กอด
....; แวะมาเเถวๆนี้พอดี จะมาหามั้ย???   
ข้อความจากเเชทที่ฉันไม่คาดคิดเเจ้งเตือนขึ้นมา
เป็นชื่อที่ฉันอยากทักไปหาที่สุด อยากทักไปคุยด้วยตลอด 
แต่ฉันไม่อาจทำมันได้เเล้ว....

อ่าา...มันเกือบจะสามปีเเล้วสิน่ะ นับจากวันนั้น...
วันที่ตัวเลขของระเบิดเวลานับถอยหลังมาที่ 0.00
ช่วงเวลาของฉันเเละเธอที่หมดลง เเละฉันต้องเดินออกมาไกลจากเธอ เพราะถึงเวลาที่ฉันจะต้องกลับไปยังบ้านที่ฉันจากมา เเละฉันไม่อาจจะหวนย้อนกลับมาหาเธอได้อีกครั้ง
บ้านที่ไกลจากเธอ 7,500 กิโลเมตร 
ฉากสุดท้ายมันจบตรงที่เรากอดลา พร้อมน้ำตาเธอที่เปื้อนเสื้อฉัน ขอบตาที่บวมเป่งพร้อมตาโตกลมสีเเดง เเววตาเศร้าที่ฉันสามารถเห็นมันได้ชัดเจนผ่านเลนส์เเว่นของเธอ
การจากลาทั้งที่ยังคงรู้สึกดีต่อกัน มันช่างยากลำบาก

ผ่านมาพักใหญ่เเล้วที่ฉันไม่อาจทักไปคุยกับเธอได้ดังเช่นเคย
เราต่างเดินหน้าใช้ชีวิตตามทางของตัวเอง
ทาง...ที่มันดึงเราห่างไกลออกจากกันไปเรื่อยๆ 
จากตอนสุดท้าย...เธอเองเศร้าเสียใจนานร่วมเดือน และฉันเองก็เช่นกัน
จนเวลาผ่านไปสักพัก เราต่างรวบรวมสติ เเล้วเดินต่อไป ก้าวข้ามจุดที่เสียใจ

ฉันยังคงพยายามเก็บรักษาทุกๆช่วงเวลาในความทรงจำ 
เเต่เวลาไม่เคยเข้าข้างฉันเลย....ทุกรายละเอียดมันเริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ 
เเม้มันทำให้ฉันเศร้าเมื่อนึกถึง เเต่ฉันยังคงอยากเก็บมันเอาไว้
เเต่เมื่อฉันมาไกลราวกับคนละโลก ความจำของฉันมันช่างเเย่สิ้นดี
เรื่องราวเริ่มเลือนหาย ตรงกันข้ามกับความรู้สึกฉันมันยังคงชัดเจน

ผ่านมากนานสักพักแล้ว..ที่ในพื้นที่ที่เคยเป็นของเราสอง มันเหลือเพียงเเค่ฉันที่วนกลับเข้ามาในนี้บ่อยๆ ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า
คงเหลือเเค่ตัวฉันในห้องความทรงจำนี้ เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะเเวะกลับเข้ามาบ้างหรือเปล่า

ทุกๆคำสัญญาที่เรามีให้กัน..มันกลายเป็นสิ่งที่มัดความรู้สึกฉันให้ติดอยู่ในนี้ ไม่สามารถทิ้งหรือเดินออกจากมันไปได้

และยิ่งนานๆไป ความเชื่อมั่นที่ฉันเคยมี เชื่อในเรา เชื่อในเธอ  ฉันเริ่มไม่เเน่ใจเเล้วว่าเธอจะยังรักษามันไว้เหมือนที่ฉันทำมันอยู่หรือเปล่า

ฉันพยามเชื่อมั่นน่ะ...แต่มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกลังเลและสับสนในบางครั้ง
ในครั้งที่ฉันได้รับรู้ว่าเธอก้าวข้ามความเสียใจนั่น มีรอยยิ้มที่มีความสุข โดยที่ไม่มีฉันเเล้ว

จนฉันเองเลือกที่จะทำในส่วนของฉันเอง เลือกที่จะเชื่อในส่วนของฉันเอง โดยไม่สนว่าเธอจะเหมือนเดิมไหม ฉันเเค่เชื่อในตัวฉันเองต่อไป เพื่อที่จะถือคำสัญญาและเดินต่อ

โชคชะตา...มันเคยเหวี่ยงให้เธอกับฉันเข้ามาเเชร์เรื่องราวต่างๆในชีวิต ช่วงเวลาหนึ่งที่เราได้มีความทรงจำสวยงามร่วมกันมากมาย 
โชคชะตา...ที่กำหนดเวลาไว้เเค่ช่วงนั้น เเละดึงให้เราต้องไกลห่างเเละจากกัน
โชคชะตา...ที่ตอนนี้ดึงเธอให้วนกลับเข้ามาพบฉันอีกครั้ง ในช่วงเวลาอันสั้น

....อ่าาา เดี๋ยวเจอกันน่ะ...

เเน่นอนว่าฉันอยากเจอเธอเสมอ อยากเจอมาตลอด 
ด้วยเหตุผลต่างๆ มันทำให้เป็นเพียงการพบหน้าเเละพูดคุยกันเเบบคนเคยรู้จัก ในตอนเเรก

...:พี่ที่มาด้วยกันไม่สบายเเละกลับไปก่อน มารับแล้วไปส่งทีได้มั้ย????

สุดท้าย...ไม่ว่าเพราะโชคชะตา หรือเป็นเธอเองที่ตั้งใจ ทำให้เราได้มีโอกาสใช้เวลาด้วยกันตามลำพัง แม้เพียงครู่หนึ่ง 
เรานั่งกันในรถ เธอเองวุ่นวายกับมือถือที่ต้องเคลียงาน ติดต่องานตลอดเวลา เป็นภาพที่คุ้นตากับยัยเเว่นที่วุ่นอยู่กับงานไม่ยอมหยุด 

ระหว่างทาง บนถนนที่รถติด ฉันเเละเธอต่างได้พูดคุย เล่าถึงเรื่องราวชีวิตในช่วงที่เราเเยกกัน

มาจบลงที่ร้านบะหมี่เกี๊ยวข้างทาง ซุบร้อนๆ คือสิ่งที่เธออยากกิน 
....ก็ยังกินเเบบเดิมไม่เปลี่ยนเลยน่ะ 
.....เป็นบรรยากาศที่คุ้นตา ที่เรามานั่งหาอะไรกินดังเช่นวันเก่า ที่เรามักใช้เวาหมดไปกับ เดินเล่นในสวนสาธารณะ เเละร้านอาหารต่างๆ 

เรายังพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิตกันต่อ เเละฉันได้บอกทุกความรู้สึกกับเธออีกครั้ง บอกว่าฉันเองยังคิดถึงเธอมาก ยังรู้สึกเหมือนเดิม เเละฉันเองยังคงเดิม ยังถือคำพูดคำสัญญาทุกอย่างไว้ ยังคงเป็นเหมือนเดิม เเละยังคงเป็นตลอดไป 
....ใครสักคน....
เราออกเดินทางต่อในเมืองอันเเสนวุ่นวาย ฉันกลับเริ่มใจสั่น ตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้นเเละดีใจ 

ยังเหมือนเดิมมั้ย???
คำถามหลักที่ฉันต้องการคำตอบจากเธอในการเจอกันครั้งนี้

...คิดว่าเหมือนเดิมมั้ยล่ะ?? 
เธอตอบกลับมาด้วยคำถาม 

...ก็คิดถึงเเหละ เเต่เหตุผลบางอย่างทำให้เธอไม่กลับเข้าไปในพื้นที่ของเรา
เเละก็ยังเป็นเหมือนเดิม...

นั่นคือสิ่งที่ฉันได้รับรู้จากเธอระหว่างทาง

เเต่ฉันว่า..เธอพูดถึงความรู้สึก และเเสดงมันออกมาน้อยลงน่ะ :ฉันเองคิดในใจ

เเละเวลาก็พามาถึงช่วงเวลาสุดท้ายก็มาถึงอีกครั้ง เธอต้องไปแล้ว

....: ขอกอดสักครั้งได้มั้ย??

ฉันเอ่ยถามก่อนที่เธอจะต้องก้าวลงจากรถไป
ก่อนที่เธอเเละฉันจะต้องก้าวจากไปตามทางของตัวเอง

มันไม่ใช่การกอดลา ไม่ใช่การกอดครั้งสุดท้าย
เเละไม่ใช่การกอดอย่างเสน่ห์หาใดๆ

มันคือการกอดเพื่อที่ฉันจะได้ย้ำให้มั่นใจว่าทุกอย่างยังคงเดิม

เรายังคงเป็นเเบบเดิม.....

....: เธอเชื่อมั้ย คนเราสามารถสื่อสารกันผ่านการสัมผัสได้น่ะ
มันคือคำถามที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเรา

ฉันรู้ดีว่า เเค่การกอดหนึ่งครั้ง มันจะอธิบายทุกความรู้สึกที่ฉันมีโดยไม่ต้องพูด เธอจะตอบทุกสิ่งในใจเเละเล่าทั้งหมดให้ฉันรับรู้ เเค่การกอดหนึ่งครั้งนี้

เเม้บทสนทนาของเราที่ผ่านมาจะเเปลกไปเล็กน้อย 
เเม้เราจะวางตัวลำบากไปบ้าง
เเต่การกอดจะไม่มีทางโกหก การกอดจะอธิบายทั้งหมดด้วยตัวของมันเอง

เเละเราจะเชื่อมความรู้สึกถึงกัน เหมือนทุกช่วงเวลาที่เคยผ่านมา
 เหมือนวันเก่าๆที่เรารู้ใจกันโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

เรากอดกันเเค่ครู่เดียว มันคือเสี้ยวนาทีที่ยาวนาน 
มันเป็นเหมือนการโอบให้กำลังใจเเละย้ำว่าทุกเรื่องราวยังคงอยู่

...เเละฉันรับรู้ได้ว่าเธอยังคงเป็นยัยเเว่นคนเดิม...

ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่านี้เเล้ว
ไม่ต้องมีคำพูดใดอธิบายสิ่งต่างๆ
เราเข้าใจมันดีเช่นเคย

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมน่ะ...
คำพูดสุดท้ายของฉัน ก่อนที่จะหอมแก้มเธอหนึ่งครั้ง 
มันช่างเป็นกลิ่นเเละสัมผัสที่คุ้นเคย ชัดเจนในความทรงจำของฉัน
ก่อนที่เธอจะเปิดประตูก้าวลงจากรถไป

ตอนนี้ใจฉันมันได้รับการเติมเต็ม 
ทุกอย่างได้รับการยืนยันเเล้ว 
และเเน่นอน ฉันมัดตัวเองไว้กับคำสัญญาเเน่นกว่าเดิม

...: ขอบคุณน่ะ ใครสักคน

ข้อความสุดท้ายจากเธอ กับคำเรียกที่ยิ่งย้ำเตือนว่าระหว่างเรายังคงดำเนินต่อไปในความทรงจำ 
มันเหมือนประโยคที่เธอกำลังบอกให้ฉันรับรู้
ว่าเธอยังคงเป็นยัยเเว่นที่ฉันรู้จัก 
เเละชีวิตต่างก็ดำเนินต่อไป


ในบางครั้ง...ความสัมพันธ์มันไม่ได้จบลงเพียงเพราะการจากลา
ความสัมพันธ์มันไม่ได้หายจากไป...เพียงเพราะเราไม่เจอ 
การจากกันมันไม่ทุกข์..หากเรายังเห็นภาพความสุขในความทรงจำ

การเดินทางของเราไม่อาจเดินข้างกันไปไม่ได้ บางทีฉันเองคิดว่ามันคงเป็นความไกลที่พอดีเเล้ว
พอดีที่เราจะสามารถมีกันต่อไปในชีวิต...
 
ฉันยิ้ม...เเละใช้ชีวิตต่อไป

ใครสักคน...

SHARE
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments