วัยรุ่น ตัวตน ความคาดหวัง
ไม่ค่อยได้เขียนอะไรยาว ๆ มานานมาก
แต่ช่วงนี้มีเหตุการณ์ที่เจอบ่อยๆแล้วมันวนเวียนในหัว สลัดยังไงก็ไม่หลุด คงเพราะเป็นหนึ่งในหลายๆเรื่องที่เวลาได้ยินได้ฟังแล้วเราจะอดคิดถึงประสบการณ์เก่าๆของตัวเอง จนเกิดความรู้สึกร่วมไปด้วยแบบห้ามไม่ได้

เรื่องนั้นคือ ความเป็นวัยรุ่น การเลือกอนาคต และความคาดหวังของบุคคลสำคัญในชีวิตเด็กๆ

ใช่ เราไม่เคยเป็นพ่อแม่คน 
ไม่รู้ชั่วชีวิตนี้จะได้เป็นด้วยหรือเปล่า
แต่เราเป็นลูก เคยเป็นวัยรุ่น และในส่วนที่เรารู้สึก เรารู้สึกจากมุมของเด็กที่เป็นลูก

ตอนเป็นวัยรุ่น เราเคยไม่กล้าเลือกทำอะไรหลายต่อหลายอย่างเพราะบุคคลสำคัญในชีวิต
ซึ่งมองย้อนกลับไป มีหลายสิ่งที่เราเสียดายมากๆอยู่
ถ้าเราดื้อกว่านี้ ถ้าเรากล้ายืนหยัดกว่านี้
ถ้ามีใครสักคนรับฟังและยอมรับเรามากกว่านี้

เราว่า วัยรุ่นเป็นวัยสร้างคาแรคเตอร์
แม้หนังสือหลายเล่มจะเรียกว่าเป็นวัยคึกคะนอง วัยอยากรู้อยากลอง
แต่จริงๆแล้วเป็นวัยที่ซับซ้อนที่สุดและสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต
และเป็นวัยที่มักแสดงออกว่าไม่ต้องการความรัก เขาอยู่ได้ คูลๆ

เป็นวัยที่มักอึดอัดเวลาพ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมในด้านต่างๆ
เพราะเค้ากำลังเปลี่ยนถ่ายสู่อีกขั้นหนึ่งของช่วงชีวิต
ดังนั้นเด็กส่วนใหญ่จะต้องการพื้นที่ที่เค้าได้เป็นตัวเอง

แต่จริงๆแล้วกลับเป็นวัยที่เปราะบางและต้องการการยอมรับมากที่สุดด้วยเหมือนกัน

เด็กบางคนอาจจะไม่ค่อยแสดงอะไรให้ครอบครัวรู้เลย
ไม่บอกว่าเขารู้สึกยังไง คิดอะไร อาจเพราะไม่รู้ว่าจะแสดงออกยังไง
มากไปก็เหมือนเถียง กลายเป็นเด็กไม่รู้จักกตัญญู ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่

หรืออาจเพราะกลัว

กลัวไม่เป็นแบบที่พ่อแม่คาดหวัง
กลัวไม่ได้รับการยอมรับ
กลัวจะโดนดุด่า
กลัวไม่เป็นที่ต้องการ

สำหรับเด็กหลายคน โดยเฉพาะเด็กที่เรียนเก่ง หรือพยายามเกาะกลุ่มคะแนนสูงๆ การเติมเต็มความคาดหวังของพ่อแม่เหมือนเป็นวิธีเดียวที่เค้ารู้จักในการให้ได้มาซึ่งการยอมรับ
ถ้าคะแนนแย่ก็คือตัวเค้าแย่ พ่อแม่จะว่ายังไง อายเพื่อนแย่เลย

เราเชื่อว่าหลายคนเติบโตมากับชุดเหตุและผลว่า
ถ้าเราเรียนไม่ดี เราก็จะไม่ได้เข้ามหาลัยดีๆ อย่างนั้นเราก็จะไม่ได้ทำงานดีๆ
และชีวิตเราก็จะล้มเหลวในที่สุด

คำถามคือ...มันเป็นอย่างนี้ทั้งหมดจริงหรือ
คนเราจะพลาดบ้างไม่ได้เลยหรือ
คนเราจะเปลี่ยนทิศทางกลางคันไม่ได้เลยหรือ
คนเราจะ "เปลี่ยนแปลง" ไม่ได้เลยหรือ
ในเมื่อมันคือธรรมชาติขั้นพื้นฐานสุดของโลกใบนี้

ตัวตนคนเราจะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตัดสินใจเลือกคณะไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเลยหรือ

ในมุมของผู้ใหญ่ เราเชื่อว่าพ่อแม่ตั้งต้นด้วยความรัก ความปรารถนาดี
มีความคาดหวังให้ลูกประสบความสำเร็จไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และต้องการสิ่งที่มั่นคง ปลอดภัยที่สุดให้แก่ลูก

ดังนั้นไม่แปลกที่บ่อยครั้งมันจะออกมาในรูป
ทำ...ดีกว่านะ
อืมมม แต่พ่อ/แม่คิดว่าอย่า...ดีกว่า
ทำไมวิชานี้คะแนนตก
แล้วเพื่อนในห้องทำได้มั้ย/เพื่อนได้คะแนนเท่าไหร่
จบไปก็ทำงาน...ดีกว่านะ
มีหน้าที่เรียนก็ทำให้ดี อย่าเพิ่งไป....
ฯลฯ

แต่อะไรบ้างที่มั่นคง อะไรบ้างที่ปลอดภัย
หรือใช่ บางทีอาจมีตัวเลือกที่มั่นคงและปลอดภัยอยู่
แต่นั่นใช่ตัวเลือกที่เด็กๆอยากทำจริงๆใช่มั้ย
ไม่ใช่เพราะนั่นจะเติมเต็มภาพในอนาคตที่เราอยากให้เด็กๆเป็นแบบนั้นแบบนี้อย่างที่เราคิด ใช่มั้ย

สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังคือ คนเรามีความคาดหวังในทุกๆเรื่องนั่นแหละ
ต้องโทษสมองส่วนหน้าที่ทำให้มนุษย์มีระบบความคิดซับซ้อนกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือเรามีคอนเซ็ปต์ของการ "คิดเผื่อ" เพื่อให้เราเอาตัวรอดจากการถูกสิงโตงับหรือหมีจับกินได้

ความคิดเผื่อนี่เองที่เป็นเครื่องจักรผลิตความกังวลต่างๆนานัปการ
แต่อย่าลืมว่าเจ้าการคิดเผื่อนี้ เป็นสิ่งที่เราอ้างอิงจาก "อดีต" ด้วยเช่นกัน
จากประสบการณ์ องค์ความรู้ ชุดความเชื่อที่หล่อหลอมสั่งสมมา
เช่น เราเคยเจอแบบนี้มา ถ้าให้ลูกไปทำ ก็จะต้องเป็นเหมือนที่เราเคยเจอแน่ๆเลย

แต่อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีเลย
ความแน่นอนเดียวที่เรารู้คือ ในวันหนึ่งจะไม่มีพ่อแม่อีกต่อไป
และเด็กจะต้องเดินหน้าต่อไปในชีวิตที่ไม่มีคนคอยบอกว่า
เลี้ยวซ้ายนะ เลี้ยวขวานะ อันนี้อย่าไปเลย ไปทางนี้ดีกว่า

เด็กจะต้องเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตนี้ของเขา ด้วยตัวของเขาเอง
ทำไมต้องฉกฉวยสิทธิในการรังสรรค์ชีวิตนี้มาจากมือของเขาผ่านชุดความคิด ความเชื่อ และประสบการณ์ของเราล่ะ

จะดีกว่ามั้ยถ้าเราเปลี่ยน "การให้ค่า" ว่าอะไรสำคัญในชีวิตลูกเป็นอย่างอื่น

สิ่งที่เราว่ามันน่าอัศจรรย์ใจมากคือ
มนุษย์แต่ละคนมีธรรมชาติของตัวเอง มีพิมพ์เขียวของตัวเองมาตั้งแต่เกิด
และบ่อยครั้งความชัดเจนนี้ปรากฏออกมาตอนเป็นวัยรุ่น

สมัยยังเป็นวัยรุ่น เรามีเพื่อนที่ชอบเรียนมากๆ
และเราก็มีเพื่อนที่ชอบร้องเพลง
มีเพื่อนที่สนใจประเด็นทางการเมือง
มีเพื่อนที่ชอบแต่งนิยาย
มีเพื่อนที่ชอบวาดรูป
มีเพื่อนที่ชอบทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์
มีเพื่อนที่ไม่ชอบวรรณกรรมเลยแต่เก่งเลข
มีเพื่อนที่ชอบดูซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ

เราไม่เคยเจอใครที่เหมือนกันแบบก๊อปวาง 100% สักที
นั่นคือเสน่ห์ความหลากหลายของมนุษย์
และนั่นคือตาดอก หรือต้นกล้าเล็ก ๆ ที่รอวันผลิบาน
ถ้าคนที่เค้ารัก ให้การยอมรับและสังเกตเห็นมันรวดเร็วพอ

เราอยู่ในยุคที่ความชัดเจนในตัวตนเป็นตัววัด
แน่นอนในอดีต นี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะเรากำลังเดินหน้าสร้างชาติหลังสงครามหรือวิกฤตการณ์ที่กระทบกันทั่วทั้งประเทศ
ความสามัคคีจะทำให้จับมือฝ่าฟันไปด้วยกัน
แต่เราผ่านยุคสมัยนั้นมาแล้ว

วันเวลาเหล่านั้นล่วงเลยไปแล้ว
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเด็กๆที่เกิดจากความรักของเรา
เด็กๆที่รอจะเปิดเผยให้เราเห็นว่า 
เค้ามาพร้อมของขวัญอะไร
เค้ากำลังจะให้อะไรแก่โลกได้
เพราะแตกต่างจึงงดงาม

ล่าสุดเราแอบดูซีรีย์จีนชื่อ Go Ahead ไปนิดๆหน่อยๆ
ซึ่งมันมีความซ้อนทับกับนิยายที่เราชอบมากๆเรื่องหนึ่งคือ "มาตาลดา"
ดูเผินๆอาจเป็นเรื่องรักหวานๆ แต่จริงๆแล้วแก่นเรื่องหลักว่าด้วยคำว่า "ครอบครัว"

บทสรุปที่ได้จากสองเรื่องนี้คือ
ถ้าลูกของคุณหัวทื่อ เรียนก็ไม่เก่ง สอบได้บ้างไม่ได้บ้าง
ชิงอันดับรองโหล่เฉียดบ๊วยมาตลอดชีวิต

แต่เค้าเป็นเด็กที่มีความสุข เค้ามีทัศนคติที่ดีต่อโลก เชื่อมั่นในตัวเอง กล้าคิดกล้าทำกล้าผิดพลาด กล้าตัดสินใจ
เป็นที่รักของคนรอบข้าง เข้าอกเข้าใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น รู้ผิดชอบชั่วดี
หาเลี้ยงชีพอย่างสุจริตด้วยการทำในสิ่งที่เขารักหรือเป็นตัวตนของเขาอย่างแท้จริง

และเค้าก็ใช้ชีวิตในแบบนั้น
แต่ไม่ได้เงินเดือนหกหลัก ไม่ได้ขับรถหรู ไม่ได้ทำงานราชการ
หรือมีตำแหน่งเชิดหน้าชูตาใครต่อใคร

เค้าจะเป็นลูกที่คุณภาคภูมิใจไม่ได้เลยหรือ?

สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาสู่คำถามว่า
ทำไมคุณถึงอยากมีลูก
เพราะถ้าเค้าเกิดจากความรัก
เราคิดว่าสิ่งที่หล่อเลี้ยงความรักต่อไปคือความเข้าใจ

เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่มีพื้นฐานอยู่บนความกลัว
ไม่เป็นผลดีกับใครเลย และส่งผลด้านความเชื่อใจในระยะยาวด้วย

ยังไม่สายเกินไปที่จะรับฟัง หมั่นคอยสังเกต และหล่อเลี้ยงคุณสมบัติ "พิเศษ" ต่างๆของลูกเราที่ไม่เหมือนใคร

เพราะไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง
ลูกจะรู้ว่าเขาเป็นที่รักเสมอ
และลูกจะมั่นใจได้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เค้าหันหลังกลับมา
เรารออยู่ตรงนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้เค้าเสมอ
จะดีหรือร้าย จะแสนสุขหรือโศกเศร้า จะสำเร็จหรือผิดพลาด
I'm here, always, no matter what.

ในความเป็นลูก เราไม่เคยคิดอยากได้อะไรมากไปกว่านี้เลยจริงๆ :)

SHARE
Writer
Gentlediary
Language enthusiast
ความคิด I ความสนใจ I ความทรงจำ IG: evepiriyapa

Comments