ความฝัน
ตลกดีเหมือนกันนะที่เรามาเริ่มต้นเล่าความฝันของตัวเอง ที่จริงช่วงนี้เราอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อแหละ ไม่รู้สิ ยากเหมือนกันนะเป็นวัยรุ่น แต่ไม่ว่าช่วงเวลาใดก็ตาม ในช่วงชีวิตใด ต่างคนต่างเหนื่อยเหมือนกัน มันไม่สามารถวัดค่าความเหนื่อยจากชิ้นงานได้หรอก มันอยู่ที่ช่วงวัยในตอนนั้นต่างหาก จงอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเลยนะ ใครๆก็ต้องเคยผ่านช่วงที่เหนื่อยมากันทั้งนั้นแหละเมื่อพูดถึงความฝัน
ไม่มีหรอกนะ (ขำ) เราก็โตพอที่ควรจะรู้ความฝันของตัวเองได้แล้วนะ เพื่อที่จะได้ไปให้ถูกทางในทางที่ตัวเองมีความสุขมากที่สุด ถ้าถามว่าชอบอะไร มีหลายอย่างมากที่เราชอบ แต่ถามว่าทำได้ดีขนาดนั้นไหม ก็ไม่แหละ เหนื่อยเหมือนกันนะที่ต้องวิ่งตามหาทั้งความฝันและสิ่งที่เข้ากับเราได้ แถมยังต้องวางแผนไปถึงอนาคตอีก ทั้งๆที่ขึ้นชื่อว่าความฝันแท้ๆ ทำไมมันยากนะ:)
เราวิ่งตามหาความฝันของตัวเองมาหลายปีมากๆ เราเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหนได้ดี เราเป็นคนที่ทำอะไรแล้วออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ไม่ได้ดี แค่พอทำได้ แถมยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงบ้าง หรือเพราะเราตั้งความฝันและความหวังให้ตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า?

ความฝันชิ้นที่1ของเรา มันคือความฝันชิ้นเอกที่เราอยากเป็นมากๆ จนตอนนี้ก็ยังอยากเป็น แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นความฝันชิ้นเอกด้วยสิ ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอก เราอยากเป็น"ศิลปิน" ศิลปินในนิยามของเราที่เราตั้งไว้ คือ ผู้แต่งเพลง นักร้อง และนักดนตรี อาจฟังดูตลก แต่เราอยากทำทั้ง3อย่างนี้มากๆ ทั้งๆที่มันสามารถแยกอาชีพออกมาได้ตั้ง3อาชีพ แต่เรากลับอยากให้อาชีพ3อาชีพนี้มารวมอยู่ในตัวเราให้หมด เราเป็นคนชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง ชอบดูการเล่นเครื่องดนตรี แต่เรามีโอกาสไม่มากพอที่จะได้เล่น อาจเป็นเพราะเราเริ่มมันช้าเกินไป

เราไม่เคยเล่าความฝันนี้ให้ใครเลยแหละ นอกจากตัวเอง เพราะ เรารู้ว่าเราไม่มีพื้นฐานมาทางนี้โดยเฉพาะ ร้องเพลงก็งั้นๆ เล่นดนตรีก็ไม่เป็น คงไปต่อได้ยาก และอนาคตมันก็ไม่ได้มั่นคงกับอาชีพนี้เท่าไหร่แน่ๆ
ความฝันชิ้นที่2ของเรา เราอยากเป็นนักเขียน ที่จริงตอนนี้ก็กำลังเขียนอยู่นะ ที่พวกคุณกำลังอ่านกันนี่แหละที่เรากำลังเขียนข้อความบรรยายความฝันของเราให้พวกคุณฟัง

ก็ไม่มีใครรู้เช่นกันเกี่ยวกับความฝันนี้ นอกจากตัวเรา เราว่าบางทีเราคงคาดหวังกับสิ่งที่ตัวเองสนใจมากเกินไป หนังสือเราก็ไม่ได้ชอบอ่านนะ ภาษาเราถึงไม่สละสลวยขนาดนั้นไงล่ะ(ขำ) ถึงความฝันของเราจะเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ตั้งเป้าหมายตั้งแต่ในอดีตจนถึงตอนนี้แล้วว่า เราจะเขียนหนังสือให้ได้สักเล่มแน่นอน หากมีโอกาส


ความฝันชิ้นที่3 จิตแพทย์ แค่เริ่มอ่านอาชีพนี้ก็ยากแล้ว แต่ที่จริงเราชอบเรื่องพวกนี้มากๆ หลายๆคนอาจคิดว่าการเรียนเกี่ยวกับพวกนี้จะสามารถอ่านใจของคนได้ ซึ่งเราไม่คิดอย่างนั้นนะ ถ้าหากเรียนจิตแพทย์แล้วสามารถอ่านใจคนได้ ทั่วโลกคงมีแต่คนเรียนในสาขาวิชานี้กันหมดแล้ว และอีกเหตุผลที่เราไปต่อกับความฝันนี้ไม่ได้ เพราะ เราไม่เหมาะกับการเป็นแพทย์ แต่เราเพียงชอบรับฟังปัญหาของคน และอยากช่วยเยียวยาบาดแผลภายในใจของเขาให้ดีขึ้น ที่จริงเราก็เล็งคณะจิตวิทยาไว้นะ แต่พอมาคิดเรื่องอนาคต เราก็คิดว่ามันคงไม่เหมาะกับเราเอาเสียเลย

ชิ้นนี้เราก็ยังคงรู้อยู่เพียงคนเดียว แปลกจัง ทำไมทั้งๆที่เราชอบและฝันถึงมันขนาดนี้ เราถึงไม่บอกใครสักที:)

ความฝันชิ้นที่4 คุณครู อาจดูตลกนะ ที่เรามีความฝันหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็มาจำนนให้กับอาชีพคุณครู เราได้แรงบันดาลใจอาชีพนี้มาจากคุณครูของเราเอง เขาดูมีความสุขกับสิ่งที่เขาสอน กับ งานหนักของเขา เขาดูเหนื่อยกับงานต่างๆของเขามาก ส่วนตัวก็รู้อยู่แล้วว่าอาชีพนี้นอกจากจะมีเงินเดือนที่น้อย แถมยังมีงานอยู่เต็มบ่า แต่ถ้าลองมองลึกลงไป อาชีพนี้ไม่ง่ายที่จะเป็นเลยนะ มันก็ท้าทายดี แต่เรื่องอนาคตของเด็กๆไม่สามารถมาเป็นความท้าทายในชีวิตเราได้เลย ที่อาชีพนี้ไม่ได้ไปต่อ เพราะเรากลัว กลัวที่จะเริ่มสอน กลัวที่จะสอนได้ดีไม่มากพอ เรากลัว

ในเมื่อเด็ก คือ อนาคตของชาติ เราก็ไม่กล้าพอที่จะออกไปให้ความรู้แก่พวกเขา

ความฝันชิ้นที่5 เชฟ เมื่อก่อนเราชอบดูรายการทำอาหารมากๆเลยแหละ ที่บ้านพร้อมสนับสนุนเราในการเรียนด้านนี้มากๆ ช่วงแรกๆเราชอบมากจริงๆ เกือบจะตัดสินใจไปเรียนต่อทางสายนั้นแล้ว แต่ตอนเราตัดสินใจ เรายังรู้สึกว่ามันก็แค่ชอบป่ะวะ มันยังไม่ได้อยากทำขนาดนั้น เราก็เลยเลือกที่จะทิ้งมันไป ทั้งๆที่เรายังชอบมันอยู่

เรารู้สึกโชคดีมากๆที่เลือกเดินออกมาจากทางสายนั้น เพราะ ตอนนี้เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้ชอบมันขนาดนั้นแล้วนะ:)

ความฝันชิ้นสุดท้าย ชิ้นที่6 เราเพิ่งค้นพบไปในไม่นานมานี้ และตอนนี้เรายังฝันอยู่กับมันอยู่ ก็คือ ผู้กำกับและนักเขียนบท ที่จริงมันยากมากนะที่จะทำอาชีพนี้ เราแค่มีความฝันไว้ว่าสักครั้งหนึ่ง เราอยากเขียนบทและกำกับงานทางด้านนี้มากๆ

อาชีพพวกนี้เกิดยากมากๆเลย แต่อย่างน้อยมันก็ยังเป็นความฝันให้เด็กคนนี้อยู่ ไม่ว่ายังไง สุดท้ายจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ชีวิต ความคิด ความชอบ และ อนาคตของเราเป็นตัวกำหนดละกันนะ
มันก็แค่ความฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงชั่วพริบตา แต่มาในช่วงที่เรารู้สึกอินกับมันแค่นั้นเอง เราก็คาดหวังกับตัวเองนะว่าสุดท้ายเราจะอินกับความชอบไหนไปตลอดชีวิตกันแน่ : )
SHARE
Writer
luminance
writer
คุณค่ามากน้อยขึ้นอยู่กับการตีค่าเป็นสำคัญ

Comments