รักที่เป็นนิรันดร์ในใจ 🕊
, หลายปีผ่านมาหลังจากเรียนจบมัธยม มีโอกาศได้กลับมาคุยรุ่นพี่คนนึงสมัยมัธยม 
เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หลังจากที่กาลเวลาพาเราห่างจากกันถึง 6 ปี ช่วงที่เราไปเรียนมหาลัย

ช่วงแรกๆ เป็นการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ แต่เพราะก่อนหน้านี้เรามีเรื่องที่ไม่สบายใจมากๆ บทสนทนาของเราเลยต้องเป็นเรื่องที่จะมาระบายให้เค้าฟัง
เป็นจังหวะที่ไม่ดีเอาซะเลยที่เราวนกลับมาคุยกันในช่วงเวลานี้ ถ้าเราโอเคกว่านี้ เรื่องที่คุยกันน่าจะสนุกกว่านี้

อย่างที่เคยเขียนในบล็อคที่แล้ว ที่เค้าถามเราว่า “เรายังชอบเพื่อนพี่คนนั้นอยู่หรือเปล่า?” 

“เรื่องแย่ๆที่เราเจอในตอนนี้ก็เหมือนเพื่อนพี่ที่เราเคยชอบแหละ เวลาผ่านไปก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว”


ตัวเราที่น้ำตานอง จู่ๆก็หยุดชะงักลง

“โอเคขึ้นยังอ่ะ?”


, จะว่าไปเค้าก็โครตเก่งเลยนะ ที่สามารถดึงเรากลับมาได้
จากที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกไม่ดีอยู่เลย

เค้ายังเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อนเลย ไม่ว่าเราจะเจออะไรมา เค้าก็ยังอยู่กับเราตรงนี้


หลังจากได้คุยกับเค้าหลายๆเรื่อง รวมทั้งเรื่องของเพื่อนเค้าที่เคยชอบ
เราถึงกลับต้องกลับมาสถานที่เก่าๆเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำตัวเอง
เพราะเราก็ลืมไปแล้วเหมือนกันว่าครั้งนึงเคยชอบคนๆนี้ ไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่

เหมือนคำพูดเค้าไปกระตุ้นสิ่งที่อยู่ติดในใจ สะกิดให้มันออกมา

          (13.15) am. 

เรากลับมาที่โรงเรียน สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
รักครั้งแรก ความประทับใจ ความทรงจำ และรุ่นพี่คนนั้น


เรากลับมาเพื่อทบทวนความจำตัวเอง ว่าตอนนั้นในวัยมัธยมของเราเกิดอะไรขึ้นบ้าง

รุ่นพี่ที่เป็นรักครั้งแรก และ เค้า

ทุกอย่างเริ่มต้นจากที่นี่ ที่ที่เราได้เจอรุ่นพี่คนนั้นครั้งแรก รุ่นพี่ที่เป็นเหมือนพี่โชน และเค้าที่เป็นพี่ท็อปเพื่อนของพี่โชน

เราจำได้หมดแล้ว และเราก็จำได้แล้วว่าทำไมเราถึงไม่ได้ชอบเค้าเหมือนเมื่อก่อน

เวลาผ่านไปนาน จนเราพบเจอผู้คนและสังคมใหม่ๆ สเป็กหรือความชอบอะไรหลายๆในตัวเราก็เปลี่ยนไป
เช่นเดียวกันรุ่นพี่คนนั้นเราก็ไม่ได้ชอบอีกแล้ว ตอนที่ถูกเค้าถามว่า “ยังชอบเพื่อนพี่คนนั้นอยู่หรือเปล่า” เราถึงเงียบและฉุกคิดว่าเออ ไม่ได้ชอบแล้วว่ะ

      ไม่ว่าตอนนั้นจะชอบด้วยเหตุผลอะไร แต่ตอนนี้ก็คือไม่รู้สึกอะไรแล้วจริงๆนะ 
ตัวเราในวัย 14 ที่ยอมตากฝนหลังเลิกเรียนเพื่อที่จะได้เจอเค้าที่หน้าประตูโรงเรียนตอนเค้าเดินกลับบ้าน อยู่ซ้อมวงโยฯ จนดึกเพื่อที่จะได้เห็นเค้านั่งจับกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อน 
ยอมเดินอ้อมตึกเรีบน เพื่อที่จะได้เกินผ่านหน้าห้องเค้า 
เป็นคนที่ทำให้เราอยากไปโรงเรียนทุกวัน 
แค่เสี้ยวนึงที่เห็นเค้ายิ้ม หรือหัวเราะ ณ. เวลานั้น ก็ทำให้เราในวัย 14 สดใส เฉกเช่นเดียวกับดอกทานตะวันที่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์

“รั ก นี้ จ ะ เ ป็ น นิ รั น ด ร์ ใ น ใ จ” 

       ถ้าไม่ใช่เพราะเราเรียนจบมหาลัย คงไม่ได้มีโอกาศได้ทบทวนเรื่องราวเก่าๆ ณ.ที่แห่งนี้แน่ๆ

       คงเหมือนในหนังแฟนฉันล่ะมั้ง ที่สุดท้ายแล้วไม่ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน เจี๊ยบก็ยังมองน้อยหน่าเป็นเด็กอยู่เสมอ
เหมือนกับที่เรามองพี่ พี่ยังเป็นรุ่นพี่คนหนูเคยชอบ เป็นรักครั้งแรก เป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำ

เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
เราไม่ได้รู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว

ความรักครั้งนั้นในวัย 14 ปีเมื่อเทียบกับความรักตอนนี้ที่อายุ 24 ยังเจ็บกว่าเลย

ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะ ทั้งเค้าและคุณ :) 


        (11.09) Friday 

     ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่เราถูกถามด้วยคำถามที่ว่า 


“เรายังชอบเพื่อนพี่คนนั้นอยู่หรือเปล่า?” 
ตอนนี้เราตั้งคำถามกับเค้ากลับ 


“ทำไมตอนนั้นพี่ถึงถามคำถามนี้ละ?”

...


“ก็พี่จำได้ว่าเราเคยชอบ” 

“ทำไมถึงชอบคนนี้อ่ะ ทั้งๆที่เพื่อนพี่มีตั้งหลายคน” 


“พี่รู้จักสิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบมั้ย?”




“..................”

     รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ชอบตั้งแต่ยังไม่รู้จักชื่อ รู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่ได้ไกล้ชิดกันเลยด้วยซ้ำ มันเป็นความประทับใจแรก และอาจเป็นความประทับใจเดียว ณ.เวลานั้น 
บางทีความรักมันก็ไม่มีเหตุผลแบบนี้แหละ มีเหตุผลเดียวตอนนั้นคือ "แค่ได้รัก" 

.
.
.

      ถ้าพี่รู้จักสิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบ พี่จะเข้าใจว่าทำไมหนูถึงชอบเพื่อนพี่ : ) 





      กาลเวลาเปลี่ยน มันทำให้คนเปลี่ยนได้จริงๆนะ 
     ก็เหมือนที่พี่บอกแหละ “เรื่องแย่ๆที่เราเจอในตอนนี้ก็เหมือนเพื่อนพี่ที่เราเคยชอบ เวลาผ่านไปก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว” 


เวลาผ่านไปก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ...
 ใช่! เมื่อเวลาผ่านไปเราก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว


                       🕊




ปล. จริงๆอยากพิมพ์เยอะกว่านี้เรื่องของเค้า แต่เราดันนึกออกแค่เรื่องของเพื่อนเค้าน่ะสิ 😂






SHARE
Written in this book
memory of Pnut

Comments