ข้อคิดที่ได้จากพี่เตา
 


เมื่อวานนั่งฟังพี่เตา รอบที่ 3 แล้วก็อยู่ดีๆนึกถึงได้ เลยมาเล่าสู่กันฟัง

ฟังพี่เขาพูดครั้งแรกจาก the standard, กับคุณสุวภา เจริญยิ่ง แล้วก็ใน workpoint ใน youtube

https://www.youtube.com/watch?v=0xMVf8nkJ80



พี่เตาพูดถึง Grit ว่า สรุปสั้นๆก็คือคนที่ประสบความสำเร็จ มี passion + perserverance ก็อันเดียวกับ อิทธิบาท 4 ของเราว่า ฉันทะ วิริยะ แค่ 2 ตัวเอง / ของเรายังมี จิตตะกับ วิมังสา อาจจะเพราะ หนังสือได้จากการวิจัยในกลุ่มตัวอย่าง ฉันทะ วิริยะ มีแค่ 2 ตัวนี้ก็พอที่จะทำให้กลุ่มตัว ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารสุดโหดได้แล้ว

โดยไม่จำเป็นต้องมี ร่างกายแข็งแกร่งที่สุด สติปัญญา ความฉลาดความที่สุด เพราะทั้ง 2 อย่างนี้ คนที่มี ก็ไม่ผ่าน



แล้วก็พูดถึง คาถาเศรษฐี ตัวแรก ชื่อย่อ ลืมแล้ว -*- นี่ฟังผ่านๆ มา 3 รอบ จำไม่ได้ (อุ อะ ซักอย่าง) พี่เขาสรุปตัวแรกทำนองว่า "พากเพียรในการประกอบสัมมาชีพ" ก็เอาไปโน๊ตไว้ เพราะรู้สึกว่า เรายังไม่พากเพียรพอในสัมมาชีพที่เราเลือก ก็เหลือบไปเห็นใน ted talk ที่โน๊ตไว้ว่า ให้ใส่สิ่งที่เราอยากเรียนรู้เชื่อมไปในสิ่งที่เรารัก



how to learn (ผมชอบคลิปนี้นะ ให้กำลังใจคนเรียนเข้าใจช้า คิดช้าอย่างผมมาก ^^)

https://www.youtube.com/watch?v=O96fE1E-rf8



ก็เลยเอาเองว่า ไม่จำเป็นว่าต้องแยกวิริยะออกมาต่างหากเน้นๆ และทำไม ฉันทะจึงมาก่อน



แล้วพี่เตาก็พูดถึงเรื่อง คน 4 ประเภท ทำน้อยได้มาก ทำมากได้น้อย ทำน้อยได้น้อย ทำน้อยได้มาก พี่เตาบอกว่า ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนทำน้อยได้มากก็พยายามเตือนตัวเองให้ทำมากขึ้น



ผมก็คิดว่าตัวเองเป็นคนทำน้อยได้มาก เพราะ 1. ไม่ขยันพอที่จะทำมาก+ ยังไม่เจอสิ่งที่อยากให้ทำมากได้ - - 2. เชื่อในกฎ 80/20 เราทำ 20 ให้ดีก็พอแล้ว



มาอ่านเจอในหนังสือ 2 เล่ม

- ทิ้งสิ่งที่ดี เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด เขาเล่าถึงความสำคัญของการนอน ว่า

นักไวโอลินที่เก่งที่สุด ใช้เวลางีบตอนบ่ายเฉลี่ย 2.8 ชม / สัปดาห์

นั่นคือ เขาซ้อมตอนที่มีสมาธิที่สุด และซ้อมนาน (ทำมาก) ก็เลยเก่งที่สุด

- Ray Dalio เคยเล่าให้ฟังว่า

->ดร. Sue Quinlan ทำนายถูกว่า ถ้าลูกชายผมสามารถผลักดันตัวเองผ่านการน่าเบื่อของการท่องจำในโรงเรียนประถมได้ เขาจะรักแนวความคิดระดับที่สูงขึ้นของคณิตศาสตร์ได้



ก็ต้องหา หุบเขาของความสิ้นหวังของตัวเอง และพยายามต่อไปแบบทำให้มาก ^_^

หวังว่าคงจะมีประโยชน์







SHARE

Comments