เส้นทางของเจ้าวี
เรื่องเล่านี้เป็นความขี้โม้ของผู้แต่ง อาจะมีเนื้อหาที่ท่านอ่านแล้วอาจจะไม่พอใจ ทางผู้แต่งต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สวัสดี เราเองนะ Cigarette_s เป็นคนแต่งแฟนฟิคเกี่ยวกับเมมเบอร์ bnk48 นี่แหละ แต่ที่ผ่านๆมา และหลายๆคนอาจจะรู้จักกันดีว่า ไรท์เตอร์ส่วนใหญ่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของตนเองนอกเสียจากว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีชื่อเสียงที่มาจากไอเดียตัวเอง ไม่ใช่เอาคอนเท้นต์เดิมๆมาทำใหม่ และไรท์เตอร์นั้น ก็มีหลากหลายแบบแตกต่างกันออกไป รวมถึงเราด้วย เราเองก็ไม่เปิดเผยหน้าตาหรืออะไรแต่อย่างใด แต่มาวันนี้ เราจะมาขี้โม้ชีวิตของเราให้ทุกคนได้อ่านกัน


มันเป็นเรื่องขี้โม้ ไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ เราโม้ไปงั้นแหละ สนุกๆ
 


เราชื่อ วี

วี เฉยๆนี่แหละ 

เราเป็นเพศหญิง อายุช่วงม.ปลายๆ 
จริงๆแล้วก่อนที่จะมาเป็นวีได้ในตอนนี้ เราผ่านอะไรมามากมายเลยนะ
อุปสรรคไม่ได้มีแค่ในคำพูดละ มันมีจริงๆ เราจำได้ขึ้นใจเลย

เส้นทางของเรามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเว้ย มันโรยด้วยน้ำมัน ถ้าติดไฟเมื่อไหร่ก็จบ



หยอกๆ





แท้จริงแล้วเราไม่ได้ชื่อ วี นะ แต่เราชื่อตะวัน

ตะวันเป็นชื่อที่ครอบครัวตั้งให้ บางคนอาจจะคิดว่า เอ้ย ชื่อครอบครัวตั้งให้ มันก็ดีอยู่แล้วนี่

สำหรับเรามันคือชื่อเรียกที่ เหมือนกับว่า ไม่ได้เรียกเรา

ตะวันมีพี่สาว พี่สาวตะวันชื่อตะวัน พี่สาวเสียก่อนตะวันจะเกิด พอพี่สาวเสียไป ทุกคนรักพี่สาวมาก

รักมากจนเอาชื่อพี่สาวมาตั้งให้ตะวัน ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น

แล้วพอทุกๆคนถามก็จะบอกว่าเราชื่อตะวัน บางคนก็เข้าใจผิดว่าเราเป็นพี่สาวเรา ทั้งๆที่ พี่สาวเสียไปแล้ว แล้วพวกเขาก็ชอบคิดว่าเราเป็นพี่สาวกลับมาเกิด ทั้งๆที่มันไม่ใช่...นี่คือเรา แล้วอะไรพวกนี้เราโดนตั้งแต่เด็กแล้วเราน้อยใจมากๆ


พอคุณพ่อมีปากเสียงกับคุณแม่ คุณพ่อกับคุณแม่ก็เลยเลิกเรากันไป ตอนแรกเราจะได้ไปอยู่กับคุณแม่ แต่คุณพ่อท่านไม่ยอม ท่านจะให้เราอยู่กับท่าน ไม่งั้นท่านจะลงไม้ลงมือกับเรา เพราะแบบนั้นคุณแม่เลยต้องทิ้งเราไว้กับคุณพ่อ 


คุณพ่อท่านก็ไปได้ภรรยาใหม่ ภรรยาใหม่นี่( เราจะเรียกว่าน้า ) อื้อหือ.. สุดๆ ด่าเราแบบไม่เคยด่าคนมาก่อน แรกๆก็เอ็นดูเรานะ หลังๆเริ่มทำร้ายเราเล็กๆน้อยก็ทำ เราก็ตอบโต้อะไรไม่ได้ เพราะจะโดนคุณพ่อด่าอีกคน

คุณพ่อรักคุณน้ามาก รักมากๆ จน ให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้กระทั่งเงินเดือนทั้งเดือน และคุณน้าก็มีลูกชายมาด้วยคนนึง โตกว่าเราประมาณ 4-5 ปี ได้ ( สมมติว่ามันชื่อไอ้ตั้มละกัน ) 

พี่ตั้มเนี่ย เป็นเด็กที่ นิสัยดีนะ โลกภายนอกมองดูพี่ตั้มเป็นคนดีมากๆ ช่วยเหลือสังคม มีความเป็นผู้นำ


หารู้ ว่าตอนอยู่ที่บ้าน พี่ตั้มเป็นคนแบบไหน


ช่วงนั้นเราอายุ 14 พึ่งเป็นเด็ก ม.ต้นได้ไม่นาน เราเริ่มรู้จักโลกภายนอกแล้วว่ามันเป็นยังไงบ้าง

วันนั้นเรากลับบ้านมาจากโรงเรียน กลับมาที่บ้านด้วยความเหนื่อยเพราะทำงานมาทั้งวันเลย 

บวกกับวันนั้นเป็นบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดโรงเรียนครั้งใหญ่ เราเลยเหนื่อยมากๆ กลับมาที่บ้านก็นอนพักเลย ชุดนักเรียนยังไม่ทันเปลี่ยน ถึงโซฟาที่บ้านก็นอนฟุบแล้วก็หลับเลย

เราตื่นขึ้นมาอีกทีนึง พี่ตั้มกำลังนอนครอบตัวเราอยู่ แล้วกำลังจะข่มขืนเรา เพราะเสื้อนักเรียนของเรากำลังโดนถลกโดยมือของพี่ตั้มเอง เราตกใจจะกรี๊ดเสียงดัง แต่พี่ตั้มก็เอามือมาปิดปากเราไว้แล้วก็รีบแกะกระโปรงเราออก แรงพี่ตั้มมันเยอะมากเราไม่สามารถต้านทานแรงมันได้

เราเลยคว้ามือไปกระเป๋าเรา หยิบปากกาลบคำผิดได้ เราก็จ้วงเข้าที่แก้มขวาของพี่ตั้มทันที

ตัวพี่ตั้มร้องเจ็บปวดด้วยความทรมาน เลือดไหลเต็มพื้น เรากำลังจะวิ่งหนีออกไปทางประตูหลังบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่คุณน้าท่านมาเห็น เธอวิ่งเข้ามาแล้วก็จับเราไว้ ให้ไปขอโทษพี่ตั้ม และกราบเท้าพี่ตั้ม เราไม่ยอมทำก็โดนด้ามไว้กวาดหวดไปหลายที จนเราต้องทำ หลังจากนั้นคุณน้าก็ทำแผลให้พี่ตั้ม แล้วก็จับเราเข้าไปไว้ในห้องของพี่ตั้มแล้วก็ล็อคจากข้างนอก

เราร้องไห้เสียใจอย่างสุดชีวิตที่เคยร้องไห้มา ไม่เคยเสียใจขนาดนี้มาก่อน เขาทำกับเราแบบนี้ได้ยังไง? เราลนลาน กลัวไปหมดในห้องนั้น กลัวจนทำอะไรไม่ได้และหลับไป

เราตื่นมาอีกทีตอนประมาณตี 4 มองไปรอบๆห้อง แล้วก็พยายามหาทางออกจากห้อง จนไปเจอกับหน้าต่าง จริงๆแล้วหน้าต่างห้องพี่ตั้มมันออกไม่ได้เพราะมันเป็นมุ้งลวด เรามองหาของในห้องพี่ตั้มจนได้มีดคัดเตอร์ เราเอามานั่งกรีดมุ้งนั้นออกอยู่นานจนมุ้งมันขาดแล้วเราก็ค่อยๆปีนออกไป

แล้วเราก็วิ่งไปทางหน้าบ้าน


ซวยซ้ำซ้อนเพราะคุณพ่อเรากลับมาพอดี ไม่รู้ไปไหนมา  แต่คุณพ่อมาเห็นเรากำลังรีบวิ่ง คุณพ่อก็ลงจการถแล้วมาถามว่ามีอะไร พอเราบอกว่าโดนพี่ตั้มทำร้าย

คุณพ่อก็ไม่เชื่อ

เพราะต่อหน้าทุกคนพี่ตั้มก็คือคนดีๆคนหนึ่งเลย

เราเลยโดนคุณพ่อลากเข้าไปในบ้าน แล้วก็ไปปลุกทุกคน แล้วคุณพ่อก็เล่าเรื่องนี้ให้พี่ตั้มและคุณน้าฟัง เราก็โดนคุณน้าสวดยับเป็นบทๆเลย

ส่วนพี่ตั้มก็ยืนมองเราอย่างสมเพชเราสุดๆ เราโดนใช้ทำความสะอาดบ้านตลอดทั้งเช้า จนสายๆมาพึ่งจะได้อาบน้ำไปโรงเรียน เนื่องจากว่ามันสาย รถประจำทางก็ไม่ค่อยมี กว่าจะถึงโรงเรียนก็เกือบ 11 โมงได้ เราเลยโดนทำโทษหนักเลย ทั้งเหนื่อยทั้งดาวน์


กลับมาบ้านครั้งนี้ แย่กว่าเดิม เราเดินมาหน้าบ้าน 

รถของคุณน้ากับคุณพ่อไม่อยู่ แต่รถของเพื่อนพี่ตั้มอยู่เต็มที่จอดรถ แล้วเพื่อนๆพี่ตั้มแต่ละคนก็นั่งกินเหล้าอยู่ที่ลานหน้าบ้าน 

พอเราเห็นแบบนั้นเราก็ถอยออกมาจากประตูบ้านเลย แต่จังหวะนั้นพี่ตั้มดันมาเห็นเราพอดี เลยเรียกเราเข้าไป เราไม่ยอมขยับ ยืนมองอยู่สักพักแล้ววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น ไม่นานนักฝีเท้่าเกือบสิบคนก็วิ่งตามเรามา ดีที่วันนั้นเราใส่ชุดพละ เราเลยวิ่งหนีค่อนข้างสะดวก


กลุ่มเพื่อนของพี่ตั้มวิ่งตามเรามาเรื่อยๆ จนเราวิ่งไปที่ตลาดสด คนในตลาดเยอะมาก

เพื่อนของพี่ตั้มเหล่านั้นเลยเลิกตามและพากันเดินกลับไป

เราหลบอยู่หลังร้านขายเนื้อหมูร้านนึง เราร้องไห้หนักมากจนเจ้าของร้านเดินมาถามเรา เราเลยเล่าให้เขาฟัง เขาเห็นใจเรามากๆ เลยให้เราไปอยู่ที่บ้านหลังนึงก่อน เป็นบ้านที่มีคุณป้าคนนึงอยู่ในบ้าน ท่านอยู่คนเดียว ไม่มีลูกหลาน


ตกเย็นๆเจ้าของร้านเนื้อหมูก็ขับรถไปส่งเราที่บ้านคุณป้าคนนั้น ท่านท่าทางดูใจดีมากๆ ตอนที่เจ้าของร้านบอกว่าเราจะมาอยู่กับท่านชั่วคราว ท่านถึงออกปากเองเลยว่าอยู่นานๆได้ไหม

เจ้าของร้านก็หันหน้ามาแล้วก็ถามเราว่าเอายังไง?


เราเลยบอกออกไปว่า เราจะอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะรู้สึกว่าปลอดภัยจริงๆ


หลังจากนั้น เราก็เข้ามาอยู่บ้านคุณป้าคนนี้ บ้านคุณป้าดีมาก บ้านหลังไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับอยู่กันไม่กี่คน เราอยู่แล้วรู้สึกว่าอุ่นใจจนเราเริ่มไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้น


แต่ความโชคร้ายมักไม่หายไปง่ายๆ ครอบครัวของเรามาตามหาเราเจอ และเข้ามาคุยกับคุณป้าตอนเราไปเรียน และคุณป้าให้เรากลับไปอยู่ที่บ้านเดิมเพราะคุณพ่อเราเป็นคนมาขอเอาตัวเรากลับไป ซึ่งแน่นอน คนเป็นพ่อยังไงสิทธิก็เยอะกว่า เราเลยถูกพาตัวกลับไปที่บ้าน 

แล้วคุณพ่อก็ขอโทษเรา แต่ทั้งสองคนนั้นกลับยิ่งได้ใจ ยิ่งลามปามเรามากขึ้น คุณพ่อก็ทำได้แต่ขอโทษไปวันๆแบบนั้น บางวันขอโทษถึงขั้นร้องไห้ เราจะติดต่อคุณแม่ก็ไม่ได้เพราะคุณแม่ขาดการติดต่อไปหลายปีและไม่มีการติดต่อถึงกันเลย

นับวันๆพี่ตั้มยิ่งลวนลามเราไปเรื่อยๆ มากที่สุดคือเคยใช้นิ้วมือสอดใส่เราจนทรมานเจียนตาย

สำหรับบางคนอาจจะคิดว่า แค่นิ้วมือทำเป็นเจียนตาย สำหรับเรามันเจียนตายจริงๆนะคะ



เราโดนแบบนั้นไปเป็นเวลา 1 ปีเต็ม บอบช้ำและระบมจนสุดท้ายก็หมดความอดทน ( ยังไม่ได้มีอะไรกันนะคะอย่าคิดเยอะ )

เรากลายเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้น่ารักใสๆเหมือนคนอื่น

เรากลายเป็นคนติดบุหรี่

เรากลายเป็นคนติดสิ่งเสพติด ของมึนเมา

เรากลายเป็นคนที่มั่วเพศไปเรื่อย

เราเริ่มคบเพื่อนแย่ๆ ดีบ้างไม่ดีบ้าง

ทุกๆอย่างบ่มเพาะให้เราเป็นคนแบบนี้ ทั้งสภาพแวดล้อม ทั้งครอบครัว



เราเติบโตเป็นวัยรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรามาถึงอายุที่อยู่ในอายุ ม.ปลาย เราเริ่มติดเที่ยว กลับบ้านไปก็ด่าพ่อด่าน้า ด่าพี่ตั้ม บางทีพาเพื่อนมาบ้านให้เพื่อนรุมทำร้ายพี่ตั้มก็มี พี่ตั้มในตอนนั้นก็มีแฟนแล้ว เราก็ยังพยายามทำให้แฟนพี่ตั้มเข้าใจผิดโดยเอาตัวเองไปล่อพี่ตั้มบ่อยๆ ( แต่ไม่ได้มีอะไรกันนะ )


เราทำแบบนั้นจนพี่ตั้มเริ่มเกลียดเรา ทำร้ายร่างกายเราบ่อยครั้ง แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เพราะเราเฉยๆไปแล้ว เรากลายเป็นคนซาดิสต์ๆคนนึง ที่เข้าข่ายการเป็นโรคซึมเศร้าเต็มที ชอบความรุนแรง ชอบความมืด ชอบความโหดร้าย เราคบกับใครก็ฝังแผลฝังรอยกับคนคนนั้นตลอด


จนวันนึง เราเห็นเพื่อนตัวเองไปชอบวงไอดอลวงหนึ่ง นั่นก็คือ BNK48

เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ BNK48 เลยจนเพื่อนมาเล่าให้ฟัง เราเลยเริ่มสนใจใน BNK48 ขึ้นมาบ้างนิดๆ แต่ตัวเองก็ยังเป็นคนนิสัยไม่ดีอยู่

หลังจากวันนั้นประมาณ 1-2 เดือน เราก็เริ่มเก็บแต้มจากผู้ชายหลายๆคน คบๆไปแล้วก็เลิก ไปแอบยุ่งกับแฟนคนอื่นจนโดนเขากระชากหัวฟาดผนังก็โดน


ยอมคบผู้ชายยอมให้ผู้ชายพวกนั้นใช้นิ้วทำกับเราเพื่อแลกกับบุหรี่ แลกกับสารเสพติด


เวลาไม่มีเงินซื้อบุหรี่ ก็ไปให้พวกผู้ชายพวกนั้นจับเนื้อต้องตัวเพื่อแลกกับบุหรี่มวนสองมวน

 เราทำแบบนี้หลายครั้งจนคุณพ่อทนไม่ไหว ไม่ให้เราเข้าบ้านและไล่เราไปจนกว่าเราจะเลิกบุหรี่ 

เราก็ไปอาศัยหอพักเพื่อนอยู่ ( เพื่อนคนที่ชอบ BNK48 นั่นแหละ )

ด้วยความที่อยู่กับคนที่เป็นแฟนคลับ เราก็เริ่มเอะใจกับคนคนนึงในวง ที่ชื่อว่า วีรยา จาง หรือ วี BNK48 ที่รู้ๆจักกัน เราเลยลองติดตามไปเรื่อยๆ และได้เป็นพวกคลิปไฮไลต์คลิปอะไรต่างๆสนุกๆเกี่ยวกับ BNK48 หรือ เกี่ยวกับ วีรยาจาง เราก็รู้สึกว่า 


ถ้าตัวเรามาทางนี้จริงๆ มันจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า?


เพื่อนเราหันมาบอกเราว่า " ตะวันอ่ะ เปลี่ยนตัวเองได้นะ ตะวันเห็นใครเป็นแบบอย่างที่ดีได้ ตะวันก็เอาเขาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตของตะวันเองก็ได้ " ( ประมาณนี้แหละค่ะเลือนลางๆจำไม่ค่อยได้ ) 


หลังจากนั้น เราก็เริ่มติดตาม พี่วี ติดตามมาเรื่อยๆ และ.. เริ่มมีใจให้กับเพศเดียวกัน เพราะเราอยู่กับเพื่อนเราบ่อย ด้วยความที่บีเอ็นเคมีคู่จิ่้น และตอนนั้นวีฟ้อนด์กำลังมาเลย.. 


เวลามีงานบีเอ็นเค เพื่อนเราคนนี้ก็จะพาเราไปตลอด ( สมมติว่าเขาชื่อลิน )


ลินจะพาเราไปงานบีเอ็นเคบ่อยๆ จนเราเริ่มจำทางได้บ้าง เริ่มชินแล้วบ้าง บางทีลินก็สอนเรายิงมิกซ์เผื่อได้ไปยิงมิกซ์กับลินในงาน


ดึกคืนหนึ่ง เรากำลังดูคลิปโมเม้นต์ของวีฟ้อนด์ ดูไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ปกติเรานอนกับลินเราก็จะหันหลังให้ลินตลอดเลย แต่ครั้งนี้ลินนอนกอดแขนเรา แล้วก็นอนดูคลิปโมเม้นต์กับเรา เราพูดชื่อลินเบาๆแล้วลินก็มองหน้าเรา เราก้มลงจูบลินเบาๆ ลินก็นิ่งๆและไม่มีท่าทางปฎิเสธเราเลยแม้แต่น้อย

เราปิดมือถือและเริ่มจัดการลินทันที ทุกๆอย่างผ่านไปเร็วมาก เรากับลินร่วมรักกันอยู่นาน จนหลับไปทั้งคู่ ตื่นเช้ามา

แฟนลินก็เปิดห้องมาและเห็นเรากับลินอยู่ในสภาพที่เปลือยผ้าอยู่

แฟนลินโกรธและไล่เราออกจากห้องไปทันที

เราก็ใส่เสื้อผ้าแล้วก็เดินเท้าเปล่าไปเรื่อยๆ รอตอนเย็นค่อยกลับมาเอาของ เราคิดไว้แล้วแหละตอนนั้นว่าคงไม่มีทางได้กลับไปห้องนั้นอีกแล้วแน่นอน 

ใช่ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

เรากลับไปตอนเย็นๆของเราทุกอย่างออกมาอยู่หน้าห้องลิน แล้วห้องลินก็ล็อค เราไม่เคาะไม่ถามอะไรทั้งสิ้น เราเดินไปขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับไปที่บ้านป้า แต่พอไปถึง


ป้าก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้ว เราก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เลยไปที่ร้านปะยาง มีศาลาเล็กๆข้างๆร้านปะ เราก็ไปนอนที่นั่นจนเช้าอีกวัน


ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เราเลยเริ่มคิดวิธีหาเงินเพิ่ม โดยจะลบความเป็นตะวันหมดเลย ไอ้ตะวันคนนั้นมันจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้จะเป็น..




... นั่นดิ



เป็นอะไรล่ะ?



เราอยากจะเปลี่ยนชื่อตัวเอง อยากจะเปลี่ยนทุกอย่าง ในกระเป๋าสะพายเรามีของบีเอ็นเคที่เคยไปซื้อเยอะมากจนหนักกระเป๋า เงินติดตัวเองก็เหลืออยู่เล็กน้อย ไม่พอใช้ครบสัปดาห์แน่นอน


เราเลยไปร้านคาเฟ่ร้านหนึ่ง ซื้อน้ำในคาเฟ่กินและหวังพึ่งกับสัญญาณกระจายของร้านคาเฟ่นั้นเพื่อติดต่องานออนไลน์ เราได้มาหนึ่งงาน เป็นงานถ่ายแบบคอสเพลย์


ในชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าจะได้งานที่ไม่เข้ากับตัวเองมากๆ พอไปถึงหน้างานหัวหน้างานนี่ถึงกับกุมขมับ ด้วยความที่เรานั้นไม่ได้เป็นคนหน้าตาดีน่ารักอะไรเลย เพราะงานนี้มันต้องเน้นหน้าตาด้วย หัวหน้างานเลยถามเราว่า จัดชุดเก็บชุดเป็นมั้ย?


เราก็ตอบไปก่อนว่า เป็นค่ะ ได้หมดเลยค่ะ ( ทั้งๆที่ตอนนั้นทำไม่เป็นเลย ชุดคอสเพลย์เก็บยากมาก แต่ตอบๆไปก่อนเพราะว่าอยากได้งานหาเงิน )


หลังจากนั้นเขาก็รับเราเข้าทำงาน ไปเรียนเช้ากลับมาตอนเย็นก็ทำงาน ทำไปได้ซักพัก ซักประมาณ ไม่ถึงเดือน 


เราก็โดนหัวหน้างานลวนลาม เพราะเขาให้เราลองชุดคอสดู แล้วเราเป็นคนที่หุ่นค่อนข้างดี ทำให้หัวหน้างานเกิดอารมณ์และมาลวนลามเรา เราก็ยอมให้เขาจับๆลูบๆไป ( ด้วยความอยากได้เงินหาเลี้ยงตัวเอง ) 


เราอาศัยบ้านพักเล็กๆที่หัวหน้าซื้อไว้ให้ อยู่กินไปชั่วคราว เวลาหัวหน้าสั่งอะไรเราก็ต้องทำ ไม่ทำก็ไม่ได้เงิน หัวหน้าไม่เคยทุบตีเราสักครั้ง แต่คิดเป็นการหักเงินแทน


เราทำแบบนั้นอยู่ไม่นาน เราก็เริ่มรู้สึกว่า นับวันหัวหน้ายิ่งเกินไปจริงๆ สักวันเราจะต้องโดนบังคับทำอะไรแบบนั้นแน่นอน


พอปิดเทอม เราเลยขอลาออกจากที่ทำงานแล้วก็โรงเรียน แล้วก็เอาเงินที่มี ออกเดินทางไปหาคุณแม่ เพราะเหมือนกับว่าตอนนั้น เราจะเจอกับคุณแม่ผ่านทางเฟซบุ๊ค แล้วท่านก็บอกเส้นทางให้เราไปหา


เราเดินทางไปหาท่านนานหลายวัน หลับบนรถทัวร์บ้าง ผิดสายบ้าง เลยเส้นทางบ้าง แต่สุดท้ายก็มาถึง


คุณแม่ของเราพอเจอเรา ก็เข้ามาโอบกอดเราแน่นมาก เราเคยได้รับอ้อมกอดแม่จริงๆก็นั้นแหละ

เราเล่าทุกอย่างให้คุณแม่ฟัง เกี่ยวกับสิ่งที่คุณพ่อทำกับเรา 











ครอบครัวของคุณแม่ ท่านมีสามีใหม่ ใจดี และ เป็นมิตรมากๆ สามีใหม่แกรักเราเหมือนลูกแท้ๆเลย สนับสนุนเราในด้านการเรียนทุกอย่างๆ


แต่เรายังติดปัญหาเรื่องสารเสพติดและบุหรี่ ( ตอนนี้เลิกได้แล้วนะคะ )


ครอบครัวของคุณแม่ดีมากๆ บ้านหลังใหญ่ พ่อใหม่หรือ(ป๊า) คอยให้คำแนะนำต่างๆเราเป็นอย่างดี ทั้งด้านการเรียน ทั้งด้านอะไรต่างๆ แต่ ท่านก็มีลูกติดเช่นเดียวกัน เป็นผู้ชายแก่กว่าเรา 1 ปี ( สมมติว่าชื่อ พี่กาย )


แต่ที่โอเคคือ พี่กายเป็นคนที่ชอบเพศเดียวกัน ทำให้เราปลอดภัยกับพี่กายได้แทบ 100 เปอร์เซนต์ 


เรามีห้องเป็นของตัวเอง( ติดรูปพี่วีเต็มเลย ) มีชีวิตที่ดีขึ้น ภูมิหลังของเราเริ่มจางหาย เราเริ่มดูแลตัวเองดีขึ้นๆ 


และที่แน่นอน เราเปลี่ยนชื่อเรียบร้อย จากตะวัน เป็นวี และชื่อจริงก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน


เราไปเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้เจออะไรใหม่ๆ แต่ตอนนั้นเราก็ยังคงความเป็นเจ้าตะวันอยู่ คือ กลับบ้านมาก็ต้องไปสูบบุหรี่ หรือไม่ก็ มีปาร์ตี้ของพี่กาย เราก็ไปร่วมวงดื่มสังสรรค์กับพี่ๆเขา แล้วก็เมาเละตลอดเลย


เราเริ่มเล่นคอมมูนิตี้ออนไลน์ และได้ไปเจอกับคนต่างๆมากมายบนโลกออนไลน์ 

เริ่มถ่ายงานชุดคอสเพลย์ เริ่มหัดเล่นดนตรี และ เริ่มหัดร้องเพลง

เริ่มแต่งนิยาย เริ่มมีเพื่อนบนโลกออนไลน์มากขึ้น ชีวิตเริ่มปรับตัวได้ ใช้ชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

เริ่มหัดภาษาอังกฤษ เริ่มเรียนภาษาต่างประเทศต่างๆ มีความสุขแฮปปี้กับตอนนี้มากๆ




เราจึงอยากให้คนที่กำลังท้ออยู่ตอนนี้ อย่าพึ่งยอมแพ้เลยค่ะ เราผ่านมันไปได้ ในความท้อทั้งหมดยังไงๆมันก็ต้องมีสิ่งดีๆสักอย่างนึงอยู่นะคะ ไม่มากก็น้อย ไม่มีใครแย่ไปทั้งในชีวิตหรอกค่ะ


เชื่อวีนะคะ

วีก็เชื่อในตัวทุกคนเช่นกันค่ะ


วีขี้โม้เฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ
SHARE
Writer
Cigarette_s
BNK48/CGM48
มือใหม่หัดแต่ง ขออภัยค่ะ

Comments

Cigarette_s
22 days ago
เลิกบุหรี่ได้แล้วน้า
Reply
kwankaokp
21 days ago
เย้~
Freakers
22 days ago
สู้นะครับ
Reply
Cigarette_s
20 days ago
ค่าาา พี่ฟรีค
SOCUTES
21 days ago
ตอนนี้ก็กลายเป็นคนเฉยๆแล้วเหมือนกันค่ะ ใช้คำแรงๆแต่มันกลายเป็นคำว่าชินไปแล้ว พยายามหาที่เรียนไกลๆเพื่อจะได้ไปอยู่หอ เพราะรู้สึกว่าครอบครัวไม่ใช่เซฟโซนของเรา พยายามหาหนังสือแนวให้กำลังใจอ่าน เพราะมันจะช่วยฮีลเรา จนตอนนี้เราดีขึ้น แต่ยังเจอคำด่าแรงๆอย่างนี้ทุกวัน "แต่หวังว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่กลับมาจะเจอคำด่าแรงๆอย่างนี้ค่ะ" เพราะคิดว่าโรงเรียนที่เราจะไปสอบคงจะติดมั้งคะ
Reply
Cigarette_s
20 days ago
สู้ๆนะคะ วีเชื่อว่าคุณเก่ง และ ทำได้แน่นอน วีมั่นใจในตัวคุณค่ะ!✌
ONEWP
21 days ago
สู้ๆครัย
Reply
Cigarette_s
20 days ago
รักน้าา
WEE_isthebest
16 days ago
ขอบคุณนะครับที่ยังรักตัวเอง
ขอบคุณที่คุณได้เป็นคนที่ดีขึ้น
ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราได้รู้จักกันเเม้ในโลกออนไลน์ก็ตามนะครับ😁
Reply
Cigarette_s
14 days ago
คำขอบคุณของคุณส่งถึงใจฉันแล้วนะคะ