ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 10% ส่วนอีก 90% คือวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน
1
คุณคิดว่าชีวิตเป็นเรื่องยากไหมครับ? บางคนบอกว่าไม่ยาก ก็สบายสนุกดี ใช้ใชีวิตไปวันๆ บางคนบอกว่ายากมากพี่ โคตรเหนื่อย ทำงานหาเงิน เลี้ยงดูพ่อแม่ เงินเดือนก็น้อย จะเห็นว่ามีทั้งที่บอกว่าง่ายและยาก ขึ้นอยู่กับต้นทุนทางสังคมและวิธีจัดการชีวิต

เคยมีคนบอกว่า "ชีวิตไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยาก" ฟังแล้วก็รู้สึกมีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมา หรือบางคนบอกว่า "อย่าปล่อยให้ชีวิตจัดการเรา เราต้องเป็นคนจัดการมัน" ซึ่งฟังแล้วโคตรเท่เลย

2
“ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 10% ส่วนอีก 90% คือวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน"
เป็นข้อความสั้นๆ ของคุณคิมพาโบล นักเขียน นักการศึกษา และนักพูดชาวอเมริกัน ที่ผมเปิดเจอในหนังสือเล่มหนึ่งแล้วชอบ จนต้องจดใส่โพสต์อิสติดกำแพงไว้ เพราะรู้สึกว่าอธิบายเกี่ยวกับชีวิตได้ดี

บางคนอาจยังไม่เข้าใจว่า “ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 10% ส่วนอีก 90% คือวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน" คืออะไร ฟังดูงงๆ แต่ผมเชื่อว่าสำหรับคนที่ใช้ชีวิตมาระดับนึง หรือทำงานมานานน่าจะเก็ตไม่ยาก

เพระตอนเป็นเด็ก เป็นหนุ่มสาว เราจะรู้สึกว่าชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 100% เราไปควบคุมบังคับอะไรมากไม่ได้หรอก แม่อนุญาตให้ไปเที่ยวก็ดีใจ แม่ไม่ให้ก็เศร้า หัวหน้าสั่งงานอะไรมาก็ต้องทำหมด ปฏิเสธไม่ได้ หรือเราแอบรักใครสักคน บอกรักเขาไปแล้ว เขารับรัก เราก็ดีใจ ถ้าเขาปฏิเสธเราก็เสียใจ

3
ช่วงวัยหนุ่มสาวเราจะรู้สึกว่า ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น100% และการที่คุณคิมพาโบลจะมาบอกว่า ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 10% จะเป็นได้ยังไง แต่สำหรับคนที่โตขึ้นมาหน่อย จะเริ่มมองต่างไป จะรู้สึกว่าไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดแล้ว จะเริ่มเข้าใจคำที่คุณคิมพาโบลกล่าวว่า "อีก 90% คือวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน" มากขึ้น

เพราะเราได้เรียนรู้ว่า สมัยหนุ่มสาว เวลาชีวิตมีอะไรเกิดขึ้นมา เราจะตอบสนองต่อมัน 100% คือ อิน ชอบ ไม่ชอบ รัก เกลียด เต็มที่ แค่ฟังเพลงอกหัก ก็เศร้าเสียใจได้ ทั้งที่ชีวิตจริงยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยอกหักเสียใจสักหน่อย

หรือพอเสนองานไม่ผ่าน ถูกปฏิเสธ ก็รู้สึกเฟล เสียใจ ตัดสินว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
หรือตอนแข่งบอลชนะ ก็ชูถ้วยยิ้มดีใจราวกับพระราชา

เรียกว่า ชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นไปตามความรู้สึกและอารมณ์ที่เราตอบสนองต่อมัน 100% ซึ่งบ่อยครั้งเราตอบสนองไม่ดี นำไปสู่การกระทำและเรื่องแย่ในเวลาต่อมา โตขึ้นถึงได้รู้ว่า วิธีที่เราตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลมากกว่าที่คิด

4
บางคนเจอเหตุการณ์เดียวกัน แต่เขาตอบสนองแบบอื่นต่างจากเรา ตอบสนองดีกว่า ผลลัพธ์ชีวิตก็เลยดีกว่า เช่น เวลาเสนองานไม่ผ่าน ถูกปฏฺิเสธ ก็เสียใจนิดหน่อย ไม่ตัดสินคุณค่าตัวเองจากเรื่องนี้ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แล้วลงมือทำงานใหม่ หรือเสนองานที่อื่น

เวลาถูกบอกเลิก ก็เศร้าเสียใจ แต่ไม่ฟูมฟาย ตัดสินว่าตัวเองไม่ดี ไม่มีคุณค่า เพราะถ้าเราทำดีแล้ว คนที่ทิ้งเราไปต่างหากที่ไม่มีค่าพอกับเรา ก็ปล่อยมันไป ใช้ชีวิตของเราดีกว่า

หรือเวลาเจอปัญหา เราอาจจะเคยโทษตัวเอง โทษคนอื่นว่าทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉัน แต่ถ้าเราตอบสนองแบบใหม่ ไม่โทษใคร คิดว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ผลลัพธ์ก็อาจดีขึ้นกว่าเก่า

จะเห็นว่า “ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้น 10% อีก 90% คือวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน" จริงๆ ด้วย

5
มาฝึกฝนและแสวงหาวิธีตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบเจอในชีวิตให้ดีๆ
แล้วชีวิตที่เกิดขึ้น จะเจอแต่เรื่องดีๆ มากกว่าร้ายๆ ครับ


หมายเหตุ
1. ขอบคุณที่ติดตามอ่านกัน
2. คอมพิวเตอร์ซ่อมเสร็จแล้ว อ่านบทความใหม่ได้ทุกบ่ายวันอาทิตย์ครับ
3. อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามทางเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์ (เผื่อไม่ได้เข้ามาทางนี้)
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments