“ไม่ยอมรับ...ว่าหมดใจ”
เรื่องเล่า 09 
“ไม่ยอมรับ...ว่าหมดใจ”
วิธีจองจำชีวิตของตนเอง
ไว้ในกรงขังที่ชื่อว่าความรัก
“การหมดใจในชีวิตคู่” 
มีทั้งมิติของการรับรู้ว่า ตนเองนั้นหมดรักแล้ว
และการรับรู้ว่า คนอื่นไม่ได้รักตนเองอีกต่อไป
บางคราวสภาวะของการหมดใจเช่นนี้
ก็สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองฝ่ายได้
ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ตรงไปตรงมา 
เป็นข้อความสื่อสารที่ส่งตรงมาจากหัวใจ 
“ความรักนั้นเปลี่ยนแปลงไป…ถึงคราวที่ต้องตัดสินใจ”“การตัดสินใจ”
มีทางเลือกมากมาย
ล้วนขึ้นอยู่กับเส้นทางของความรักที่ผ่านมา
เช่น 
การทบทวนว่า มีสิ่งใดรบกวนความสัมพันธ์
การหาทางเลือก เพื่อดูแลรักให้เติบโตต่อไป
การสำรวจว่า ตั้งใจจะยืนหยัดในรักต่อไปเพียงใด
หรือแม้แต่การยอมรับว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปล่อยมือจากรักครั้งนี้
จุดสำคัญจึงอยู่ที่การกลับมามองความจริง 
และยอมรับว่า ถึงเวลาสำหรับการต้อนรับความเปลี่ยนแปลง 
“ท่านกล้าสบตากับความผันแปรแห่งรักหรือไม่” การไม่กล้ายอมรับความจริง
จะค่อย ๆ เพิ่มพูนปัญหาชีวิต
การไม่กล้ามองความจริง 
ไม่กล้าสัมผัสความว่างเปล่าในหัวใจตนเอง
รวมทั้งการไม่ยอมรับรู้ว่าคนตรงหน้านั้นหมดใจไปแล้ว 
“เป็นหัวใจที่ไร้ซึ่งสายใยแห่งรัก” 
การไม่ยอมรับรู้ความจริงเช่นนี้
จะค่อย ๆ เพิ่มพูนปัญหาในชีวิตรักให้เติบโต
เก็บงำซ่อนเร้นความปวดร้าว 
ปิดบังความไม่พอใจ 
แกล้งบอกตนเองว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรเพิ่มเติม 
แสร้งทำเหมือนว่า ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม 
“หลอกตนเองว่ารักยังคงเหมือนเดิม…ด้วยหัวใจอันร้าวราน”การฝืนทนใช้ชีวิตไปด้วยกลไกของคำลวง
นอกจากจะเป็นการเก็บซ่อนความเจ็บปวดแล้ว
ยังพ่วงมาด้วยความพยายามบิดเบือนความจริง
“ด้วยคำว่า…ทุกอย่างปกติดี…ไม่มีปัญหา”
ซึ่งแท้จริงแล้วกลับห่างไกลจากคำว่า ไม่มีปัญหา
เนื่องจากมีทั้งความร้าวรานในใจ ความห่างเหิน
การละเลย ต่อต้าน เมินเฉย ชินชา
ความเบื่อหน่าย หรือแม้กระทั่งความขัดแย้ง 
ด้วยสภาวะเช่นนี้
มักจะมีการให้ความหวังกับตนเองพ่วงมาด้วย 
โดยหวังว่า รักที่จากไปจะหวนคืนมา
คืนวันที่เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขจะกลับมา
หวังว่า ทุกสิ่งจะเป็นเหมือนเมื่อครั้งพบเจอกันครั้งแรกโดยไม่ต้องแก้ปัญหาใด ๆ 
“ความหวัง…ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาด้วยการหลอกตนเอง” 
ชีวิตจึงเหมือนถูกจองจำไว้ในคุกแคบ ๆคุกที่มีความหวังอันขมขื่นเป็นอาหารหล่อเลี้ยง
คุกที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและปวดร้าว 
คุกที่ไร้ซึ่งประตูหน้าต่างเพื่อไม่ต้องรับรู้ความจริง 
“อิสรภาพในชีวิตจึงถูกทำลายลงไป” 
ปิดกั้นโอกาสในการรับรู้โลกแห่งความเป็นจริง
หยุดการเรียนรู้ธรรมชาติของการพบเจอพลัดพราก
ทำลายโอกาสที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์
สร้างกำแพงขึ้นมาขวางกั้นทางเดินสำหรับการมีรักครั้งใหม่
จมอยู่กับอดีตจนสลายความสร้างสรรค์ในการมีชีวิต
“ล่ามโซ่ตรวนให้แก่ชีวิต” 
ในทางกลับกัน
หากเราพิจารณาเรื่องความรักและสายสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา
“เราจะค้นพบโอกาส”
สำหรับการเติบโตจากบทเรียนแห่งความเป็นจริง
“บทเรียนจากโรงเรียนแห่งชีวิต” 
ทั้งการกล้าสบตากับความจริง 
การเปิดใจรับคลื่นลมแห่งความผันแปรในชีวิต 
การทบทวนใคร่ครวญความรักที่ผ่านมา 
การรู้จักสื่อสารและแก้ปัญหาความสัมพันธ์ 
การตัดใจเพื่อมอบอิสระและทางเลือกให้แก่ตนเอง
“การเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยความรัก…มิใช่จองจำชีวิตด้วยคำว่ารัก” 
SHARE
Written in this book
นักจิตวิทยาการปรึกษาเล่าเรื่อง
เรื่องเล่าจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งมีบทเรียนซ่อนอยู่ ที่นักจิตวิทยาการปรึกษาอยากแบ่งปัน
Writer
GainTheCounselor
นักจิตวิทยาการปรึกษา
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments