The Road to Emmaus : ไม่สำคัญว่าไปที่ไหน แต่สำคัญว่าไปกับใคร
นี่เป็นการเขียนครั้งแรกสำหรับไดอารี่เล่มนี้
ตอนแรกคิดว่าเราคงเขียนไม่ได้
เพราะพยายามเขียนนู่น เขียนนี่มาตลอด
และมันก็จะติด ๆ ขัด ๆ เป็นแบบนี้ประจำ
ประโยคอ่านแล้วไม่ลื่นบ้าง 
เขียนแล้วไม่มันใจกับสิ่งที่ตัวเองเขียนบ้าง
เพราะตัวเองก็ไม่ได้แม่น Bible 
แถมโบสถ์ก็ยังไม่ค่อยได้ไปอีก (เฮ้ออ) 
แต่พอมาคิดว่าถ้าจะเขียนไว้อ่านเองมันจะเป็นแบบไหนก็ได้รึเปล่า?
(แอบตีกับตัวเองในใจ 55555)

เพราะทุกวันคือการเดินกับพระเจ้า 
อาจมีสะดุดบ้าง มีล้มบ้าง 
ยังไงชีวิตคริสเตียนก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอยู่แล้ว
(ทางที่ดีคือทางลาดยาง แต่วันที่อ้างว้างยังมีพระเยซูเดินเคียงข้างตลอดไป)
เลยตัดสินใจว่าต่อจากนี้จะลองหัดเขียนไดอารี่ที่ตรงไปตรงมา
กับความเชื่อและความรู้สึกของตัวเองดู
เพราะความสุขไม่ได้อยู่กับเราทุกวัน
และความเศร้าก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด
เลยอยากให้ไดอารี่เล่มนี้คอยบอกตัวเราในอนาคตว่าพระเจ้าทรงนำอะไรในชีวิตเราบ้าง
ทั้งวันที่มีความสุขและวันที่แสนเศร้า
เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต
พระเจ้าทรงเห็นว่าดี

And we know that for those who love God all things work together for good, 
for those who are called according to his purpose. 
Romans 8:28 (ESV)



ก่อนอื่นอยากจะพูดถึงตอนเลือกรูป cover ก่อนเลย
เพราะตอนแรกก็ไม่รู้จะเอารูปอะไรดี 
เลย search ใน google ว่า 
"walk with jesus"
ขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ ที่เจอภาพนี้
เพราะรู้สึกว่ามันตอบโจทย์คำว่า ""Walk with Jesus" จริง ๆ

ภาพนี้มีชื่อว่า The Road to Emmaus 
วาดโดย Robert Zund ศิลปินชาว Swiss
ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นภาพเหตุการณ์ตอนไหนเพราะไม่คุ้นเลยสักนิด
พอลองค้นดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เลยรู้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในพระธรรมลูกา 24:13-35
เป็นการเดินทางของสองสาวกจากเยรูซาเล็มไปหมู่บ้านเอมมาอูส
ซึ่งในขณะนั้นพระเยซูได้ร่วมเสด็จไปด้วย มีบทสนทนาที่น่าสนใจมากมายในตอนนี้
(https://www.bible.com/th/bible/174/LUK.24.13-35.THSV11)



เรื่องนี้สอนอะไรเรา ?

1.) พระเจ้าต้องการให้เราพูดและสื่อสารกับพระองค์ เพราะพระองค์จะประทานคำตอบและความเข้าใจให้กับเรา

ตลอดการเดินทางไปยังเอมมาอูส มีบทสนทนาเกิดขึ้นมากมายระหว่างสองสาวกกับพระเยซู ซึ่งเหตุการณ์ที่เราว่ามันน่าสนใจคือตอนที่พระเยซูถามสาวกสองคนว่าระหว่างที่เดินกันอยู่เนี่ยท่านกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ 
สาวกคนนึงถามกลับไปว่า "ท่านไม่รู้หรือว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในช่วงสองสามวันมานี้?"
พระเยซูตอบกลับสั้น ๆ เพียงแค่ว่า "เหตุการณ์อะไรล่ะ?"

Jesus came up and walked along with them. 
But they were not able to recognize who he was.

He asked, 
“What’s this you’re discussing so intently as you walk along?”

They just stood there, long-faced, like they had lost their best friend. 
Then one of them, his name was Cleopas, said, 
“Are you the only one in Jerusalem who hasn’t heard what’s happened during the last few days?”

He said, “What has happened?”


พระองค์เป็นคนเดียวที่รู้เหตุการณ์ทุกอย่าง 
เพราะพระองค์ทรงเป็นคนนั้นที่ทุกคนพูดถึง 
เป็นผู้นั้นที่ถูกทรมาน
เป็นผู้นั้นที่ถูกตรึงบนไม่กางเขน 
และเป็นผู้นั้นที่ฟื้นขึ้นจากความตาย

ภาพที่น่าประทับใจคือ เมื่อสาวกขาดความเชื่อ พระองค์ทรงอธิบายถึงข้อพระคัมภีร์ที่เล็งถึงการเสด็จมาของพระองค์ที่มีอยู่ใน Old Testament ให้สาวกฟังตลอดการเดินทาง เพื่อที่เค้าจะได้รู้ว่าพระองค์เองคือพระผู้ช่วยให้รอดองค์นั้นที่พวกเค้ารอคอย



2.) การเปิดเผยของพระเจ้าจะเกิดขึ้นเมื่อเราใช้เวลาร่วมกับพระองค์

หลังจากที่รับขนมปังจากพระองค์ สาวกทั้งสองได้รับการเปิดเผยจากพระเจ้าว่าผู้นี้เองคือพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอด เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นหากพวกเขาไม่เชิญพระเยซูเข้ามาในบ้าน และรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับพระองค์
By this time they were nearing Emmaus and the end of their journey. 
Jesus acted as if he were going on, but they begged him, 
“Stay the night with us, since it is getting late.” 
So he went home with them.
As they sat down to eat, 
he took the bread and blessed it. 
Then he broke it and gave it to them. 
Suddenly, their eyes were opened, 
and they recognized him. 
And at that moment he disappeared!
Luke 24:28-31 (NLT)  


หากพระเยซูเดินผ่านเข้ามาในชีวิตคุณแล้ว อย่าปล่อยให้พระองค์เดินเลยผ่านไป
การต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิต คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเรา 


3.) การเดินกับพระเจ้าในแต่ละวันจำเป็นที่จะต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนในชีวิตเรา

They said to each other, 
‘When he talked to us, 
it was like a fire that was burning inside us. 
We felt it while we were walking along the road. 
We also felt it when he was explaining God's message in the Bible.’
Luke 24:32 (EASY)   


ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐาน , การอ่านพระคัมภีร์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ
เราจำเป็นต้องพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
หากร่างกายต้องการอากาศไว้สำหรับหายใจ
จิตวิญญาณก็จำเป็นที่จะต้องมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ที่เชื่อมต่อหัวใจของเราเข้าส่วนกับพระเจ้า
ชีวิตจะไม่ใช่เรื่องยาก หากมีพระเจ้าเป็นแสงนำทางในชีวิต


ตอนเด็กจำได้ว่าเคยอ่านพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่มจบหมดแล้ว
พอโตขึ้นมาหน่อยก็กลับมาอ่านอีกรอบ 
แต่ไม่รู้ทำไมจำเรื่องราวตอนนี้ไม่ได้เลยสักนิด
คิดว่าหลังจากนี้คงต้องกลับมานั่งใคร่ครวญถึงพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่มอีกครั้งล่ะนะ

วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า
ไว้วันหลังถ้าพอมีเวลาอยากจะลองเขียนเกี่ยวกับ description ที่มาจากเพลง light work ของ 116 ดู

ปล. พรุ่งนี้วันจันทร์ต้องไปทำงานอีกแล้วหรอเนี่ย 
Anyway, Thank God it's Monday!!

Peace! 🕊️

SHARE
Written in this book
My Christian Life Diary
Bright, Shimmer, Lights, Flicker All this light, let it, shimmer I had to glow up, I had to show up I got the light now!, check out my glow up!
Writer
JuiceParty
Commonwealth
J Ξ S U S  ✞  S Λ V Ξ S ! Sometimes I sit and think, but sometimes I just sit.

Comments

PANPANMEME
1 month ago
🌻🤍🌻
Reply
PANPANMEME
26 days ago
ใดใดก็ตาม ขอพระเจ้าปกป้องเรา ให้มั่นคง
เข้มแข็ง เพื่อที่เราจะเป็นคนที่พระเจ้าทรงโปรดปรานและใช้การได้เนอะ 💫
ขอพระเจ้าเป็นกำลังน๊าา~
ติดตามเหมือนกันนะ
ขอบคุณมากๆๆๆ
ขอบคุณอีกครั้ง
JuiceParty
25 days ago
อาเมน~
พระเจ้าเสริมกำลังเช่นกันนะ
สู้ต่อไปทาเคชิ!!
PANPANMEME
25 days ago
✨😽✨