"ฉันสบายดี" #ฉันบอกแม่ว่าฉันสบายดี
"ชนชั้นล่างสุดของสังคม ต่อให้พยายามปานจะขาดใจ สุดท้ายเขาก็บอกว่า "เพราะไม่พยายามไงเลยไม่ไปไหนสักที"








        วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน แม่ถามฉันว่าอยากได้อะไรเป็นของขวัญไหม ตอนเด็กๆ ฉันบอกท่านเสมอว่าอยากได้ของเล่นบ้างล่ะ อยากได้เงินบ้างล่ะ แต่ตอนนี้คำพูดเหล่านั้นมันกลับจุกอยู่ที่ลำคอ

        ฉันมีสิ่งที่อยากได้มากมาย แต่ฉันไม่กล้าบอกออกไปสักอย่าง เพราะฉันรู้ ว่าท่านต้องพยายามขนาดไหนเพื่อให้ได้มันมา





         สำหรับคนอื่นโทรศัพท์หนึ่งเครื่องอาจซื้อใหม่ตอนไหนก็ได้ เก็บเงินสักปีสองปีไม่นานหรอก แต่สำหรับครอบครัวของฉัน เราต้องเก็บออมอย่างน้อยสามถึงสี่ปี เพื่อโทรศัพท์สักเครื่อง


        ความเหลื่อมล้ำมากมายที่ฉันได้สัมผัสผ่านการเป็นชนชั้นล่างของสังคม


ชนชั้นที่แม้แต่ค่าก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามยังต้องคิดแล้วคิดอีกว่าควรซื้อดีไหม


        หรือเวลาซื้ออุปกรณ์การเรียน ฉันลำบากใจ อยากร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นแม่ทำงานหนักเพื่อซื้อสมุดหนังสือไม่กี่เล่ม

        การศึกษาไทยมันห่วย มันควรเป็นสิทธิพื้นฐานด้วยซ้ำ แต่เรากลับต้องจ่ายไปมากมายเพื่อให้ได้มันมา






ทำไมเราต้องดิ้นรนขนาดนี้ในประเทศที่เราเกิดมากัน













          "อ้าว ทำไมมานั่งเฝ้าแผงอยู่ล่ะหนู ไม่ไปโรงเรียนเหรอ" คุณป้าท่านหนึ่งที่เดินผ่านแผงข้าวแกงของแม่ทักฉัน

          "หนูไม่ได้เรียนแล้วค่ะ"



          "เรียนไม่รู้เรื่องเหรอ รึมีผัวซะแล้ว เฮ้อยังเด็กขนาดนี้แท้ๆ "

         อีกฝ่ายเออออเอาเอง พลางถอนหายใจเหมือนสังเวชฉันเหลือเกิน



        "เปล่าค่ะ แม่ไม่มีเงินส่งเฉยๆ ค่ะ" ฉันพยายามรักษาสีหน้า แก้ต่างให้ตัวเอง

        "กู้กยศ.ซะสิ ทุนการศึกษาก็มี" คุณป้าพูดเสียงฉุน ทำเหมือนฉันเป็นเด็กไม่รู้ความ



        "ทุนการศึกษาไม่พอค่าเรียนค่ะ ไหนค่าอุปกรณ์การเรียน อาหารการกิน ค่าหอ ค่ารถรับส่งอีก แถมช่วงนี้แม่ก็ป่วยออดๆ แอดๆ ต้องสำรองเงินไว้ด้วยค่ะ"



        "อย่ามาอ้างเลย เรียนไม่เก่งเองล่ะสิ เพราะไม่พยายามไงเลยจมปลักอยู่แบบนี้ ดูอย่างลูกสาวป้านะ ปีนี้กำลังจะจบหมอแล้ว รับกาวน์อาทิตย์หน้าเอง ถ้าหนูพยายามยังไงก็ได้เรียนอยู่แล้ว แต่ป้าเข้าใจๆ คงติดผัว ยังไงก็อย่ารีบท้องล่ะ ท้องก่อนแต่งมันไม่งาม"

         หญิงกลางคนแซะก่อนวกกลับไปยกยอลูกสาวตัวเอง




         ฉันกำมือแน่น เล็บจิกผิวจนเลือดซึม ก้มหน้าสะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล หัวใจปวดหนึบราวมีเข็มนับพันมาทิ่มแทง

         คุณพูดออกมาได้ยังไงว่าไม่พยายาม เราพยายามยิ่งกว่าใคร วันแล้ววันเล่าไม่เคยหยุดพัก แล้วเราได้อะไรกลับมาบ้างนอกจากความผิดหวัง



ห่วยแตก ทุกอย่างมันห่วยแตก ไม่ว่าจะเป็นประเทศนี้ สังคมนี้ ชีวิตนี้ หรือแม้แต่ตัวฉันเอง














ตะวันคล้อยต่ำ

ฉันเอ่ยถามผู้ให้กำเนิดเมื่อครั้งยังเยาว์

"แม่ ตากับยายไปไหนเหรอคะ"

อีกฝ่ายนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ

          "ยายป่วยเป็นโรคเบาหวาน เราไม่มีเงินรักษายายเลยต้องตัดนิ้วตัวเองทิ้ง แต่ก็ยื้อได้ไม่นานสุดท้ายก็ตาย"



         "แล้วโครงการบัตรทองเล่า"

         "ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าตัวเมืองมันมากเกินไป ถ้าจะไปโรงพยาบาลเราต้องอดข้าวเป็นอาทิตย์เชียวล่ะ"



           สิ้นคำ ฉันที่กำลังจะถามต่อว่าพ่อหายไปไหน ทำไมถึงทิ้งเราสองแม่ลูกไว้เช่นนี้ เป็นอันต้องหุบปากฉับเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย



แสงตกกระทบบานหน้าต่าง

เงาดำพาดผ่านใบหน้าแม่

แววตาท่านเรียบนิ่ง ริมฝีปากขยับยิ้ม



          ฉันแทนตีความไม่ออกว่าแม่ยิ้มด้วยความคิดถึง ความเศร้า โกรธแค้น หรือเยะเย้ยชีวิตตัวเอง









          ไม่นานนัก ฉันก็ได้คำตอบว่าพ่อไม่ได้ต้องการทิ้งเราสองคนไป มันก็แค่ความตายพรากเราจากกันตลอดกาล...เท่านั้นเอง



           "พ่อน่ะ เคยโดนรถชน แต่อีกฝ่ายกลับรอดคดีไปอย่างง่ายดายเพียงเพราะเป็นลูกคนใหญ่คนโต"

เรื่องมันก็เรียบง่ายเช่นนี้แล















          ฉันเคยป่วยหนักมาก แม่อยากพาฉันส่งโรงพยาบาลแต่ฉันดื้อด้านไม่ยอมไป ฉันรู้ว่าการที่ต้องซื้อยาสักตัวให้ฉันทำให้แม่ต้องอดทานข้าวอีกมื้อ

          เวลาฉันไม่สบายฉันจึงไม่เคยบอกท่านอีกเลยหลังจากรู้ว่าครอบครัวเราลำบากเพียงใด



          วันหนึ่งแม่ฉันปวดขาเนื่องจากเดินมากไป หมอบอกให้แม่หยุดทำงานแล้วดูแลสุขภาพ แม่ได้แต่ก้มหน้ารับคำ ฉันอยากเถียงใจจะขนาดว่าแม่จะพักได้อย่างไรในเมื่อเรายังมีหนี้อีกหลายล้าน

           ฉันพยายามดูแลสุขภาพของตนกับแม่ ตั้งใจเรียนหนังสือที่ขอยืมจากเพื่อนที่โรงเรียน และมีความสุขในทุกๆ วัน



แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ความพยายาม





            ปีที่แล้วฉันได้รับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า แม่กอดฉันและร้องไห้ กล่าวโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

             แม่ขอโทษที่ไม่มีเงินหรือสิ่งของให้เท่าคนอื่นเขา ขอโทษที่สนับสนุนได้ไม่เต็มที่ ขอโทษที่ไม่สามารถหาเงินให้ได้มากไปกว่านี้ ขอโทษ ขอโทษ และขอโทษ แม่ร้องไห้และขอโทษฉันวนอยู่อย่างนั้นราวจะขาดใจ



            ฉันจิกเล็บบนฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยแผลจนเลือดซิบ ลำคอสะกดกลั้นก้อนสะอื้นก่อนฝืนยิ้มให้แม่อีกครั้ง



ปากขยับกล่าวคำว่าไม่เป็นไร ฉันสบายดี


SHARE

Comments