31 ตุลา
วันนี้เมี่ยงขอแวะที่ร้าน Hoppipolla ก่อนกลับบ้าน เธอว่าอยากกินไก่ย่างซอสบาร์บิคิวกับขนมปังกระเทียมร้านนี้ ผมเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะว่าอาหารอร่อยจริงๆ ผมเคยลองมาแล้ว คิดว่าจะซื้อห่อกลับไปกินบ้านด้วยเหมือนกัน อีกอย่างจะได้แวะทักทายเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนป. โทด้วยกันด้วย แกเป็นเจ้าของร้านนี้น่ะ แต่เมี่ยงบอกว่าอยากนั่งกินที่ร้านมากกว่าและเธอก็สั่งว่าให้ผมนั่งกินเป็นเพื่อน ผมบอกให้เมี่ยงโทรศัพท์ไปถามพ่อกับแม่ก่อนว่าจะอนุญาตไหม ผมกลัวว่าพี่มอสกับพี่มายจะว่าเอาว่าพาเมี่ยงเถลไถลกลับบ้านดึก

“จะให้เมี่ยงบอกอีกกี่ครั้งว่าเมี่ยงโตแล้วนะ” เมี่ยงว่า “แต่ถ้าพี่กลัวว่าพ่อจะว่า เดี๋ยวเมี่ยงโทรบอกพ่อก็ได้”

“ดีมากน้องพี่”

เมี่ยงกดโทรศัพท์หาพ่อของเธอ พี่มอสโอเค เมี่ยงยื่นโทรศัพท์ให้ผมแล้วบอกว่า “พ่อจะคุยกับพี่น่ะ—เมี่ยงเข้าไปในร้านก่อนนะ” ผมพยักหน้า พี่มอสบอกว่าแกกำลังจะออกไปบ้านเพื่อน วันนี้คงไม่ได้คุยกัน แกอยากจะถามผมว่าวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์หน้ามีธุระอะไรที่ไหนไหม แกจะจ้างผมขับรถไปส่งเมี่ยงที่เชียงรายที่บ้านปู่ของเธอ

“แล้วเมี่ยงไม่ต้องไปเรียนพิเศษเสาร์อาทิตย์เหรอครับ”

“เมี่ยงว่าที่สถานทูตเค้ามีงานเลี้ยง แต่พี่ว่าจะไม่ให้เมี่ยงไป แต่จะให้ไปเยี่ยมปู่ที่เชียงรายแทน”

“แล้วมีนล่ะครับ ไปด้วยกันมั้ย”

“มีนจะไปเที่ยวกับแม่เขาที่ภูเก็ต ส่วนพี่ต้องไปทำธุระที่กรุงเทพฯ—ยังไงพี่ฝากเมี่ยงหน่อยนะ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่มีนแจ้งพี่มาได้เลย เดี๋ยวพี่โอนเงินให้”

“งั้นก็โอเคครับ ส่วนเรื่องเงินเอาไว้กลับมาค่อยเคลียร์กันดีกว่า... สรุปว่าวันเสาร์หน้าผมต้องไปรับเมี่ยงกี่โมงนะครับ”

“เดี๋ยวพี่บอกอีกทีก็แล้วกันนะ”

“โอเคครับ” ผมวางสาย ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านแล้วก็คืนมือถือให้เมี่ยง

“พ่อว่าไงบ้างพี่” เมี่ยงถาม

“อ๋อ—แปบนะ” พี่จอย เจ้าของร้าน โบกมือทักทายผมจากหน้าเวทีด้านในสุดของตัวร้าน ผมยังเห็นพี่กาซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนป.โทด้วยกัน เป็นนักร้องนักกีตาร์และรับจ้างเล่นดนตรีตามร้านอาหารเหมือนที่ผมเคยเป็น ผมบอกเมี่ยงว่าเดี๋ยวผมมา

“สั่งเผื่อพี่เลยนะ” ผมว่า

“แล้วพี่จะกินอะไรล่ะ”

“กินเหมือนเมี่ยงนั่นแหละ”

เมี่ยงพยักหน้ารับทราบ จากนั้นผมก็เดินไปทักทายพี่ๆ ทั้งสองคน หลังจากไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันพอเป็นพิธีเสร็จเรียบร้อย พี่จอยก็ถามว่ามากับใครเหรอ ท่าทางเหมือนอยากจะแซวว่าผมหันมาคบเด็ก ซึ่งผมก็บอกไปว่าเด็กผู้หญิงที่มากับผมเป็นลูกสาวเจ้านายที่มีบ้านหลังใหญ่อยู่ข้างโรงแรมกฤษดาดอยข้างบน พี่จอยถามว่าใช่บ้านที่เจ้าของส่งน้ำให้ 7-11 ใช่ไหม ผมตอบไปว่าไม่รู้ บ้านหลังใหญ่แถวนั้นมีอยู่หลังเดียว ซึ่งมันก็น่าจะใช่นั่นแหละมั้ง ผมไม่ค่อยรู้ว่าพี่มอสกับพี่มายทำธุรกิจอะไรบ้างหรอก รู้แค่ว่าเป็นคนรวยมากเท่านั้น พี่จอยว่าเดี๋ยวจะแถมขนมปังกระเทียมให้แล้วจะลดค่าอาหารให้อีก 15% ถ้าผมขึ้นไปแจมร้องเพลงสักเพลงสองเพลงกับพี่กาบนเวที ผมว่าไม่มีปัญหา พี่กากับผมก็เล่นเพลงสไตล์เดียวกันอยู่แล้ว เราเล่นเพลงยุคหกศูนย์เจ็ดศูนย์ เน้นเพลงที่คนคุ้นหูอย่างเช่นเพลงของวงเดอะ บีเทิลส์ ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล หรือจะเป็นวงเดอะ บีช บอยส์ ก็ยังพอไหว ผมบอกพี่กาว่าน้องที่มาด้วยเล่นเปียโนโคตรเก่งเลยนะ ชวนมาแจมอีกคนได้มั้ย

“มาเลย เล่นกันสักสองสามเพลง”

“เพลงเดียวก็พอมั้งพี่ พี่จะได้ทำงานให้คุ้มค่าจ้างไง”

พี่กาหัวเราะ ก่อนจะหยิบหนังสือโน้ตเพลงแล้วบอกว่าให้ไปเลือกเพลงมา

“แล้วค่อยมาบอกพี่ว่าจะเล่นเพลงอะไร”

ผมเดินกลับไปที่โต๊ะพร้อมกับหนังสือโน้ตเพลง เมี่ยงถามว่าอะไร แล้วผมก็บอกเธอว่า “หนังสือโน้ตเพลง จะเอามาให้เมี่ยงเลือกว่าจะเล่นเพลงไหน”

“หมายความว่าไง”

“หมายความว่าเดี๋ยวเราจะต้องขึ้นไปเล่นเพลงกันบนเวที”

“เรานี่หมายถึงเมี่ยงด้วยใช่มั้ย”

“ก็ใช่น่ะสิ... เห็นเปียโนไฟฟ้าบนเวทีนั่นมั้ย พี่ยกให้เมี่ยงเล่นเลยนะ พี่จะเป็นคนร้องเอง หรือว่าเมี่ยงอยากจะร้อง แล้วพี่เล่นเปียโนก็ได้นะ” 

“จะบ้าเหรอ ไม่เอาทั้งสองอย่างเลยได้มั้ย เมี่ยงอายน่ะ... เล่นเพลงอะไรก็ยังไม่รู้เลย”

“ลองดูก่อน” ผมว่า

“พี่เล่นคนเดียวเถอะ”

“นะๆ” ผมขอร้อง

“ไม่เอา”

“งั้นพี่ไม่บอกนะว่าพ่อเมี่ยงคุยอะไรกับพี่”

“เฮ้ย ได้ไง พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ เมี่ยงต้องรู้ด้วยสิว่าพ่อคุยอะไรกับพี่”

“งั้นก็ขึ้นไปเล่นกับพี่... นะ”

เมี่ยงทำตาดุใส่ก่อนพูดเสียงขุ่นว่า “ก็ได้”

ผมยิ้ม จากนั้นก็บอกให้เมี่ยงเลือกเพลงได้เลย เมี่ยงเปิดดูที่หน้าสารบัญ ไล่ดูอยู่ไม่ถึงห้าวินาที ก็บอกว่าจะเล่นเพลง Let It Be ของวงเดอะ บีเทิลส์ 

“เลือกได้ดี” ผมว่า “ไม่ล่มแน่นอน”

“ไม่ง่ายไปใช่มั้ย” เมี่ยงหัวเราะก่อนจะถามออกมา

“ง่ายๆ นี่แหละดี เราไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน อย่าเสี่ยงเล่นเพลงยากๆ เลยดีกว่า”

อีกอย่างวันนี้วันที่ 31 ตุลาคม ก็บังเอิญตรงกับวันครบรอบ 64 ปีของการจากไปของแมรี แม็กคาร์ตนีย์ แม่ของพอล แม็กคาร์ตนีย์ เจ้าของเพลงนี้พอดี ก่อนเล่นเพลงนี้ ผมก็เกริ่นให้คนฟังได้ทราบและอุทิศเพลงนี้ให้กับแม่แมรีผู้จากไป ซึ่งก็มีคนฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เหมือนตอนที่ผมเล่นเพลงในงานแต่งงานซึ่งมันก็ไม่ค่อยมีคนฟังสักเท่าไรเพราะมัวแต่ห่วงกิน แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีคนฟังอยู่บ้าง ซึ่งผมก็จะยังคงพูดต่อไปถ้ามีโอกาส แต่ผมก็คงไม่ใช้เวลานานมากนัก อย่างน้อยก็ให้เมี่ยงได้ทำความคุ้นเคยกับเจ้าเปียโนไฟฟ้าตัวนี้ก่อน ด้วยการไล่โน้ตตามแบบฉบับของนักเปียโนเพลงคลาสสิค ซึ่งวันนี้เธอจะมาเล่นเพลง Let It Be เพลงที่นับว่าเล่นง่ายที่สุดอีกเพลงหนึ่งในบรรดาเพลงของวงเดอะ บีเทิลส์ และเป็นเพลงที่หลายคนรู้จักมากที่สุดอีกเพลงหนึ่งด้วยเช่นกัน

ผมบอกให้เมี่ยงเล่นแบบแบ็คอัพ กดคอร์ดวนไปสามรอบตามโน้ตเพลงนั่นแหละ ส่วนรอบที่สี่เมี่ยงก็เล่นโซโลเดี่ยวแบบยากๆ ที่ใส่ลูกเล่นแบบที่ “เมี่ยงเคยเล่นให้พี่ฟังนั่นแหละ” เมี่ยงพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะประทับนิ้วบนแป้นคีย์เปียโนแล้วเริ่มต้นส่งคอร์ด : ซี จี เอไมเนอร์ จี เอฟเมเจอร์เซเว่น เอฟ ซี จี เอฟ ซี ดีไมเนอร์เซเว่น แล้วก็ซี แล้วผมก็เริ่มร้องท่อนแรกไปจนถึงท่อนสุดท้ายที่กล่าวว่า ‘และเมื่อความมืดเข้ามาบดบัง ก็ยังมีแสงสว่างส่องมาที่ฉัน’ เมี่ยงโซโลเดี่ยวหลังจากนั้น ผมมองดูคนในร้านที่จ้องตาไม่กะพริบตอนที่เมี่ยงเล่น เธอทำได้ดีเลยทีเดียว ดูเหมือนเธอจะมั่นใจมาก นิ้วมือที่เรียวเล็กของเธอพลิ้วไหวตามท่วงทำนองของเพลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลังจากเราเล่นจบเพลง ลูกค้าในร้านก็ปรบมือเสียงดังให้เรา ก่อนที่เราจะลงมาจากเวที เมี่ยงเหงื่อชุ่มตัว อาจเพราะว่าตื่นเต้น ผมชมเมี่ยงว่าเล่นได้ดีมากๆ เมี่ยงก็ชมว่าเสียงผมเพราะมากเหมือนกัน

ไก่ย่างซอสบาร์บิคิวกับขนมปังกระเทียมและสลัดผักผลไม้ถูกลำเลียงมาเสิร์ฟบนโต๊ะของเรา มีพ่อ แม่ ลูกโต๊ะข้างๆ ส่งยิ้มมาให้ผม ผมยิ้มทักทาย เมี่ยงคงไม่เห็นเพราะกำลังเอร็ดอร่อยกับไก่ย่างและขนมปังกระเทียมของเธออยู่ สักพักคนเป็นแม่ก็ลุกจากโต๊ะของเธอพร้อมกับลูกสาว เจ้าหญิงตัวน้อยคนนั้นน่าจะอายุไล่เลี่ยกับลาวาลูกชายของผม ทั้งสองคนเดินเข้ามาหาผมกับเมี่ยงที่โต๊ะ คนเป็นแม่กล่าวชมเมี่ยงว่าเล่นเปียโนได้เก่งมากและบอกว่าลูกสาวของเธอก็กำลังเรียนเปียโนอยู่ด้วยเหมือนกัน เธออยากรู้ว่าเมี่ยงเรียนที่ไหน เรียนกับใคร เมี่ยงรับสอนเปียโนลูกสาวเธอหรือเปล่า เมี่ยงตอบไปว่า 

“หนูสอนใครไม่ได้หรอกค่ะคุณน้า... เอาเป็นว่าเดี๋ยวหนูส่งรายละเอียดกับเบอร์โทรศัพท์ของคุณครูที่สอนเปียโนให้หนูก็แล้วกันนะคะ”

หลังจากแลกไลน์กันเสร็จเรียบร้อย เราก็กลับมาจัดการกับไก่ย่าง ขนมปังกระเทียม และสลัดผักผลไม้ต่อจนหมดเกลี้ยง ผมสั่งไก่ย่างซอสบาร์บิคิวกับขนมปังกระเทียมกลับบ้านไปให้มีนด้วยอีกหนึ่งชุด เราร่ำลาพี่จอยและพี่กากลับบ้าน

ระหว่างที่เรานั่งอยู่ในรถ เมี่ยงก็ทวงสัญญาเรื่องที่ว่าผมจะเล่าเรื่องที่พ่อของเธอคุยกับผมเมื่อชั่วโมงที่แล้วให้เธอฟัง

“อ๋อ...” ผมพูด พร้อมกับทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ไม่มีอะไรหรอก พ่อเมี่ยงแค่บอกให้พี่ขับรถไปส่งเมี่ยงที่บ้านปู่เมี่ยงวันศุกร์หน้าน่ะ พ่อเมี่ยงให้ค้างที่นั่นสองคืน”

“จริงเหรอพี่”

“จริงสิ”

“ดีใจจัง เมี่ยงจะได้นั่งรถไปเที่ยวกับพี่... พี่นอนค้างที่บ้านปู่กับเมี่ยงเลยนะ”

“พี่ว่าจะไปค้างบ้านเพื่อนน่ะ”

“ไม่เอา เมี่ยงไม่ยอมนะ”

“เดี๋ยวค่อยว่าก็แล้วกันนะ ดูสถานการณ์ก่อน ปู่เมี่ยงอาจไม่ชอบหน้าพี่ก็ได้”

“ปู่เมี่ยงใจดีมากค่า”

“งั้นเหรอ”

อยู่ๆ เมี่ยงก็เอามือมาจี้เอวผมแล้วบอกว่า “วันนี้ขอบคุณมากนะ”

“รถจะชนเอานา”

พูดจบผมก็ยื่นมือซ้ายไปขยี้หัวเมี่ยงอย่างเอ็นดู
SHARE
Writer
Phoomanee
time traveller
(ノ≧ڡ≦)

Comments

BatBlackCoffee
26 days ago
เดี๋ยวมาอ่านครับ 👍
Reply
gain98
22 days ago
น่าติดตามดีครับ
Reply