ความรัก และ การเมือง
  ขอเกริ่นก่อนว่าบทความนี้ไม่ใช่ความโรแมนติกจากการไปม็อบ หรือพบรักที่ม็อบนะครับฮ่า ๆ แต่บทความที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของผม กับเธอคนหนึ่ง ที่เกิดระหว่างที่อุณหภูมิการเมืองกำลังสูง แต่ตัวผมนั้นกำลังอึดอัดในความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะแยกออกจากกัน แต่ช่วงนึงของชีวิตผมต้องรู้สึกไปพร้อม ๆ กัน
2 ปีแห่งความสัมพันธ์ กับการโตขึ้น  ผมและเธอเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ครั้นยังเด็กเราทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน ปรึกษาและคอยปลอบกัน แต่เมื่อเราต่างเริ่มโต ความคิดความรู้สึกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างช้า ๆ จากเพื่อนเริ่มมีคนคิดไม่ซื่อ คำที่บอกว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป คำนั้นเริ่มไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป “ ใช่ครับผมเป็นที่เริ่มคิดไม่ซื่อเอง ”

  เธอคนนั้นรู้สึกตกใจกับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันควัน เราทั้งคู่เริ่มห่างกันมาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอทำตัวเหมือนความสัมพันธ์เราใกล้ชิดกัน เธอนั้นมีแฟนส่วนผมนั้นก็ยังจมปลักกับเรื่องของเราสองคน เป็นเวลาเกือบ 2 ปี

  ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังเปลี่ยนไป สถานการณ์ทางการเมืองก็เริ่มมีความระอุเล็กน้อย เริ่มมีการเคลื่อนไหวจากทางฝ่ายซ้าย แต่คณะ คสช. ในขณะนั้นก็พยายามหยุดฝ่ายซ้ายด้วยหลากหลายวิธีการ แน่นอนหนึ่งในวิธีนั้นคือ “ การใช้ความรุนแรง ” แต่ยิ่งฝ่ายอนุรักษ์นิยมยิ่งจัดการมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเหมือนการปิดหม้อแรงดัน โดยไม่ระบายแรงดันออก

  ใช่ครับ ช่วงเวลานี้นั้นเริ่มทำให้ผมตั้งคำถาม และสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ จากชนชั้นกลางที่ใช้ชีวิตเป็นฟันเฟืองไปวัน ๆ ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการเมืองการปกครอง
เมื่ิอลมหวนมา และเราทั้งคู่เปลี่ยนแปลง
  ความร้อนแรงทางการเมืองนั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนผมนั้นก็โตขึ้นจากการศึกษาเรื่องการเมือง , จากนิสัยการชอบอ่านที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก และแน่นอนครับเพราะเรื่องของเธอนั้นทำให้ผมต้องโตขึ้น เพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเจ็บปวด

  ในขณะเดียวกันเธอก็กลับมา เธอนั้นก็ได้มีความเปลี่ยนแปลง เธอเริ่มมองผมเป็นมากกว่าเพื่อน ณ ขณะนั้นเธอได้เลิกรากับคน ๆ หนึ่ง แล้วเธอนั้นได้กลับมาหาผม แน่นอนครับผมพร้อมรับอ้าแขนเธออยู่แล้ว ถึงแม้เธอจะทำให้ผมเคยเจ็บมาก ๆ

  ความสัมพันธ์ของเราเริ่มพัฒนา พอพัฒนามาก ความรู้สึกแบบเพื่อนนั้นก็ได้หมดไป ตอนนี้เรามาไกลเกินจะกลับไปเป็นเพื่อน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีความรู้สึกอึดอัดซ่อนอยู่ในความสุข

  ในขณะนั้นช่วงเวลาก็ได้ผ่านมาหลายปี ความระอุทางการเมืองเริ่มถึงขั้นขีดสุด ประชาชนเริ่มทนไม่ไหวกับระบบรัฐสภาที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะพวกคนที่ต้องการกุมประเทศไว้ เขียนกฎขึ้นมาใช้เอง นั่นคือรัฐธรรมนูญปี 2560
การเมืองเริ่มมีความหวัง แต่ความรักกลับพัง
  พลังประชาชนนั้นจุดติด ผู้คนนั้นออกมาเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองกันอย่างมหาศาล ฝ่ายขวาเริ่มมีการหวาดกลัวประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถใช้ไม้เด็ดขาดได้ เพราะประชาคมโลกจับตามอง

  ประชาชนนั้นเริ่มมีความหวัง แต่การต่อสู้นั้นยังอีกยาวนาน และยังเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ขั้นแรกควรต้องทำให้ประยุทธ์ประกาศยุบสภาให้ได้ก่อน ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันจึงค่อยตามมา

 ส่วนความสัมพันธ์ของเราสองเริ่มแย่ลง ความไม่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของเธอเริ่มออกมา เธอนั้นไม่ได้คุยกับผมแค่คนเดียว แต่ยังมีเขาอีกคนที่เธอเคยจากมา แต่เธอกลับมาบอกผมว่ายังรู้สึกดีกับเขาคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ตอนเราทั้งคู่มีความสุขมาก เธอนั้นเล่าเรื่องเขาคนนั้นว่าเขาไม่ดีขนาดไหน แล้วก็ชมผม แต่พอเธอจะไปผมกลับมีข้อเสียมากมายผุดขึ้นมาฮ่า ๆ

  ผมเหมือนโดนทิ้งกว้างไว้ในห้อง “ ที่โล่งแต่เป็นห้องที่มืดทึบ ” มันอึดอัดแต่ก็ว่างเปล่า เราทะเลาะกันบ่อยครั้งมากขึ้น เธอไม่ได้บอกให้ผมจากไปแต่เธอก็ไม่ได้ยื้อและไม่ได้ใส่ใจกันอีกต่อไป ผมจึงเลือกที่จะออกมา แต่ก็เป็นการที่ตัดสินใจยากที่สุดในชีวิต ทั้งที่ปกติเป็นคนเด็ดขาด แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ทำให้ความอึดอัดภายในใจหายไปหมดอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะมีความเศร้าตามมาอย่างมากมาย
เมื่อเธอไป เราต้องโตขึ้นและไม่จมปลักมัน  แน่นอนว่าการจากลานั้นมันเจ็บปวดครับ มันต้องใช้เวลาที่จะทำใจ มันไม่สามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ เหมือนที่คนเราชอบพูดกันด้วยคำพูด แต่เราต้องใช้เวลารักษามันและก็รักตัวเองให้มากขึ้น

  พอเราเลิกรามันกลับทำให้ผมนั้นได้มาโฟกัสเรื่องการเมืองอย่างเต็มที่อีกครั้ง ได้ออกไปม็อบ ได้ออกไปสร้างงานจากเรื่องของการเมือง เช่น ถ่ายรูปม็อบ หรือ บทความ 

  ตัวผมก็อยากจะมีความรักครั้งใหม่นะครับ ถ้าจะมีความรักครั้งใหม่ผมก็ขอให้คน ๆ นั้น เป็นคนที่ใส่ใจกันจริง ๆ และแอคทีฟเรื่องการเมืองไปด้วยกันฮ่า ๆ พูดเล่นนะครับแต่ถ้าได้คงดี จริง ๆ ผมแค่ต้องการคนที่ใส่ใจกันและกัน แล้วก็คอยสนับสนุนกันในวันที่แย่และซื่อสัตย์ 

  ในความสัมพันธ์นี้ของผมและเธอ เธอไม่ได้เป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียวหรอกครับ ตัวผมนั้นก็มีข้อเสียมากมาย ผมเชื่อว่าเราทั้งคู่พยายามมากแล้ว แต่ความคิดหรือจุดที่เรายืนก็อาจจะต่างกันเกินไปจริง ๆ ระยะเวลาทั้งหมด 2 ปีเราก็พยายามกันมามาก ที่จะมีความสุขไปด้วยกัน แต่มันก็เห็นว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด ผมเมื่อไม่มีเธอก็ได้กลับมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สนใจการเมืองซึ่งส่งผลต่ออนาคตตัวเอง และการจากลาครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้ผมโตขึ้น และมีทัศนคติหรือที่มุมมองที่ใหม่ขึ้น เพื่อมาใช้มองการเมืองและชีวิต
เราจะเก็บไว้แต่ความทรงจำดี ๆ ที่แกทิ้งไว้ให้นะ เรื่องแย่ ๆ ก็ปล่อยมันไป เราก็จะกลับไปเดินตามฝันต่อไป ส่วนแกก็โชคดีนะ :) 
ด้วยรักและลาก่อน
- Chocolatetime -
28/10/2020 
SHARE
Writer
Chocolatetime
Non-photograhper
คนธรรมดา...ที่อยากบรรยายความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมา เหมือนดั่งช็อกโกแลต ขนมแสนธรรมดา แต่มีความลึกล้ำ ชีวิตคนเราก็เหมือนกับช็อกโกแลตนั่นแหละ - ช็อกโกแลตไทม์

Comments