บันทึกลับจากโตเกียว(ไม่ใส่ไข่): 2018/11/26 กาลเวลาสีโมมิจิ
26 พฤศจิกายน 2018

「ここは何もやってないよ」
          (ที่นี่ไม่มีร้านไหนเปิดหรอกนะ)

ขอใช้คำพูดนี้เป็นตีมของการเดินทางวันนี้
วันนี้ไปชานเมืองโตเกียวจนแทบไม่เชื่อว่ายังอยู่ในโตเกียว
ความไกลตีเป็นค่ารถไฟประมาณ1300เยนต่อเที่ยว(400บาท)
แต่ความรู้สึกที่ได้ฉันว่ามันคุ้มมาก
ระหว่างทางผ่านสถานีแปลกๆที่ไม่คุ้นชื่อ และอ่านคันจิไม่ออกด้วย
ตึกสูงเรียงรายค่อยๆเลื่อนไปอยู่ด้านหลัง
และมีต้นไม้ มีภูเขา มีบ้านเรือนเตี้ยๆเข้ามาแทนที่
เริ่มไม่ใช่เมืองที่ได้ชื่อว่าประชากรและชาวต่างชาติเยอะมากๆ 

....เป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้น และลุกลี้ลุกลน....
จนสุดท้ายมาถึงสถานีปลายทางที่รอคอยคือสถานี Mitake
ทั้งขบวนรถไฟส่วนใหญ่(90% อีก10%ที่ดูอายุน้อยคือฉัน เพื่อน และคนขับรถไฟ)เป็นผู้สูงอายุ
ทุกรอยชราบนใบหน้าและผมขาวๆกระทบกับแสงแดด
ทำให้คิดได้ว่า......
วันนี้อากาศดีจริงๆ

ฉันมองดูภาพเหล่านั้นพลันคิดถึงคนที่จากไปไกลแสนไกลเพราะอายุไข
ฉัน และเพื่อนที่เป็นวัยรุ่นในวันนี้ 
อีกชั่วพริบตาของชีวิต การหมุนของวันคืนจะทำให้เรากลายเป็นแบบนั้นเช่นกัน

สถานีนี้เล็กมาก มีเพียงสองชานชาลา
ไร้นายสถานี...
มีเพียงเครื่องแตะบัตรแบบเป็นตู้ตั้ง
ไร้ไม้กั้น....
และอีกสิ่งที่ชัดเจนคือ ไม่มีเสียงประกาศโหวกเหวก 
หรือเสียงขอความร่วมมืองดฝืนขึ้นรถไฟตอนประตูใกล้ปิด แบบที่มัักได้ยินในสถานีกลางเมือง
"คาเคะโคมิโจชะ โอะยะเมะคุดะไซ"

มีแต่เสียงนกเสียงกา
และเสียงบอกเวลารถไฟมาที่จะเทียบชานชาลาทุกๆ40นาที
สถานีนี้มีโครงสร้างเป็นไม้ ถูกรายล้อมด้วยภูเขาและลำธาร
ร้านอาหาร บ้านเรือน ที่เหมือนถูกหยุดเวลาไปหมด
และไม่มีร้านไหนเปิดเลย.....
ตอนอยากดื่มน้ำ ก็ทำได้แค่หยอดตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติที่ดูสนิมขึ้นหน่อยๆ
ชื่นใจ...แต่ไม่เท่าตอนเอาเท้าลงไปจุ่มในธารน้ำที่เป็นเป้าหมายการเดินทางของฉันในวันนี้
รับรู้ถึงความรู้สึกของธรรมชาติ??
.....เอิ่ม หนาวมากกว่า ฮ่าๆ
ฉันชอบฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สุด เพราะอะไรฉันก็ขี้เกียจจะอธิบาย
ก็เพราะว่าชอบไง และมักจะเป็นแบบนี้เสมอเลย

คนญี่ปุ่นที่มาที่นี่มีสามกิจกรรมใหญ่ๆ 
1.เดินเทรคกิ้ง ชมธรรมชาติ
2.วาดรูป ถ่ายรูป
3.ปีนหินก้อนใหญ่ๆไม่สูงไม่เตี้ย
ฉันตกใจกับกิจกรรมที่สาม แต่มีคนทำเยอะมาก เตรียมเบาะมาปูรองกันหล่นลงมา เตรียมเชือก อุปกรณ์พร้อมเพรียง 
หลังจากเฝ้าดูจนพอใจ ฉันจึงนั่งรถไฟต่อไปอีกจนถึงสถานีที่ฉันตั้งใจจะไปที่สุด


สถานี Hatonosu  (แปล รังของนกพิราบ แต่ไม่เห็นจะมีนกพิราบสักเท่าไหร่)
ฉันชอบ(มอง)นกพิราบนะ แต่ไม่ได้มาเพราะเหตุนี้หรอก 
ที่นี่กลิ่นอายคนน้อยกว่าที่Mitakeอีก หรืออาจจะเพราะว่าฟ้าจะมืดแล้ว
ภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่เป็นภาพที่ลงตัวที่สุดในชีวิตของฉันก็ว่าได้
ทุกอย่างมันดู.....หเมเอกวอ่ำแเกม้วอดาหอสกงกิ

ฉันชอบธารน้ำข้างล่างที่มีสีเขียวเข้ม
ชอบศาลเจ้า/เจ้าที่เล็กๆที่อยู่ระหว่างทางเทรคกิ้ง
ชอบร้านกาแฟเล็กๆที่แทรกตัวอยู่ระหว่างต้นโมมิจิต้นใหญ่ๆ
พวกเราตัวหดเล็กลงเหลือนิดเดียวเอง

ก่อนออกจากที่นี่ฉันแวะร้านกาแฟร้านหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานี
คุณลุงพูดเก่ง น่ารัก 
ในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นเผาอะไรสักอย่าง
บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้,หนังสือ,กาแฟ,วิวตรงหน้า และลุงเจ้าของร้าน
แล้วก็ถึงเวลานั่งรถไฟกลับสู่ใจกลางเมือง
คราวนี้ไม่ลุกลี้ลุกลนแล้ว 
ฉันจะกลับสู่ความคุ้นชินขึ้นเรื่อยๆ....ทีละหนึ่งสถานี





SHARE
Written in this book
บันทึกลับจากโตเกียว(ไม่ใส่ไข่)
โตเกียว,ญี่ปุ่น | ฉันไปโตเกียว กลับมาแล้ว และอยากไปอีก | รวมไดอารี่ที่เขียนตอนอยู่ญีปุ่น
Writer
chpooh
chpoohish, chpooher
just chpooh

Comments