เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
 เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
หมายถึง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้านการศึกษา อันได้แก่ การจัดเก็บข้อมูล และประมวลผลฐานข้อมูล การพัฒนาระบบสารสนเทศช่วยการเรียนการสอน การวางแผนและการบริหารการศึกษา การวางแผนหลักสูตร การแนะแนวและบริการ การทดสอบวัดผล การพัฒนาบุคลากร  เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเป็นที่นิยมประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน อาทิ
   1. ระบบสารสนเทศช่วยในการเรียนการสอน
   2. การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม
   3. การประชุมทางไกลระบบจอภาพ
   4. ระบบฐานข้อมูลการศึกษา
   5. ระบบสารสนเทศเอกสาร
                                  เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
1. ฐานข้อมูลการวิจัย คือ คือเครือข่ายฐานข้อมูลเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากงานวิจัย ระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยและสนับสนุนการวิจัย

ข้อดี คือ เหมาะสมกับบุคคลที่ต้องการที่จะค้นคว้าวิจัยหรือหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่ตนเองสนใจ ซึ่งสามารถหาได้อย่างรวดเร็ว เนื้อหาสาระครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการค้นคว้าได้เป็นอย่างมากเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย

2. เว็บไซด์ หรือ บล็อกความรู้ คือ สื่อนำเสนอข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือคือการรวบรวม หน้าเว็บเพจหลายหน้าโดยบล็อกถือเป็นเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ใช้เพื่อบันทึกหรือเขียนเรื่องราวต่างๆ สร้างได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ในที่นี้ก็จะพูดถึงเรื่องราวของสิ่งที่เป็นความรู้เพื่อการศึกษาต่อไป 
 
ข้อดี คือ เว็บไซด์หรือบล็อกความรู้จะมีหลากหลายตัวเลือกให้เราได้เลือกค้นหาหรือเข้าชมตามเนื้อหาที่เราสนใจได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการหาความรู้เพิ่มเติม หรือ หาความรู้เพื่อจะทำงาน ก็สามารถค้นหาได้เลยเพียงค้นหาตามหัวข้อที่ตนเองสนใจ ตัวอย่าง เว็บไซด์ หรือ บล็อกความรู้ ที่มีประโยชน์ด้านการศึกษา

3.ซอฟต์แวร์วัดและประเมินผลการเรียน คือ โปรแกรมวัดประเมินผล ช่วยในการลงข้อมูลและวัดผลประเมินผลนักเรียนพร้อมพิมพ์แบบ ปพ.1-8 ในรูปแบบออนไลน์ พร้อมตารางแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ย้อนหลัง 3 ปี

ข้อดี คือ ไม่ต้องจัดชื้อเอกสารหรือสั่งพิมพ์รูปเล่มอีกเพราะสามารถพิมพ์จากโปรแกรมและเข้ารูปเล่มได้เลย นักเรียนและคุณครูสามารถทำงานและดูผลการเรียนผ่านออนไลน์ ได้ทุกที่ทั่วโลกประหยัดเวลาและงบประมาณทำให้ทางคณะครูสามารถใช้เวลาไปทำผลงานและกิจกรรมในด้านอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องวางระบบเซิร์ฟเวอร์เอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษา และเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้เป็นในการทำระบบ

4. obec คือ เป็นโปรแกรมสำหรับให้บริการเผยแพร่เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์แก่ นักเรียน ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา

ข้อดี คือ รองรับการเข้าถึงเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7 ประเภท ได้แก่ แอพลิเคชั่น, หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Pdf, ePub), วีดิทัศน์ (Mp4), รูปภาพ (Jpg, Png), เสียง (Mp3), สื่อมัลติมีเดีย (Flash) และ งานวิจัยทางการศึกษา แอพลิเคชั่นเดียวครบสร้าง เก็บ ใช้งาน เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์สะดวก ง่าย ใช้ได้จริง

5.CAI คือ สื่อการสอนคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่งซึ่งใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสื่อประสมอันได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟฟิก แผนภูมิ กราฟ วิดีทัศน์ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียนได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ข้อดี สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียนและกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นตัวอย่างที่ดีของสื่อการสอนแบบตัวต่อตัว นอกจากนี้ยังเป็นสื่อที่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

6. Webex คือ โปรแกรมท่ี่จะใช้ในการประชุมทางไกล หรือการวีดีโอคอลพร้อมกันหลายๆคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในการประชุม การสอน หรือการติวหนังสือ

ข้อดี สามารถที่จะใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีแอพลิเคชั่นและสัญญาณอินเตอร์เน็ต มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว ประหยัดเวลา และตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการที่จะเรียนหรือประชุมอยู่ที่บ้าน
การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ตามบริบทของสังคม1.ด้านการศึกษา
    คือการใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษา แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาและใช้เป็นเครื่องมือในการสอน การใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาเกี่ยวข้องกับการบริการศึกษา ซึ่งผู้บริหารการศึกษา จำเป็นต้องทราบสารนิเทศต่าง ๆ ทางด้าน แผนการเรียน ด้านบุคลากร ด้านการเงิน และด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์ ข้อมูลแต่ละด้านที่ได้จากคอมพิวเตอร์ ผู้บริหารการศึกษาสามารถ  นำมาใช้ช่วยในการตัดสินใจได้ คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือในการสอน เป็นการช่วยให้ครูใช้ความรู้ความสามารถเป็นประโยชน์แก่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น
การนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการสอน และการศึกษามีประโยชน์ในเรื่อง ดังต่อไปนี้
1. เพื่อการสอนแบบตัวต่อตัว
2. เพื่อฝึกทักษะต่างๆในการเรียน
3. เพื่อการสาธิต
4. เพื่อการเล่นเกมและสถานการณ์จำลอง
5. เพื่อสอนงานด้านการเขียน
6. เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอน
7. เพื่อช่วยผู้เรียนที่มีปัญหาเฉพาะตัว

2.ด้านการทำงาน
    คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับสมัครงานหรือเพื่อคัดเลือกบุคลากร บันทึกข้อมูลของบุคลากร เช่น ในการเข้า-ออกเวลาการทำงาน, ข้อมูลการปฏิบัติงาน การสื่อสารในองค์กร หรือตรวจคนในการเข้ามาสถานที่ต่างๆอีกทั้งในช่วยในการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน

3.ด้านการสืบค้นข้อมูลข่าวสาร
    คือ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน โดยมีเครือข่ายต่างๆที่ให้การ สนับสนุนในการหาข้อมูล เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว

4.ด้านการจราจร
    คือ การนำเอาเทคโนโลยีด้านข้อมูล เช่นการบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และ โทรคมนาคม มาทำให้เกิดความปลอดภัยในการจราจร และช่วยเน้นย้ำถึงกฎจราจรที่ควรเป็นแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

5.ด้านการเมืองการปกครอง
    คือทางด้านกฎหมายและการปกครอง มีการใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาด้านกฎหมายคืองาน ระบบข้อมูล ทางกฎหมายมีการนำสารนิเทศที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายทุกฉบับ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะ ช่วยในการค้นสารนิเทศทางด้านกฏหมายได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้คอมพิวเตอร์ระบบแอสเปนAspen ( System Corporation) ซึ่งเป็นระบบข้อมูล ทางด้านกฎหมายที่ใช้กันมากกว่า50แห่งนักกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้ประโยชน์ในการสารนิเทศในเวลาอันรวดเร็ว 
   ในการค้นข้อมูลเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นแทนที่จะค้นจากหนังสือแล้ว ซึ่งต้องเสียเวลาเป็นอันมากการใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการปกครอง ส่วนใหญ่ใช้ในกิจกรรมการ เลือกตั้งดัง เช่นในประเทศไทย เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาล่าสุดมีการใช้คอมพิวเตอร์มาประมวลผลข้อมูลการเลือกตั้งทำให้ประชาชนได้ทราบผลการเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว

6.ด้านการค้าและเศรษฐกิจ
    คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน          ภาคบริการและภาคการผลิต หรือใช้ในการปรับปรุงรับ feedback จากลูกค้ามาปรับปรุง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสบายในการเลือกใช้บริการแก่ลูกค้า

7.ด้านสันทนาการและบันเทิง
    คือ เทคโนโลยีได้เข้ามาสนับสนุนให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เช่น สมัยก่อนเวลาจะดูภาพยนตร์ก็ต้องไปดูที่โรงภาพยนตร์ เวลาจะฟังเพลงก็ได้ยินแต่เสียงไม่เห็นภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ฟังเพลงจากวิทยุเป็นหลัก แต่ปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้รวบรวมเอาสิ่งต่างๆ มารวมไว้ที่เดียวกันหมด เรียกว่า เกือบทุกอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์เดียว ( All in One) ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า มัลติมีเดีย หรือเว็บมัลติมีเดีย สามารถดูได้หมดด้วยระบบคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

 
 
 
 
 
SHARE
Writer
TANGER
student
study m.6 in saengthong vitthaya

Comments