วันลอยกระทงและไม้จิ้มฟันจากก้านมะพร้าวของพ่อ
        เป็นเร่ืองราวในตอนที่ฉันเรียนอนุบาล2 เป็นหนึ่งในความรู้สึกผิดของฉัน และฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากได้ระบายความลับที่รู้สึกผิดนี้กับใครสักคนที่ไม่รู้จัก ฉันจะรู้สึกดีขึ้นมาสักหน่อย 
       ในตอนนั้นฉันได้ย้ายจากบ้านนอกไปเป็นเด็กเมืองกรุงครั้งแรกที่ชลบุรี ถือว่าได้เป็นเด็กกรุงเทพที่มันจะดูโก้ๆสักหน่อย หากกลับมาที่บ้านแล้วคนในหมู่บ้านจะเรียกว่า "เด็กเทพนี้ๆ" แต่ก็นั้นแหละ ฉันได้ย้ายตามพ่อและแม่ไปชลบุรีโดยที่พ่อและแม่ทำงานเป็นคนสวยที่สวยกล้วยไม้โดยมีเจ้าของเป็นคู่สามีฝรั่งคู่หนึ่ง 
      ฉันได้เข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งเป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ทุกเช้าฉันจะเดินทางไปโดยรถโรงเรียน โดยมีพี่สาวที่เป็นลูกสาวคนงานห้องข้างๆเป็นคนพาฉันไป ซึ่งฉันไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องการให้ใครมาดูแลฉัน ฉันสามารถดูแลตัวเองได้ แต่มันก็เป็นกฏของโรงเรียน ไม่ว่าจะรับหรือส่งก็ต้องมีผู้ปกครองซึ่งเรื่องนี้ก็มีเหตุประเด็นที่ทำให้ฉันเกลียดพี่สาวคนนี้อยู่เหมือนกัน ถึงแม้นตอนนี้จะจำหน้าเธอคนนั้นไม่ได้แล้วก็ตาม 
        เอาหล่ะเข้าเรื่องกันเถอะ หลังจากที่ฉันเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ในชั้นอนุบาลสอง ซึ่งมีหลายห้อง ฉันมีเพื่อนสนิทหลายคนเหมือนกัน แต่ส่วนมากฉันก็สนิทเพื่อนผู้ชายที่ชอบแกล้งผู้หญิง ซึ่งฉันจะเป็นคนห้ามไม่ค่อยให้เพื่อนผู้ชายแกล้ง และจะเอาไปฟ้องครูหากเพื่อนผู้ชายแกล้งผู้หญิง ซึ่งคุณครูได้บอกกับแม่ฉันว่า ฉันมีลักษณะนิสัยขี้ฟ้อง แต่ฉันเองก็หาได้สนใจ เพราะฉันไม่ต้องการให้ใครถูกแกล้ง 
        จวบจนวันที่ฉันสนิทกับเพื่อนหลายคนและเริ่มปรับตัวได้ในโรงเรียนแห่งนี้ อีกไม่กี่วันจะเป็นวันลอยกระทงแล้ว ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เย็นวันนั้นก่อนเลิกเรียนคุณครูได้บอกกับพวกเราว่า คุณครูจะพาทำกระทง โดยให้นำอุปกรณ์ในการทำกระทงมา โดยที่คุณครูจะเตรียมท่อนกล้วยทำกระทงให้ ให้รักเรียนเอาดอกไม้และตะปูสำหรับเย็บกระทงมาหรือไม่มีก็ให้เอาก้านมะพร้าวเหลาแหลมๆมาก็ได้  วันนั้นหลังจากที่กลับจากโรงเรียนฉันก็ได้บอกพ่อและแม่ 
        แม่ไปเก็บดอกไม้คือดอกบานไม่รู้โรยสีม่วงมาให้ ส่วนพ่อของฉันได้ชวนเพื่อนคนงานที่มีลูกที่น่าจะเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันเดินไปหาต้นมะพร้าวเพื่อเอามาเหลาทำเข็มที่ใช้สำหรับพรุ่งนี้ ฉันตื่นเต้นมากๆตอนที่พ่อกลับมาด้วยก้านมะพร้าวยาวๆเต็มมือ ฉันนั่งดูพ่อเหลาก้านมะพร้าวทีละอัน พ่อถามฉันว่าเอาเยอะไหม ฉันบอกว่าเยอะๆ ฉันทั้งตื่นเต้นและดีใจ จนวันพรุ่งนี้ได้มาถึง
       ฉันได้ไปโรงเรียนด้วยถุงดอกไม้ของแม่และไม้ก้านมะพร้าวของพ่อ ฉันหวังจะให้เพื่อนยื่มเพราะบอกให้พ่อเหลาเยอะๆ แต่เมื่อฉันไปถึงโรงเรียน ฉันได้ถามเพื่อนสนิทของฉันไม่มีใครนำก้านมะพร้าวเหลามาเลยแม้นแต่คนเดียว ทุกคนมีตะปูกันหมด และมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ได้เอาอะไรมา ฉันรู้สึกแปลกแยกมาก ฉันอาย ฉันไม่ต้องการไม้ก้านมะพร้าวของพ่ออีกต่อไปแล้ว 
      และในช่วงพักเที่ยงฉันได้วางแผนว่า จะบอกกับทุกคนว่าฉันไม่ได้เอามา และจะเอาถุงไม้นั้นไปใส่กระเป๋าเพื่อนคนอื่่น ฉันตัดใจทิ้งไม่ลง จนถึงช่วงพักกลางวัน ฉันรอให้คนออกจากห้องเรียนจนหมดและฉันก็เริ่มดำเนินการตามแผน ฉันเอาก้านมะพร้าวของพ่อไปใส่กระเป๋าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง และฉันก็รีบตามออกไปกินข้าวพร้อมกับเพื่อนๆ 
       และเวลาที่ทำกระทงก็มาถึง คุณครูแบ่งนักเรียนเป็นวงๆฉันได้อยู่กับเพื่อนสนิทและได้ใช้ตะปูของเพื่อน ส่วนไม้ก้านมะพร้าวของพ่อที่ไปอยู่กับเด็กผู้หญิงคนนั้น ซึ่งทำกระทงอยู่วงหลังๆฉัน ฉันได้ยินเธอบอกกับเพื่อนกลุ่มเธอว่า เข็มไม้ก้านมะพร้าวของใครเนี้ย จวบจนตอนเย็นฉันได้กระทงกลับบ้านไปอันหนึ่งซึ่งไม่ค่อยจะสวยเท่าไรนัก พอเอาไปลอยน้ำก็เอียงและจมน้ำลงใช้การอะไรไม่ได้เลย 
      ถึงแม้นว่ากระทงจะลอยไม่ได้และเรื่องก็ผ่านไปหลายสิบปีแล้ว แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ คือความรู้สึกผิดของฉันที่ไม่มีวันจางหายไป ในตอนนี้ฉันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของพ่อ ฉันยังคงจำได้ถึงความตื่นเต้นที่ให้พ่อทำเยอะเพื่อที่จะได้แบ่งปันกับเพื่อน มันยังคงไม่หายไปและเป็นความทรงจำที่ทุกครั้งที่ฉันคิดขึ้นมา ก็ทำให้รู้ว่าพ่อนั้นรักฉันมากแค่ไหน 
ฉันรักพ่อนะ 

SHARE
Writer
My_Secrets12
Read
Everything

Comments