นิทานก่อนนอน [ตอน รูมเมท] #เอลตั้น
พี่กินต่อนะคะ

แกร๊๊๊งง~ แกร๊ง

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูที่คล้องคออยู่ เสียงขวดกระทบกันไปมาถูกวางลงกลางห้อง รูมเมทหน้าใหม่ยกมุมปากยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอไม่พูดอะไรพรางจัดแจงแก้วและกระติกน้ำแข็งลำพัง


ถามว่ากลัวเขาไหม ก็ไม่นะ เพราะฉันรู้สึกว่าพูดน้อยไม่อ่อนหวานมันคือสไตล์ของเขาเอง หากแต่จริงใจตรงไปตรงมา เขาดูเป็นมิตรดีออก ทำไมพวกพี่เคถึงเป็นห่วงฉันจัง



“นี่ มานั่งสิ”



พี่ตั้นรินแอลกอฮอล์ลงแก้วฉันก่อนจะวางตรงข้ามตัวเอง รอยยิ้มบริสุทธิ์นั่นฉันล่ะเชื่อใจเหลือเกิน ไม่รู้สิ เขาดูไม่มีพิษภัยอะไร แต่ถ้านี่คือการมอมแล้วชิงทรัพย์ฉันบอกเลย ตังในกระเป๋ามีร้อยเดียว โนบัตรเคดิต เพราะอยู่ที่แม่หมดเลย ฉันเลยมั่นใจที่จะทำความรู้จักต่อจากนี้



“นั่งดื่มไปมาแบบนี้มันเงียบเกินไปนะคะว่ามั้ย”



ฉันเสนอออกไปเมื่อเราต่างก็นั่งกระดกเหล้าพร้อมฟังเพลงที่เปิดจากยูทูปอย่างไร้บทสนทนา อันที่จริงเราถามกันจนหมดแล้วต่างหาก ความรู้สึกเลยเกร็งไปหมดเมื่อไร้คำเอื้อนเอ่ย



“เอางี้มั้ยล่ะ มาเล่นเกมกัน เราจะหมุนเหรียญ ถ้าออกหัวรินถามอะไรก็ได้ แล้วเราต้องพูดความจริง แต่ถ้าเราไม่พูดเราก็ต้องดื่มหมดแก้ว รินเอาหัวเราเอาก้อย โอเคไหม”

“น่าสนใจค่ะ”



เหรียญหรรษาเริ่มหมุนหลายสิบครั้ง ประมาณ5ครั้งที่ฉันได้เป็นคนถาม เราต่างก็ผลัดกันถามเรื่องส่วนตัว รวมไปถึงเรื่องแฟน แน่นอนค่ะ เราโสดทั้งคู่



“เอาล่ะ เราขอถามรินว่า รินยังบริสุทธิ์หรือป่าว”



พอสนิทกันมากขึ้น คำถามก็มักจะทะลึ่งตึงตังตามไปด้วย พี่ตั้นในตอนนี้แตกต่างออกไป ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ ใบหน้าที่แดงก่ำบวกกับตัวตน เขาดูผ่อนคลายกว่าตอนเจอกันครั้งแรก รอยยิ้มกว้างๆแบบไม่กั๊กของเขามันน่ารักจริงๆ



ผ่านมายี่สิบกว่าแก้วแล้ว ฉันรู้สึกได้ว่าคอตัวเองตั้งไม่อยู่ แขนขาอ่อนแรงไปหมด





“ต้องตอบแล้วน้าาา~ ถ้าไม่ตอบหมดแล้วนะ”พี่ตั้นพูดจบฉันก็ยกแก้วขึ้นซดทันที เรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวแบบนี้ฉันไม่มีทางพูดไปแน่นอน

“โอ้ว ฮ่าๆๆ โอเคๆ งั้นพี่หมุดต่อละนะ”

“เอิ๊กก!! *_*” ใช่ค่ะ แอลกอฮอล์เล่นงาน ฉันสะอึก1ครั้งก่อนที่สายตาสวยๆจะเหลือบมองฉันเมื่อเหรียญออกก้อยอีกแล้ว “แกล้งหนูป่าวเนี่ย”

“ไม่ได้แกล้งนะ งั้นครั้งต่อไปเราให้รินหมุน แต่ครั้งนี้ขอถามก่อน”

“ด๊ายยยยย~” รู้สึกว่าแขนขาจะไร้เรี่ยวแรงไปหมด

“รินชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“จีบปะคะเนี้ย ถามแบบเนี้ย ฮ่าาๆๆ.”



ลิ้นของฉันปวกเปียกไปหมด สายตาเริ่มริบหรี่ลง หากแต่ยังมีสติพอที่สามารถมองเห็นได้ว่าพี่ตั้นยิ้มออกมาพร้อมกับก้มหน้า



“ตอบเส้~ มาถามกลับด้ายงาย โถ่”

“ถ้าถูกใจก็คบค่ะ แค่นั้น”

“อ๋อ”













ถ้าถามว่ามีสติพอที่จะเล่นต่อไหม คงจะตอบได้สั้นๆว่า แค่แรงจะหมุนเหรียญยังไม่มีเลย สรุปก็คือ พี่ตั้นชนะเอาชนะเอา ฉันแทบจะไม่ได้ถามอะไรจากเขาเลย รู้ตัวอีกทีฉันก็นอนแอ๋กับพื้นซะแล้ว



“รินนนดาาาาา~ นอนม้ายย”



ใช่ค่ะ ฉันบังคับให้พี่ตั้นกินแม้เขาจะชนะก็ตาม และพี่แกก็น่าร๊ากกกน่ารัก ยอมกินทุกครั้งที่ฉันยื่นให้ เราสองคนเลยกลายเป็นเมรีขี้เมาเป็นที่เรียบร้อย



“นอนน ง่วงง~”

“เราจาช่วยพะยูงงง~~”



พี่ตั้นเดินโซซัทโซเซมาพร้อมกับดึงแขนปวกเปียกที่แสนจะไร้แรงของฉันให้ยืนขึ้นหากแต่ว่า แรงดึงก็ไม่มี แรงลุกก็ไม่มี สองเมรีจึงล้มกองกันกับพื้น



“โอ้ย!! รินเจ็บบ” เมาแค่ไหนฉันก็ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดีพี่ตั้นทับตัวฉันก่อนจะดันตัวเองให้ด้วยแขนอ่อนๆสองข้าง หากแต่ว่า...



“ริน”

“หืม?”



เสียงเรียกของคนบนร่างปลุกขี้เมาอย่างฉันให้พยายามถ่างตามอง ใบห้าแดงก่ำสวย และสายตาสีอ่อนจ้องมองฉันด้วยรอยยิ้ม กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆจากตัวเขามันกระตุ้นให้ความรู้สึกของฉันระส่ำระสายไปหมด



“ขนมเลอะปาก”



“ตะ..ตรงไหนคะ” ใช่ล่ะ ต้องเป็นขนมใดโนเสาร์ที่ฉันกินเข้าไปเมื่อกี้แน่เลย



อิรินคนนี้ยกแขนขึ้นมาจะเช็ดปากหากแต่ว่า....

หมับ!!

!!!⊙_⊙!!!

พี่ตั้นกำแขนฉันไว้ก่อนจะดันลงให้แนบกับพื้น...ทั้งสองข้าง



“เดี๋ยวพี่เช็ดออกให้”



จบประโยคสายตาสวยๆกลับมองต่ำลงมาที่ริมฝีปากฉันพรางโน้มใบหน้าพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ หัวใจของฉันกลบเสียงในหูไปหมด มันแรงเสียจนกลัวอีกคนได้ยิน





ตึกตัก! ตึกตัก!

ปากนุ่มนิ่มลิ้มรสขนมชิ้นเล็กบนปากฉันอย่างอบอุ่น เธอบดขยี้เบาๆก่อนจะใช้ลิ้นตวัดมันเข้าไป ลมหายใจร้อนๆของพี่สาวมันสะกดให้ฉันต้องกกลั้นหายใจไปชั่วขณะ สาบานว่าเขาไม่ได้เช็ดแค่ขนม เขาตวัดริมฝีปากฉันเข้าไปด้วย

รุ่นพี่บดขยี้ขนมชิ้นบางอยู่นานแสนนาน เธอกลืนกินฉันอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกที่ว่าผีเสื้อร้อยตัวบินว่อนอยู่ในท้องก็มาถึง เมื่อพี่คนสวยสอดมือเข้ามาที่ใต้เสื้อ เธอเกลี่ยสะดือฉันเบาๆ

\ บ้าเอ้ย! ยั่วยวนจริงๆเชียว



“พี่กินต่อนะคะ”



เสียงแหบพร่าพ่นออกมาขอร้องก่อนที่จะเริ่มชิมใบหูของฉันอย่างเชื่องช้า เดี๋ยวนะ นี่ถามไม่เอาคำตอบเลยหรอ ถามทำไมเนี้ย!!













บทเพลงเร้าอารมณ์ยังคงถูกบรรเลงต่อไปอย่างนั้น ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะสนิทกันเร็วขนาดนี้ ขนาดที่ตัวฉันเองก็คาดไม่ถึง

ถ้าถามว่าฉันรู้อยู่แล้วไหมฉันก็ไม่เชิง แค่อยากจะลองดูว่าลุคของเขามันจะออกมาเป็นแลบไหน ก็ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วจะมาจบลงที่ตรงนี้ได้

ถามว่าเร็วไปไหม ฉันว่ามันเร็ว...แต่เป็นความเร็วที่ต่างก็เต็มใจ มันไม่มีอะไรผิดทั้งนั้น





อ่านเต็มๆได้ที่จอยลดา

เรื่อง นิทานก่อนนอน

ตอน รูมเมท[เอลตั้น]

SHARE
Writer
JackTheRipperr
Write
ติดตามผลงานได้ที่จอยลดา นามปากกา: บ่อนกาว

Comments