ชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม / วะบิซะบิ
1
ไปเดินงามมหกรรมหนังสือได้หนังสือมาเล่มหนึ่งชื่อ วะบิซะบิ: แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต เขียนโดย คุณเบท เคมป์ตัน เป็นเล่มที่อยากได้มานาน พลิกๆ ดูแล้วชอบ รู้สึกเหมาะกับชีวิตช่วงนี้ กับช่วงชีวิตที่รก วุ่นวาย และหยุ่งเหยิง ก็ว่าได้

บทที่สองบอกว่า วะบิซะบิ คือ "ชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม" มามองดูตัวเองก็เหมือนถูกตีแสกหน้า เพราะชีวิตตอนนี้รกมาก เช่น หน้าจอ Desktop รก ห้องรก รถรก ตู้เสื้อผ้ารก กระเป๋ารก ตู้โชว์โมเดลรก

สะท้อนชีวิตที่เอาแต่เก็บสะสม แสวงหา และโลภในชีวิต ต่างจาก "ชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม" ตามหลักวะบิซะบิ นั้น คือ การ "ทิ้ง" และ "ลดทอน" ให้ชีวิตง่ายและเบาลง

2
คุณเบท เคมป์ตัน แนะนำหลักเก็บบ้านที่หลายคนรู้จักกันดีของคุณคนโด มาริเอะ ว่าการเก็บบ้านที่ดีที่สุด(แบบสุดโต่ง) ก็คือการทิ้งนั่นเอง

ในฐานะนักสะสม เทพเจ้าแห่งความโลภเช่นผม แม้จะเห็นด้วย แต่ก็ไม่ทำตาม ยังเก็บไม่เลิก(ฮา)

ทว่ามาเจอข้อความหนึ่งในWikihow ที่บอกว่า "การมีข้าวของรกๆ อยู่รอบๆ ถึงแม้จะแค่รกสายตา แต่มันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แรงกระตุ้นในการทำงานของเราหมดลง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรเพื่อจัดระเบิียบมันได้ คุณควรทำ...

...มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในจิตสำนึกของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นจานสีที่ไม่น่าดู หรือแสงที่ไม่เพียงพอ หรือการขาดสมดุลของอะไรบางอย่าง มันสามารถมีผลกระทบต่อเราได้ กำจัดสิ่งเล็กๆ ที่มีอำนาจยับยั้งเหล่านี้โดยการจัดระเบียบชีวิต"

3
เหมือนโดนตีแสกหน้าครั้งที่สอง ทำให้ผมมาคิดว่า จะลดทอนอะไรลงได้บ้างนะ

ขับรถน้อยลง – 250 กิโลต่อวีคอยู่แล้ว อันนี้ลดไม่ได้แน่ๆ
เล่นโซเชียลน้อยลง –ไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว
*ดูยูทูบน้อยลง – อันนี้เข้่าท่า
*กินน้อยลง – น่าสนใจ
*ซื้อของเล่นน้อยลง – ทำได้จะดีมาก
จดบันทึกน้อยลง – ไม่ดีละมั้ง

*คิดให้น้อยลง – เข้าท่า
ออกกำลังกายน้อยลง – 4 วันต่อสัปดาห์ก็กำลังดีแล้ว
*นอนน้อยลง – สัก 6 ชม.น่าจะดี
*พยายามน้อยลง – บางเรื่องไม่ต้องเยอะก็ได้
*ดื้อ ฝืน น้อยลง – น่าสนใจ
ยอมรับมากขึ้น – ?

*โลภน้อยลง – ?
*โกรธน้อยลง – ?
*เก็บตัวน้อยลง – พบผู้คนเพิ่มขึ้น
*โดดเดี่ยวน้อยลง – เป็นส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้น
*สังเกตน้อยลง – จะได้เลิกวิเคราะห์
*วิเคราะห์น้อยลง – จะได้เลิกฟุ้งซ่าน

4
พอลองลิสต์ดูก็พบว่า มีสิ่งที่ให้ลดทอนลงไม่น้อย ลำดับต่อไปคือเริ่มทยอยทำที่ละอย่าง (แต่เป้าหมายก็ดูจะรก เยอะเช่นเดิม)

แต่ถ้าลดลงได้ชีวิตก็น่าจะเบาขึ้นเยอะ
จะได้เรียบง่ายและงดงามขึ้นตามสไตล์วะบิซะบิครับ
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments