a whole world in your hand,
‘เธอเลือกเส้นทางของเธอเองได้เสมอ’

จู่ๆ เสียงของเขาก็ดังขึ้นในหัว
ประโยคของเขาหมุนกลับเข้ามาตอนที่กำลังถือใบไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่ได้อยากเป็นหมอซักหน่อย
ไม่ได้อยากรักษาใคร
ไม่ได้อยากมีคนยกมือไหว้

เท้าสองข้างหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องสัมภาษณ์
จิตใจที่กำลังโลเลและสับสน
มือสองข้างกำแฟ้มเอกสารแน่น

ร่างเล็กสูดลงหายใจเข้าเฮือกใหญ่
อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาสัมภาษณ์แล้ว
เธอยังมีเวลาตัดสินใจอีกเล็กน้อย

‘พี่ว่าหนูควรทำยังไงดี’

‘ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่’

เด็กสาวนั่งคิดถึงบทสนทนาระหว่างเธอและเขา

‘เอ้า แม่บังคับให้เรียนหมอเท่านั้นอ่ะ’

‘แล้วจะฟังแม่ทำไม’

‘ก็.. ไม่รู้’

‘อืม’

คิดแล้วก็ตลกดี นั่นสินะ.. เธอจะทำตามแม่ทำไม

‘You should create your own future, not your mother’

‘...’

‘ไม่ใช่อนาคตแม่เธอซักหน่อย’

‘งั้นหนูควรทำยังไงดี’

‘งั้นลองแบบพี่’

สุดท้ายก็ทำตามแบบเขาซะได้, น่าขันจริง
สรุปสุดท้าย เด็กสาวตัดสินใจเปิดประตูห้องสัมภาษณ์เข้าไปเมื่อถึงเวลา

“หนูขอสละสิทธิ์ค่ะ”





“คุณว่าหนูควรเขียนเรื่องนี้ต่อดีไหม”

เด็กสาววัย 14 ปีส่งโทรศัพท์มือถือที่เปิดแอพเขียนนิยายค้างไว้ให้พีี่ชายข้างบ้านคนสนิทดู

นิ้วเรียวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ

“อยากทำอะไรก็ทำสิ ถ้ามันผิดเดี๋ยวบอกเอง”

แสนดีอีกแล้วสินะ

“มีคนบอกว่าหนูแต่งไม่ไดี”

สีหน้าของเธอหม่นลงเล็กน้อย
แขนเล็กยังเท้าอยู่ที่ระเบียงห้องนอน

“มีคนชมเยอะกว่าอีก”

“แต่ก็มีคนว่า”

“ก็เลยจะหยุดหรอ”

“...”

มือหนายืนมายีีกลุ่มผมคยเธอเบา ๆ
นั่นช่วยเรียกรอยยิ้มของเธอออกมาได้บ้าง

“เธอเลือกเส้นทางของเธอเองได้เสมอ”

เขาบอก ,

“อย่าหยุดทุกอย่างเพียงเพราะคน ๆ นึงบอกให้เธอหยุด สิ่งที่เธอทำมันมีค่ามากกว่านั้น”


เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
เธอจึงมองออกไปบ้าง

“มีอะไรรอเราอีกเยอะเด็กน้อย”

“...”

“ปลายทางของเธอยังอีกยาวไกล”

เขาชี้นิ้วออกไป
ไม่ได้บ่งบอกให้มองสิ่งใด
มีแต่ปลายขอบฟ้าสีคราม

ดวงอาทิตย์ขึ้นรับเช้าวันใหม่
เธอยังเปราะบาง
เธอต้องการกำลังใจ

“เพราะงั้น, เติบโตต่อไปล่ะ”

“ค่ะ”

ก่อนจะฉีกยิ้มออกมา
ด้วยความปลื้มปิติอย่างสุดหัวใจ
ขอบคุณเสมอมา



“พ่อว่าหนูทำมันออกมาได้ดีไหม”

เด็กสาวจบหมาด ๆ ยื่นภาพวาดภาพหนึ่งให้พ่อ
ก่อนที่สายตาของคนเป็นผู้ใหญ่จะพิจารณามัน

“ดีสิ แต่ลองแก้ตรงนี้หน่อย”

พ่อชี้ลงไปที่จุดเล็ก ๆ จุดนึงในภาพวาด

“แปลว่าไม่ดีอีกแล้วสินะ”

เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ พ่อ
หญิงสาวถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง
ก่อนที่พ่อของเธอจะส่งยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน

“มันสวยมากคนดี
พ่อเพียงแค่ติชมในความเห็นของพ่อเมื่อลูก
ถามถึงความเห็นเท่านั้น”

เด็กสาวเงียบ


“อย่าเอาคำติชมของใคร ไปลดคุณค่าตัวเอง
แต่จงเอาไปเป็นแรงผลักดัน
แล้วหนูจะได้รับรู้อะไรใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิม”


คุณพ่อยิ้มให้เธอเบา ๆ

“เส้นทางของหนู หนูต้องกำหนดเอง ไม่ใช่คนอื่น”
คำพูดเหล่านั้นฝังอยู่ในความทรงจำ

“แม่อบพายรอพวกเราอยู่ ไปกันเถอะ”

พ่อลุกขึ้นชวนชวนลูกสาวไปในครัว
กลิ่นหอมของพายบลูเบอร์รี่ลอยฟุ้งอยู่ในห้องครัว หญิงสาวใจดีอีกคนหนึ่งรอเธออยู่

“มาทานเร็ว เดียวจะเย็นเอานะ”

ขอบคุณพวกเขาจริง ๆ
ขอบคุณ



“พี่ไปถามทางเขาเองสิคะ!”

ลมหนาวในประเทศอังกฤษพัดผ่าน
และ, น้องสาวตัวดีของเขากำลังโวยวาย
เธอไม่กล้าเดินไปถามทางกับชาวต่างชาติ

“ทำไมต้องเป็นพี่เล่า”

“ก็พี่พูดเก่งกว่าอ่ะ!”

เธอยังคงไม่ยอมแพ้ เช่นเดียวกับเขา

“เอาอะไรมาตัดสินว่าพี่เก่งกว่า”

เธอเงียบไปก่อนจะกอดอกหันหน้าหนี
คนโตกว่าหัวเราะให้กับการกระทำแบบนั้น

“ฟังพี่นะเด็ก”

พี่ชายย่อตัวลงไปเล็กน้อยเพื่อให้น้องสาวของเขาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมาให้เมื่อยคอ

“คนเราต้องเคยล้มก่อน ถึงจะได้รับรู้ถึงความผิดพลาด และมันก็ไม่ผิดถ้าเราจะล้มครั้งที่สอง”

น้องสาวหันมองเขา

“อย่าเอาความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวมาเป็นแผลในใจไปตลอดกาล ไม่งั้นโลกของเธอจะไม่ได้เปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาเลย”


ก่อนที่พี่ชายจะหยัดยืนเต็มความสูง


“ฝึกพูดทุกวันเลยนี่ ภาษาอังกฤษน่ะ, ลองดูไม่เสียหายหรอก”

รอนยิ้มอ่อนโยนถูกส่งต่อมาให้เธอ

“มีพี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน”

“...”

“ก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วคนดี”














                      ถึงเหล่าคนเก่งที่กำลังโลเล , ชีวิตของเรามีค่าที่สุด เมื่อกำหนดมันด้วยตนเอง

                                        @lostxnfilm
SHARE
Writer
lostxnfilm
smoker
แล้วถ้าไม่ได้รักกลับหล่ะ ?

Comments