swap to — fulfill from missing 💫
ร้องเรียกเท่าไร ก็ไร้วี่แววซึ่งผู้พบเห็น
ร้องเรียกเท่าไร ก็ไร้วี่แววซึ่งผู้ได้ยิน

ฝีเท้ามาใกล้
แล้วจากไปราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนี้

เหมือนจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แต่กลับไกลราวคนละโลก

ขนานนาบอ้างว้างราวกับอยู่ในมิติซ้อนทับ
เช่นนั้นแล้ว ; การไม่เคยได้พบเห็นเลย 
ก็ยังดูไม่ต้องหวังอะไรเสียมากกว่า 

“Discover for yourself that the Lord is kind. Come to him for protection, and you will be glad.”
‭‭Psalms‬ ‭34:8‬ ‭CEV‬‬



•••

เพราะรสชาติความรักในแบบมนุษย์ มันช่างขมขื่น และปลิดปลิวอย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน 


มนุษย์แปรปรวน เปลี่ยนแปลงทุกวินาที
แต่พระเจ้ามั่นคงสืบไป

เพราะได้ลิ้มรสความรักแบบนั้น
เพราะได้ถูกกระชากคืนกลับไป
เพราะได้ถูกทำลายเสียจนสิ้น
เพราะถูกทิ้งเอาไว้ให้เดียวดาย

ฉันจึงรู้ว่า ; มีรักใดที่หลงเหลืออยู่บ้างในความมืดมิดนี้ — พระเจ้าเป็นเหมือนลมกระซิบ เหมือนแดดระเรื่อ เหมือนแสงดาวสุกสกาว 


ฉันมองไม่เห็นพระเจ้าหรอก
แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้ามีอยู่


ฉันไม่เคยสัมผัสพระเจ้าด้วยร่างกายหรอก
แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้ามีอยู่


ฉันไม่เคยได้ยินคำว่ารักเป็นเสียงจากพระเจ้าหรอก
แต่ฉันรู้ว่าพระองค์รัก


เพราะพระองค์ทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์
มารับสภาพเป็นมนุษย์ มาเจ็บปวดเหมือนกันกับฉัน และตายเพื่อคนอย่างฉัน — ที่ไม้กางเขนนั้น


และฉันรู้ว่าทรงเป็นพระเจ้า
เพราะสิ่งซึ่งเป็นและฟื้นคืนขึ้นจากความตาย


ชนะอำนาจความตาย
ไม่ใช่แค่ร่างกาย
แต่เป็นวิญญาณจิต

นิรันดร์แห่งวิญญาณที่ไม่ดับสูญ



เพราะฉันได้ลิ้มรสความรักของพระเจ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง
และสัมผัสนั้นยังตราตรึงแม้ห่างเหินมาเนิ่นนานไร แต่ไม่มีวันหดหายไป

ความเหือดกระหาย ใคร่พบบ่อน้ำแห่งความรักอันเป็นนิรันดร์ จากเจ้าของผู้มอบชีวิต มันมีไม่สิ้นสุด

ความรักของพระเจ้ามั่นคง ยิ่งใหญ่
และเป็นนิรันดร์




ความเดียวดาย เป็นอาการของความขาดหาย
ทว่าความขาดหายไปของบางสิ่งที่ต้องการ
ได้มอบบางอย่างให้ — บางอย่างซึ่ง ...
ถ้ามีอยู่แล้ว อาจไม่เข้าใจความหมายของการได้รับ

เพราะขาดหายไป
เมื่อได้รับมา
จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง

คุณค่าอันเกิดจากหัวใจที่ไม่เคยได้รับ



ความเดียวดายนั้น
ความโดดเดี่ยวนั้น
ทำให้ฉันได้พบกับความรักที่มากล้น
จากองค์พระเยซูคริสต์
เป็นสิ่งที่ขาดหาย
เป็นสิ่งที่โหยหา
พบแสงดาวพราวพรั่งในวันที่ฟ้ามืดมน ไร้วี่แววแม้แสงจันทร์ — ความหนาวเหน็บในใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งทำได้เพียงมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เพื่อมองหาแสงสว่างท่ามกลางความมืด แรกเริ่มไม่อาจมองเห็นแสงใดใด แต่เมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืด เมื่อเพ่งดูดีดีแล้ว เธอจะสามารถเห็นแสงระริกของดวงดาวทีละดวง สองดวง สามดวง จนในที่สุดเธอเห็นดาวปรากฏกายเต็มท้องฟ้าจนนับไม่หวาดไม่ไหว ความอบอุ่นจากผ้านวมหนาในฤดูร้อนก็ยังไม่อาจสยบความยะเยือกเย็นที่แผ่ซ่านสัมผัสราวอยู่ริมผาสูง 
แต่ทว่าสิ่งที่เธอทำเพื่อสยบความหนาวเย็นนั้น เธอมองขึ้นไปอีกครั้ง ปาดคราบน้ำตาที่บดบังแสง จ้องอยู่อย่างนั้น เพ่งพินิจและเริ่มวาดภาพด้วยการเคลื่อนไหวเพียงดวงตา เริ่มจากจุดของดาวดวงนี้เคลื่อนไปที่อีกดวง อีกดวงและอีกดวง เป็นภาพที่เธออยากให้เป็น คราบน้ำตาที่ทิ้งรอยเกาะตามขนตา ทำหน้าที่เหมือนฉากหน้า แสงดาวระพราวกว่าเดิม มุมปากที่หดย่นมาทั้งวันทั้งคืนเริ่ิมคลายตัวลง คิ้วที่ขมวดปมคลายตัวออกจากกัน เธอวาดภาพนั้นต่อไป วาดแล้วลบวาดแล้วลบด้วยดวงตาคู่เดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผล็อยหลับไป


 — มีเรื่องน่าเศร้าอยู่อย่างหนึ่ง คือ ; ค่ำคืนแบบนั้น มันหล่นหายไปพร้อมกับวันเวลาที่เธอไคว้คว้าสิ่งที่ไม่ได้เติมเต็มให้เธออย่างแท้จริง ราวกับว่าเธอกำลังหลับใหลอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่เช่นนั้น — เธอกำลังวางสายตาของเธอเอาไว้ผิดตำแหน่งต่างหาก


ฉันนึกถึง เรื่องราวของหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำกับพระเยซู เรื่องราวนี้ถ้าอ่านผ่านๆ ก็เป็นเพียงบทสนทนาธรรมดา ของชายผู้หนึ่งซึ่งผ่านมาแล้วขอน้ำดื่มจากหญิงสาวที่กำลังตักน้ำเพื่อไปทำกิจของตัวเอง แต่บทสนทนานั้นได้นำมาซึ่งการขุดค้นปมของหญิงนั้น เรื่องที่เธอมีสามีมาแล้ว 5 คน เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วความเป็นมนุษย์ของเราก็ตัดสินเธออย่างรวดเร็ว 

แต่เมื่อถอยออกมาจากเรื่องนั้น ฉันกลับพบว่า เพราะเธอกำลังโหยหาการเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างในชีวิตตัวเองหรือเปล่า...สิ่งที่ฉันจะพอรู้ได้ คงเป็นความรัก เหมือนที่ฉันต้องการ 

และฉันพบว่า ตัวเองเป็นยิ่งกว่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีก ไม่ใช่การที่ฉันมีคนรักมาแล้ว 5 คนหรือเปลี่ยนแฟนบ่อย เรื่องนั้นมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่เป็นการที่ฉันพยายามเกาะยึดสิ่งต่างๆมากมาย ค้นหาสิ่งที่ชอบ ค้นหาคำตอบ ไขว้คว้ามากมาย จนเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรง สุดท้ายคว้าได้เพียงลม

“But no one who drinks the water I give will ever be thirsty again. The water I give will become in that person a flowing fountain that gives eternal life.””
‭‭John‬ ‭4:14‬ ‭CEV‬‬

•••

ท้ายที่สุดเรื่องนี้ช่วยเข้ามาเติมเต็มให้กับฉันในตอนนี้
ว่า ชีวิตที่ขาดหายนั้น ฉันบอกกับตัวเองว่า — ให้พระเยซูเติมเต็มเถอะนะ เติมความรักพระองค์ไปให้เต็มเถอะนะ เพราะความรักของพระองค์ประเสริฐและบริบูรณ์กว่าความรักใดที่เรารู้จัก

แม้แต่สิ่งที่เคยชอบเคยรัก ก็ไม่อาจผยุงเราขึ้นในวันที่หมดแรง แม้แต่คนที่รักเราที่สุดก็ไม่อาจมีถ้อยคำใดที่เราจะโปรดปรานอีกแล้ว — มีเพียงพระเจ้าแล้ว เพียงพระเจ้า ที่จะเป็นความอิ่มใจ เติมใจให้เต็ม 


ถึงเวลาที่เธอจะตื่นรู้ในความมืดเสียทีได้แล้ว
ถึงเวลาที่เธอจะต้องรับรู้ตัวเองแล้วว่ากำลังยืนอยู่ที่ไหน — และกำลังเพ่งพินิจอะไรอยู่ มองที่พระเจ้าเถอะ มองที่กางเขนนั้น 

รักที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าต้องการ
รักที่ฉุดฉันขึ้นจากหลุมมืดมิด
แม้วันใดที่ตกหล่นร่วงไป 
ฉันจะเริ่มวาดภาพกับดวงดาวอีกครั้ง
แม้ต้องรอเนิ่นนานกว่าสายตาจะชินกับความมืดมิด
และรอวันสว่าง อีกครั้ง


สิ่งที่เติมให้เต็มนั้น  แท้จริงอาจไม่ต้องมากมาย

แต่เราอาจกำลังค้นหาสิ่งที่มีความหมาย — เพื่อเติมลงมาให้เต็มในหัวใจของเรา 










SHARE
Writer
PANPANMEME
daughter and — honey skin☽
christian journal part time designer ; full time dreamer “If I live, it will be for Christ, and if I die, I will gain even more.”Philippians‬ ‭1:21‬

Comments