางตลอด 

ถึงห้าง ตอนที่เราจอดรถแล้วมันดูไม่ปลอดภัย เธอเลยถอยรถออก แบบรถที่ไม่มีกล้องหลัง เราช่วยดูทางให้ คือหันกลับมา ท่าที่เธอเอาแขนมาเท้าที่เบาะข้างคนขับ แล้วหันมองข้างหลัง เกือบทำให้เราเสียอาการไปได้ บ้าจริงง ทำแบบนี้ไม่ได้

เดินช้อปปิ้งกับเธอครั้งแรกแบบสองคน เราว่ามันดีจริงๆเลยนะ เราอยากมีแฟนแล้วอ่ะ แบบที่พากันไปซื้อของเข้าบ้าน ช่วยกันเลือกซื้อ คงจะดีจริงๆ แต่เสียดาย นี่แค่มาช่วยเพื่อนเลือกซื้อของเฉยๆ อย่าถลำตัวเองไปไกล ตื่นนน!!!

แต่ความพ่อบ้านอ่ะ ซื้อของไปซักผ้าเอง รีดผ้าเอง เพราะที่ทำงานไม่ได้ส่งซักผ้า เธอทำไมดีอะไรแบบนี้อ่ะ เราไม่อยากยืนจับรถเข็นอยู่ตรงนี้แล้ว เราอยากหนีไป ก่อนเราจะกลับไปชอบเธอมากกว่าเดิมอีก เราแพ้ เราแพ้มาก เราไม่ไหว ใจเราบางง

เดินเลือกซื้อของ เธอจำได้ว่าเราชอบกินนมอะไร เพราะเราไปหยิบนมอีกยี่ห้อนึงมา 
"ไม่กิน นมรสนั้นแล้วหรอ"
"มันหวานไปอ่ะ เลยลองเปลี่ยน" 
เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ จำได้ด้วยนะ

ส่วนเราก็แอบเก็บรายละเอียดที่เธอเดินช้อปปิ้งไปด้วย ชอบอะไร ใช้อะไร ไม่รู้จะเก็บไปทำไม เพราะไม่ได้มีประโยชน์อะไรอยู่ดี 

ขนของที่ช้อปปิ้งกลับบ้าน เธอมัวแต่คุยโทรศัพท์ เราเลยเข็น รถเข็นลงทางลาดมาก่อน เธอเลยตามมา บอกว่า "ขอโทษที เมื่อกี้คุยโทรศัพท์ ไม่ได้ช่วยเข็นเลย" (งืมมม มันน่ารักอ่ะ) เห้ออออ เราอยากมีโมเม้นท์ช้อปปิ้ง(กับเธอ)กับแฟนแบบนี้จริงๆนะ เรื่องธรรมดาที่มันน่ารัักดี

กลับบ้านกัน นั่งรถพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย บางช่วงเธอก็ล้อเรา จนหมั่นเขี้ยว มันอดที่จะหยิกแขนเบาๆไม่ได้เลย หัวเราะเยาะเก่งง บางช่วงทั้งเราบ่นบ้าง เธอบ่นบ้าง "พรุ่งนี้ไม่อยากทำงานเลย" ฮ่าๆความรู้สึกเดียวกัน แต่อีกความรู้สึกนึงของเราคือ ไม่อยากให้หมดเวลาที่อยู่ด้วยกันวันนี้เลยจริงๆ

เธอมาส่งเราหน้าบ้าน หมดเวลาแล้วสินะ มีคำมากมายอยู่ในใจ คำที่ชัดที่สุดที่อยากจะพูดออกมา คือคำว่า 'คิดถึงเธอมากๆเลย' ได้แต่พูดออกไปว่า "ขอบคุณมากน้า ขับรถดีๆ" แล้วก็โบกมือลากัน

...........................................................

ที่เราบันทึกมาทั้งหมด คงไม่ต้องการอะไร เราแค่รู้้สึกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่เธอ อยู่ๆก็เป็นคนหายไป อ่านแต่ไม่ตอบข้อความมาอีกเลยวันนั้น เราคิดว่ามันจบแล้ว เราพยายามทำใจมาตลอด แต่เรารู้ตัวเองมาตลอดว่าเราชอบเธอมากจริงๆ แบบที่ไม่เคยชอบใครแบบนี้มาก่อน เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

เราเลยพยายามทำใจ ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เข้าไปรบกวนให้เธอรำคาญใจ ถึงเธอจะเคยบอกว่า มีอะไรก็คุยได้ปรึกษาได้เหมือนเดิม แต่เราว่าเธอไม่เหมือนเดิม เราอาจจะก้าวก่ายเข้าไปวุ่นวายกับเธอเกินเพื่อนไปเธอเลยรำคาญ เราถอยดีกว่าอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

คิดถึงก็ปล่อยให้ตัวเองคิดถึง แต่ไม่เข้าไป จะไม่เข้าไปกวนใจเธออีก เธอเคยทักมาซื้อขนมกับเรา เราว่าเรารู้สถานะตัวเองแล้ว เพราะเธอบอกให้ชัดเจนแล้ว ว่าเป็นเพื่อนกัน เพราะงั้น คุยพอรู้เรื่องก็พอแล้ว อย่าได้ไปเวิ่นเว้ออะไรมากมายอีก

จนผ่านมาได้หลายเดือนแล้ว เราก็คิดว่าเราทำใจได้แล้ว บอกกับเพื่อนไปแล้วว่า เราปล่อยเธอไปแล้วนะ เราอยากเริ่มต้นใหม่ ถ้ามีใครเข้ามาเราจะลองเปิดใจแล้ว ไม่รอเธออยู่ตรงนี้หรอก เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เธอจะกลับมา

แต่วันนี้..วันที่เราได้มาเจอเธออีกครั้ง เหมือนมีอะไรมาย้ำเตือนว่า ไม่เคยเลย เราไม่เคยลืมเธอไปได้เลย ที่เราบางครั้งเผลอคิดถึงเธอ มันคือคิดถึงเธอจริงๆ ยังรู้สึกกับเธอจริงๆ ไม่ได้หวังอะไร ไม่ได้ต้องการอะไร ไม่เคยออกไปไหน มันยังอยู่ที่เดิมตลอดมา แค่อยากจะเก็บเอาความทรงจำดีๆนี้ไว้ ว่าที่เราเจอเธอครั้งนี้ มันคือ เรื่องจริงและบันทึกความรู้สึกดีๆนี้ไว้ในความทรงจำ 

(เธอจะไม่เก็บก็ไม่เป็นไรเราจะเก็บไว้ให้เอง)

แด่คนแสนดี คนที่ใส่ใจคนรอบข้างตลอด คนที่อบอุ่น คนที่เรารักตลอดมา เราเข้าใจว่าเราแพ้เอง จริงๆเธอก็ดีแบบนี้กับคนทั่วไป แต่เราหลงไปแพ้เธอเอง เราขอโทษที่ดันไปรู้สึกกับเธอ กลัวเธอจะอึดอัด แต่ยังอยากเป็นเพื่อนเธอต่อไปนะ :)

~เป็นคนที่เธอไว้ใจ มันก็ดีเท่าไร ไม่เสี่ยงเกินไปกว่านี้ เพราะมันอาจจะไม่คุ้มกัน อยากเป็นคนสำคัญ แค่เพื่อนแล้วกัน เพราะฉันไม่มีเธอไม่ได้~


                                            JOAM
                                          6.10.2020
                                       หอคอยสีเหลือง




SHARE
Writer
Joam
Writer
Diary from Impression moment

Comments

pingqjik
14 days ago
ภาษาน่ารักจังเลยคุณ🦋🧡
Reply
Joam
2 days ago
ขอบคุณนะคะ ^^