สวรรค์น้อยน้อย


เอาล่ะ เราไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังมาก่อนเลย

เรามีเซ็กส์ครั้งแรกตอน ม.3 พูดตรงๆ ตอนนั้นเราพึ่งช่วยตัวเองเป็นได้ไม่นาน แล้วเราก็ยังโอเคกับมัน คือมันก็เป็นความรู้สึกที่่แปลกใหม่ดี เรายังไม่อยากมีอะไรกับใครเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะเรามีแฟนเพื่อนเลยเร่งเร้าอยู่ตลอด เอากันยัง? อะไร? กับมินท์ไง เพื่อนทำตาหลุกหลิก ยักคิ้วไปทางกลุ่มผู้หญิงที่แฟนเรากำลังคุยกันอยู่ ยัง? เราตอบแบบงงๆ ทำไมล่ะ? เราไม่ต่อความอีก แต่ลึกๆเรารู้สึกเหมือนผิดปกติ ในตอนนั้นเราอยู่ในวัยที่อยากเป็นเหมือนที่ทุกคนเป็น เราอยากจะเข้ากันได้กับกลุ่มเพื่อน เราไม่ได้มีอะไรกับแฟนเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือฮอร์โมนวัยหนุ่มอะไรเลยให้ตายสิ

แฟนเราเป็นคนเงียบๆ แต่ถ้าสนิทเข้าหน่อยจะพูดไม่หยุด เราเข้ากันได้ดีเพราะชอบหมกตัวอยู่ในห้องสมุดเหมือนกัน มองย้อนกลับไปแล้วเธอออกจะดูเนิร์ดๆ เราถึงแม้จะชอบอ่านหนังสือเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งอะไร เราคุยกันเรื่องที่เพื่อนพูดกับเราเมื่อวันก่อน ถึงได้รู้ว่าในกลุ่มผู้หญิงก็เมาส์เรื่องนี้เหมือนกัน อาจเพราะเธอมีแฟนเป็นคนแรกของกลุ่มนั้นเลยทำให้เธอดูป๊อปขึ้นมาจากที่ไม่เคยมีใครสนใจเธอเลย เหมือนอยู่ๆก็มีสถานะทางสังคม แล้วยังเป็นสถานะที่เหนือกว่านิดๆ เหมือนเราโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่า เธอว่าเราควรลองทำกันดูสักครั้ง ตอนนั้นเราคุยกันเป็นเรื่องตลกเราเลยตอบว่าเอาสิ แน่นอน ถึงแม้ลึกๆเราจะยังประทับใจกับแค่จูบก็เถอะ

วันนั้นเราไม่ได้ตั้งใจจะทำมันเลยจริงๆ โอเค ยอมรับก็ได้ว่าทุกครั้งที่เราไปติวที่บ้านเธอเราก็อาจจะมีกอดจูบบ้าง แต่แค่นั้นแหละ เราพอใจแล้ว จะให้พูดยังไง แค่ได้มาอยู่ในห้องนอนของผู้หญิงสองต่อสองมันก็เป็นสุดยอดก้าวกระโดดของเราแล้ว พวกผู้ใหญ่คุยกันอยู่ข้างล่าง เธอว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพวกเขาจะออกไปข้างนอกกันหมด แม่ด้วยเหรอ? เราถาม ใช่ เหลือแค่เรา? เธอตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม เรายิ้มตอบเหมือนรอเวลานี้อยู่เหมือนกัน แต่จริงๆตอนนั้นเราคิดแค่เพียงจะออกจากสถานการณ์แบบนี้ไปยังไงให้มันดูแมนและหล่อเท่ที่สุด ไม่มีอะไรฟังดูกระจอกเท่ากับการปฏิเสธเซ็กส์จากผู้หญิงที่ต้องการเราอีกแล้ว ในตอนนั้นเราทั้งเด็กทั้งโง่ สุดท้ายแล้วกลายเป็นพวกผู้ใหญ่เปลี่ยนใจ เพื่อนบ้านของเธอเอาของฝากมาให้ ทำให้ชั้นล่างเกิดเป็นปาร์ตี้ย่อมๆ เราโล่งใจที่สุดท้ายพระเจ้าก็มอบข้ออ้างสุดเพอร์เฟคมาให้เรา น่าเสียดายนะ เราว่า คงอดกันแล้วละ ฮ่าๆ ได้นะ เธอตอบกลับเสียงจริงจัง ถ้าป้าแมวมายังไงแม่ก็ขึ้นมาข้างบนหรอก...


เราโคตรกลัว...
เรามือสั่นไปหมดจนเเม้กระทั้งจะหายใจเข้า เราหายใจออกเป็นห้วงๆ หึหึหึ ตลอด เรายังได้ยินเสียงพวกผู้ใหญ่หัวเราะกันอยู่เลย อีกอย่างเรายังไม่พร้อมจะให้ใครเห็นร่างเปลือย แต่ด้วยบทบาทจากหนังโป๊ไม่กี่เรื่องที่เคยดู บวกกับคำพูดโง่ๆของพวกเพื่อนๆ ผู้ชายต้องเป็นคนนำ ต้องเป็นคนควบคุมทุกอย่างให้อยู่มือ ผู้หญิงจะต้องร้องเร่าด้วยความสุขสม เราตื่นเต้นจนหลังชุ่มเหงื่อ แต่ต้องข่มตัวเองไว้ เธอนอนเปลือยอยู่ด้านล่างเรา มองเราเหมือนดูท่าทีว่าเราจะทำยังไงต่อ มันยิ่งกดดันเรา ใช่แล้วเราต้องเป็นคนนำ เราต้องเป็นคนทำเรื่องนี้

ผิดจากที่่ทุกคนเล่า เราบอกได้เพียงว่า เซ็กส์ครั้งแรกของเรา เรารู้สึกแค่ลื่นและเปียก เราแข็งตัวไม่เต็มที่เท่าตอนช่วยตัวเองด้วยซ้ำ ไม่ใช่สวรรค์ชั้นฟ้า หรือความรู้สึกเสียวสุดยอดใดๆ แค่ขยับตัวอย่างกังวลไปพลาง รู้สึกแปลกๆที่จู๋น้อยไปพลางแค่นั้น สุดท้ายเราก็ไม่เสร็จ เธอก็คงจะไม่เสร็จเหมือนกันแต่ดูเหมือนเธอพึงพอใจมาก เราแต่งตัวก่อนกลับมานอนกอดกันบนเตียง เธอซบอกเราเหมือนพวกนางเอกละคร เราลูบหัวเธอเบาๆตามบท ทั้งๆที่ในหัวมีแค่คำว่า กูทำอะไรลงไปวะเนี้ย

เราโคตรกลัว...
หลังจากนั้นเธอยิ่งรักเรามากขึ้น อันที่จริงมันเป็นความรักที่เพิ่มมากขึ้นรึเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆคือเธอแสดงความรักกับเราบ่อยขึ้น แนบแน่นกับเรามากขึ้น เรารู้สึกได้เลยว่ามีอะไรเปลี่ยนไปในหัวเธอ วันดีขึ้นดีระหว่างที่เราอ่านหนังสือกันอยู่ เธอจะโพล่งขึ้นว่า ถ้าเราแต่งงานกันก่อนอายุ 25 ก็คงดีนะ เราก็แบบ What the fuck? แต่งงานอะไรวะ แค่เราเครียดเรื่องหาที่เรียนต่อ ม.4 ก็ปวดหัวพออยู่แล้ว พวกกลุ่มเพื่อนก็เปลี่ยนไป พอรู้ว่าเราได้มีเซ็กส์แล้วก็ทำเหมือนเราเป็นกูรู แล้วมึงทำยังไงวะ? มินท์ครางเสียงยังไงวะ? ยิ่งเพื่อนแฟนเรายิ่งหนัก ตอนนี้เธอกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไปแล้ว เธอชอบทำนิสัยจ่าฝูงด้วยการเรียกเราไปนั่งในกลุ่มผู้หญิง คอยจัดผมให้เราแล้วจับมือเราแบบไม่มีสาเหตุต่อหน้าพวกนั้น เราไม่กล้ายอมรับตัวเองด้วยซ้ำว่าไม่มีความสุข เพราะเหมือนใครๆก็คิดว่าเราต้องมีความสุขไปหมด สุดท้ายเราก็กลับไปช่วยตัวเองหลังจากหยุดไปนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าคนมีแฟนแล้วก็ไม่ควรช่วยตัวเองอีก แต่เรากลับรู้สึกสบายใจกว่า เรารู้สึกมีอิสระเวลาที่ทำ ไม่ต้องทำเพื่อเป็นเครื่องยืนยันความรักให้ใคร ไม่ต้องเป็นตุ๊กตาให้แฟนแสดงฉากรัก 


ช่วงหลังเราเลยหยุดมีอะไรกับแฟนไปเลย อ้างว่าเครียดเรื่องเตรียมสอบ ตอนแรกเธอดูเหมือนจะเข้าใจ แต่อยู่ๆก็เป็นบ้าขึ้นมา เธอว่าเราได้เธอแล้วก็หาทางหนีใช่มั้ย? เธอจะไม่รับผิดชอบเราใช่มั้ย? เราเหมือนจะเป็นบ้าตาม เพราะเรายังรู้สึกรักเธออยู่ แต่ทุกอย่างที่่เกิดขึ้นมันทำให้เราทุกข์ใจมากแล้วเราก็บอกใครไม่ได้เลย เรายอมกลับไปมีเซ็กส์กับเธอเหมือนเดิม ถึงตอนนี้เราแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้มีความสุขกับมันด้วยซ้ำ เธอทำเพื่อยืนยันว่าเรายังรักกันดี เหมือนที่เราทำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พอไกล้จบ เราติดวิชาหนึ่งที่ต้องทำงานแก้ เราต้องกลับบ้านช้าทุกวันเพื่อทำงานกลุ่มให้เสร็จ แต่เพราะมันเป็นกลุ่มที่่มีแต่พวกติด 0 เลยเป็นกลุ่มคละกันหลายๆห้อง เราได้อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนหญิงต่างห้อง ที่ขึ้นชื่อว่าแรดที่สุดในโรงเรียน แน่นอนว่าภายหลังเรารู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแบบที่ใครเขาเล่า แต่ถึงเป็นเรื่องจริงเราก็ไม่มีสิทธิไปว่าตราหน้าใครแบบนั้นอยู่ดี เธอเปิดใจกับเราเรื่องข่าวลือ ทำให้เราอยากพูดเรื่องหนักอกของเราเหมือนกัน เราเข้ากันได้ดีมาก เหมือนได้เจอบ่อน้ำกลางทะเลทราย เราอยู่จนเย็นกับเธอทุกวัน เราคุยกันถึงเรื่องดีปๆอย่างบทบาททางสังคมและความคาดหวังจากคนอื่น เธอเล่าว่าเรื่องมันก็แค่เธอมีอะไรกับเพื่อนชายคนหนึ่งที่พึ่งเลิกกับแฟน จากนั้นเธอก็เป็นนังร่านจอมแย่งแฟนในสายตาทุกคน เธอไม่ได้มีความสุขกับเซ็กส์ขนาดนั้นเพราะมันทำให้เธอเจ็บ เราก็เล่าว่าจริงๆแล้วเราไม่ชอบมีเซ็กส์เลยเพราะมันทำให้เรากังวลอยู่ตลอดเวลา เราสนิทกันถึงขั้นวางแผนไปเรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดียวกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าข่าวลืออีกข่าวกำลังกระพือขึ้น เช้าวันจันทร์เราเดินเข้าไปในห้องเพราะมาไม่ทันเข้าแถว ทุกคนมองเราด้วยสายตาแปลกๆ พวกผู้หญิงกำลังยืนล้อมเหมือนกำลังปลอบใครบางคนอยู่ ซึ่งเธอคนที่อยู่กลางวงนั้น คือแฟนเรา

เราโคตรกลัว...
เธอไม่พูดอะไร เอาแต่ปิดหน้าร้องไห้ พวกเพื่อนๆของเธอพูดแทนเธอเหมือนเป็นล่าม คนเเล้วคนเล่า ทำไมทำกับเพื่อนเราแบบนี้? เรานึกว่าคิมจะรักมินท์จริงๆ? ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะมีจีบเพื่อนเราทำไม? ครั้งแรกของมินท์ก็ให้คิมนะ คิมไม่รักมินท์บ้างเลยเหรอ? กล้าดียังไงมาทำเพื่อนเราร้องไห้? อีนั่นมันดีกว่าผู้หญิงที่ให้คิมทุกอย่างเหรอ? เราไม่รู้ว่าเราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง ย้อนนึกกลับไปแล้วยังรู้สึกมวนท้อง จำได้แค่ว่าสุดท้ายครูก็เข้าห้องมาทุกคนถึงแยกย้ายกันไปนั่ง ตกเย็นเราไปเจอกับเพื่อนสาวต่างห้อง เธอโดนประณามไม่ต่างกัน กลายเป็นชายโฉดหญิงชั่วที่สุดในโรงเรียนไปในทันที เราบอกเธอว่าเราไม่อยากคิดอะไรอีกแล้วเราอยากจะจบ เราเผลอคิดฆ่าตัวตายจากปัญหาตอนนั้น ที่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนก่อ แต่มันมืดไปหมด เราเกิดและเติบโตมาอย่างเป็นที่รัก ผิดที่่่สุดที่เคยทำคือขโมยเงินแม่ แต่เราไม่เคยอยากทำลายชีวิตใครเลย เสียงของพวกนั้นยังหลอนในหูเรา ผู้หญิงมีครั้งแรกแค่ครั้งเดียวนะ เธอจะให้แค่กับคนที่รักเท่านั้น เรารู้สึกเหมือนการมีเซ็กส์ครั้งเดียวทำให้ทุกอย่างที่่เคยเชื่อพังไปหมด เหมือนเราเหยียบกับระเบิดที่่ถอนเท้ากลับขึ้นมาไม่ได้ แต่ลึกๆแล้วเราคิดว่าถ้าตายไปแบบนี้ก็คงดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้สึกแบบนี้อีก...


สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปต่อ ม.4 กับเพื่อนต่างห้อง แต่เลือกเรียนช่างที่พวกเพื่อนๆที่รู้จักไม่ค่อยจะมาเรียนกัน เราอยู่ในสังคมใหม่ วิธีคิดใหม่ ต่อมาเราก็กล้าพอที่จะเปิดใจกับเพื่อนใหม่ที่นั่น แต่มันก็กลายเป็นแค่เรื่องตลก แทบทุกคนที่นั่นเคยผ่านเรื่องนี้มาหมด เพื่อนเราคนนึงมีคู่หมั้นแล้วด้วยซ้ำ แถมยังพูดติดตลกว่าถ้าวันนั้นปีนหนีออกมาทันก็คงไม่ต้องแต่งงานหรอก ทุกคนพูดมันออกมาแบบสบายๆ มันทำให้เราหายใจคล่องขึ้นมาก เราเริ่มเกลียดตัวเองน้อยลง

เราเห็นมินท์บ้างเป็นครั้งคราวในเฟสบุ๊ค เธอมีแฟนใหม่อีกหลายคนหลังจากนั้น แต่ทุกครั้งที่เราได้ยินเรื่องเรื่องของมินท์ มันมักจะเริ่มต้นที่มีผู้ชายใจยักษ์คนหนึ่งทิ้งเธอจนเปลี่ยนเธอไปเป็นอีกคน ซึ่งเรารู้ดีที่่สุดว่านั่นหมายถึงเราเอง ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เข้าใจว่าเราทำสิ่งร้ายแรงขนาดนั้นไปจริงๆรึเปล่าก็ตาม ทำไมถึงไม่มีใครคิดว่าเรื่องนี้ก็ทำร้ายเรามากเหมือนกัน ทำไมถึงพูดเหมือนเราได้อะไรแล้วมินท์เสียอะไร ทั้งๆที่่เราไม่เคยได้อะไรเลยนอกจากความกลัวและความเสียใจ


ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เรารู้สึกดีกับเซ็กส์มากขึ้น เรายังช่วยตัวเองอยู่แม้จะมีคู่ขาให้นอนด้วยนานๆครั้ง เราไม่สนใจหรอกเพราะเราพอใจที่จะทำ พวกรุ่นน้องที่ชื่นชมในตัวเราชอบขอคำปรึกษาเราในหลายๆเรื่อง แม้แต่เรื่องเซ็กส์ มันทำให้เราคิดถึงเรื่องครั้งแรกของเรา เรื่องราวอันสันสนวุ่นวายที่ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ ระหว่างที่กำลังดื่มเบียร์ หนึ่งในพวกเด็กๆเหล่านั้นถามขึ้น มันรู้สึกยังไงที่ได้มีอะไรกับผู้หญิง เรายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนตอบกลับไปว่า






"มันเหมือนสวรรค์น้อยน้อยเลยล่ะ"





เพราะที่เหลือมันคือนรกล้วนๆ





ปล. ล้อเล่นน่า ไม่ควรมีใครต้องฆ่าตัวตายเพราะเซ็กส์หรอกนะ

ปล.2 ไม่ควรมีใครต้องมีตราบาปเพราะเซ็กส์เหมือนกัน

SHARE
Writer
homunchus
มังกรตลอดกาล
เขียนเเบบที่ชอบอ่าน

Comments

nurseyy
2 months ago
ชอบมากๆเลยค่ะ
Reply
homunchus
2 months ago
ขอบคุณครับ แล้วเเวะมาอีกนะ
PeeRa_P
2 months ago
ตอนเด็กๆผญ.คิดแบบนั้นแหล่ะ แต่พอโตขึ้นมาก็แทบจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งแรกมันเมื่อไหร่ 😂
Reply
homunchus
1 month ago
ผมไม่รู้ว่าความคิดแบบนั้นมันผิดไหมนะ แต่ทำให้ประสาทเสียมากๆ  5555+
KCATTURY
1 month ago
ดีที่ผ่านมาได้ แต่เราก็ไม่เข้าใจว่าในวัยนั้นทำไมผู้หญิงถึงคิดว่าจะหยุดอยู่ที่คนๆเดียวและเลือกที่จะยอม ซึ่งจริงๆมันก็เป็นการยินยอมทั้ง2ฝ่ายอ่ะเนอะ (แล้วจะตีโพยตีพายไปทำไม)
Reply
homunchus
1 month ago
เหมือนยังเด็กทั้งคู่แล้วยังไม่รู้ว่าอะไรจะตามมา เซ็กส์นี่ถ้าจะพูดให้เป็นเรื่องธรรมดาก็ได้ พูดให้มันสำคัญ มันก็ส่งผลต่อหลายๆอย่างเหมือนกัน