ความฝัน
       อาจจะบางคนได้เคยอ่านเรื่องสั้นๆ ของเราที่เราบ่นไว้ตอน ม.6 จะบอกว่าตอนนี้เรามีที่เรียนแล้วนะคะ เป็นคณะฮิตอันดับต้นๆ ของประเทศกับมหาลัยที่มีชื่อเสียงด้านนี้เลยแหละ


ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องนี้ว่าความฝัน
    ถ้าลองย้อนเรื่องสั้นของเราสักนิดจะรู้ว่าเราเครียดและไม่มีจุดหมายในการศึกษาพักใหญ่เลย ตอนแรกเราอยากจะเข้าคณะหนึ่งแต่ครอบครัวก็ไม่อนุญาต ไปอีกคณะนึงเราก็ไม่มีความชอบเท่าที่ควร การเตรียมตัวสอบของเราเป็นไปแบบพ่อแม่จ้างเรียน — หมายถึง เรียนไปเพราะพ่อแม่มีค่าขนม มีเงินซื้อของที่อยากได้ตอนไปเรียนน่ะค่ะ
     เราไม่ได้รู้สึกดีเลยนะคะ เรารู้สึกว่าเรา worthless มาก ไม่มีคุณค่าในตัวเราเลย เราไม่แม้แต่จะกล้าทำโจทย์ อ่านหนังสือ เรารู้สึกว่าเราทำไม่ได้ เราขาดความตั้งใจ ไม่รู้สิคะ ถ้าไม่ติดคณะที่พ่อแม่อนุญาตก็คงเรียนคณะแรกไปแหละแต่ตอนนั้นยังคิดไม่ถึงเลยค่ะว่าจะติดคณะแรกที่อยากเข้าหรือเปล่า เราวนเวียนกับตรงนี้มานานนับหกเดือน นับว่าทรมานจริงๆ 


แต่ในวันที่ 6 มกราคม 2563 ก็ให้อะไรบางอย่างกับเรา


    เราฝันว่าเรากำลังเซ็นสัญญากับทางคณะปัจจุบันของเราโดยที่เราตกใจกับเอกสารที่ว่าเราได้เรียนที่นี่ เรารู้สึกว่าที่นี่เลยหรอคะ ตกใจจนตาโตแต่อาจารย์ในฝันของเราก็ไม่ได้ตอบอะไรเราแล้วเราก็ตื่น

     เชื่อมั้ยคะว่าหลังจากวันนั้นเรามีแรงในการเรียนมากกว่าปกติเลย เรารู้สึกมีเป้าหมาย เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นของเราค่ะ ลักษณะสังคม สภาพแวดล้อมแต่ว่าคะแนนตอนนั้นจากอิงคะแนนต่ำสุดของปีก่อนก็เยอะพอสมควร
เราก็มีหวั่นๆ ไม่ติดบ้างแหละ แต่ว่าถึงเราไม่อ่านหนังสือบ้าง พักบ้างก็รู้สึกดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ 3 เดือนนั้นเราเครียดขึ้นแต่เราก็มีกำลังใจค่ะ เรารู้สึกความฝันนั้นทำให้เรามีความเชื่อว่าเราทำได้

  จนวันที่ประกาศผลเราก็ติดจริงๆค่ะ ติดตามที่หวังไว้ พ่อแมาเราชอบที่นี่ เราก็ชอบที่นี่ ทุกคนเอนจอยกับมันค่ะ แต่เราแอบเสียดายนิดนึงนะคะ อีก 1 คะแนนเราจะได้เรียนกับเพื่อนสนิทที่อีกสถาบันนึง :-( แต่ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
 
เราอยากจะบอกทุกคนนะคะ ว่าเชื่อในความฝันที่เราวาดเองก็ได้ ความฝันกลางคืนหรือกลางวันของเราก็ได้ค่ะ พอเชื่อแล้วเรารู้สึกได้ถึงพลังในใจเราเลย สำหรับเราเลย มันเหมือนกับสัญญาณจากพระเจ้าที่มากำหนดชีวิตเราเลยจริงๆ ถ้าไม่มีความฝันนี้เราก็คงเรียนอีกคณะไม่ก็ไม่ติดเลยแหละ เรายกเครดิตให้กับมันเลย ขอบคุณมากๆ ที่มาตอนที่มันยังทันเวลาพอดี มันมีความหมายกับเรามากๆ มันทำให้เราเชื่อในตัวเองอีกครั้ง

    อยากจะฝากบอก dek64+ นะคะ ว่าเราเชื่อค่ะว่าเธอทำได้ ยังมีเราที่เชื่อว่าเธอทำได้ เพิ่มความเชื่อมั่นในความฝันของเธอด้วยการเชื่อมั่นตัวเอง มองหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองเอาที่ไหว เหนื่อยได้ ท้อได้แต่เราก็พักได้นะคะ อย่าคิดว่าตัวเองขี้เกียจเลยค่ะ เธอไม่ได้ขี้เกียจหรอกแต่ถ้ายังเชื่อว่าตัวเองขี้เกียจก็ลุกขึ้นมาทำให้สมกับที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ขี้เกียจเถอะค่ะแล้วก็ต่อให้แพลนเลื่อนอ่านหนังสือเราเลื่อนไปอีกซักหน่อย ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าเธอได้พักแล้วมันมีพลังใจ พลังกายมากขึ้นก็พักเถอะค่ะ ไม่ต้องแข่งกับคนอื่นนะคะ คนที่เราแข่งด้วยมีแค่ตัวเองก็พอแล้ว สู้ๆ นะคะ :-)



               


SHARE
Writer
nothingtonoman
daughter, student
free feel to IB/make me your friend!

Comments