แค่ลองเปิดใจในวัย 25
เป็นอีกครั้งในวัย 25 ปี ที่ได้ทำตามตั้งใจของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก ที่เคยมีความตั้งใจว่า เมื่ออายุครบ 25 ปีเมื่อไหร่จะบวชชีเมื่อนั้น แต่แล้วเราก็ไม่ได้บวชชีปลงผม แต่เราได้มาปฏิบัติกรรมฐาน สติปัฏฐาน 4 ณ วัดร่ำเปิงแห่งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้มาคนเดียว ทำอะไรคนเดียว แทบจะไม่ได้พูดกับใครนอกจากใจตัวเอง เรามาปฏิบัติแค่ 7 วันเอง แต่คำว่า 7 วันของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ


เราไม่เคยปฏิบัติสุด ๆ แบบนี้มาก่อนเลยตั้งแต่จำความได้ ต่อให้เคยไปปฏิบัติที่นั่นที่นี่ สุดท้ายเราก็เหมือนไม่ได้รู้ไม่ได้เข้าใจอะไร ๆ ในการปฏิบัตินั้น ๆ เลยอยู่ดี เหมือนคนโง่เขลาที่เอาแต่นั่ง เดิน ปฏิบัติแบบไม่มีสาระความรู้อะไรเลยในการปฏิบัตินั้น หากแต่ก็ได้มาซึ่งแนวทางในการปฏิบัติ


ส่วนในเรื่องของความรู้ความเข้าใจนั้นเราเองก็ยังคงต้องตามหาและหามันให้เจออยู่อย่างนั้น และเราก็ได้มาเจอในสิ่งที่ตามหา ในสิ่งที่อยากรู้ ในสิ่งที่เราต้องการคำตอบจริง ๆ ณ สถานที่แห่งนี้แหละ มันทำให้สิ่งที่เราเคยโง่เขลาเบาปัญญา ได้เกิด ได้เห็น ได้มีปัญญาขึ้น ยอมรับตามตรงว่าตัวเองไม่รู้อะไรในการปฏิบัติจริง ๆ เลย จนมารู้เห็นกระจ่าง ณ ที่วัดร่ำเปิงแห่งนี้และแห่งเดียวในชีวิตในวัยนี้เลยล่ะ


ในตอนนั้นที่ได้รู้ในคำตอบนั้นที่มันได้เกิดขึ้นกับตัวเองตรงหน้า เรายอมรับว่าเราคิดถึงแม่มาก ๆ เราอยากให้แม่ได้มารู้ มาเห็น มาเข้าใจในสิ่งที่เราได้เห็นได้เข้าใจเหมือนกัน เราถึงกับตั้งปณิธานกับตัวเองเลยว่า...จนกว่าชีวิตจะดับสูญจากโลกนี่ไป ตลอดทั้งชีวิตที่มีอยู่ เราจะกลับมาปฏิบัติยังสถานนี้อีกต่อไปเรื่อย ๆ 

อาจจะเป็นปีละครั้ง ครั้งละ 7 วัน หรือปีละสองครั้ง ๆ ละ 7 วัน ก็ได้ สิ่งที่เราได้ตั้งปณิธานอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราจะแนะนำสิ่งนี้ให้กับคนอื่น ๆ ที่ต้องการหาคำตอบ หาทางออกให้กับชีวิต บางทีสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เขาได้เจอมุมมองชีวิตในอีกทางหนึ่งที่ดีขึ้นก็ได้ นี่แหละคือความตั้งใจจริง 


เรานึกขอบคุณน้องชายที่มันมาพูดมาเล่าให้ฟัง แค่มันอยากจะคุยให้ฟังแค่นั้นแหละว่า อาจารย์ที่มันนับถือให้ไปลองบวชอยู่กับตัวเองสักพักดู หลังจากที่มันเลิกกับแฟนเก่าได้สองเดือน แต่เอาเข้าจริงมันไม่ไปหรอก เรารู้ แต่ส่วนหนึ่งนั้นเราก็อยากจะยกความดีความชอบให้กับมันแหละ เพราะถ้าไม่มีมัน ตลอดทั้ง 7 วันที่ผ่านมา เราอาจจะไม่ได้มานั่งเขียนอะไรแบบนี้ก็ได้ และคงจะยังไม่ได้คำตอบเหมือนในครั้งนี้ก็ได้ ถึงจะชอบทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กจนโต มันก็ยังเป็นน้องชายที่มักจะให้ความรู้ ให้คำปรึกษา รับฟัง (บ้าง) และมักจะมีเรื่องเล่าอะไรดี ๆ มาเล่าให้ฟังตลอด


เรามีความเชื่ออย่างหนึ่งนะว่า...


"การที่เราได้มาพบกัน ได้มาเจอกัน ได้มารู้จักกัน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทุกอย่างล้วนถูกจัดสรรมาให้เป็นแบบนี้แล้ว และเราเชื่อว่าในโลกนี้ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง ทุกสิ่งอย่างล้วนเมื่อถึงเวลาสิ่งนั้น ๆ จะมาเองโดยที่เราเองก็อาจจะคาดไม่ถึง"

เราไม่รู้ว่าเรื่องราวของเราจะแบ่งปันหรือมีประโยชน์อะไรให้กับใครได้บ้าง แต่สิ่งที่เราจะทำได้ก็มีแค่นี้แหละ มาเล่าให้ฟัง และทุกอย่างก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราและคุณเองทั้งนั้นว่าจะ 'ลองเปิดใจ' รับมันเข้ามาสักครั้งนึงในชีวิตบ้างไหม...ก็เท่านั้น
SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments

Memory-Storylog
2 months ago
จริง บางเรื่องมันเข้าหาไม่ทันตั้งตัว คือเราเจอคนหนึ่ง 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน ครั้งแรก เจอกัน ก็ไม่ได้คุยไร ครั้ง2 ดันบังเอิญข้ามภูมิภาคมาเจอกันอีก ครั้ง3 จังหวะ ซึ่ง3ครั้งนี้ถูกเชื่อมโยงเป็นเรื่องราว ต่างสถานที่ กาลเวลา และความรู้สึก
Reply
Bantuek28
2 months ago
จริงค่ะ ^^