กระจกบานใหญ่ในห้องสมุด
ห้องสมุดอีกสถานที่หนึ่งที่เราชอบไปมุดมู้ 
เวลาที่เรารู้สึกขับข้องใจ หรือในวันที่อยากหนีความวุ่นวาย 

วันที่ต้องการระเหิดตัวเอง จากการแบกความรู้สึกบางอย่าง 
ให้แตกสลาย เราจะพาร่างกายตัวเองให้ได้นั่งบนเก้าอี้สักตัวในห้องสมุด 

มันจะช่วยเราบีดรัดตัวเอง ให้ทำอะไรสักอย่าง 
พอจะรับรู้ความรู้สึกถึงคุณค่าของการมีอยู่ 
ไม่ว่าจะเป็น การหมกหมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ 
การเคลียร์งานที่ค้างคามาเป็นเดือน 
 หรือแม้แต่การเขียนเรื่องราวสักเรื่อง

เราชอบมานั่งที่ชั้น 5 และชั้น 6 เพราะเป็นชั้นเกือบสูงสุด 
และสูงสุดของตึกนี้ นอกจากนี้เราชอบวิวของชั้นนี้ 
มันอาจจะไม่ได้สวยที่สุด แต่ชอบความรู้สึก
ตอนที่เราเงยมองหน้าขึ้นฟ้า และก้มลงมองข้างล่าง
เห็นรถรา ผู้คน และต้นไม้ไหวเอน 
ผ่านกระจกบานใหญ่ ที่ห้อมล้อมตึกเอาไว้ 
มีแสงเล็ดลอดเข้ามา ในวันที่แสงแดดจ้า 
เห็นฝนโปรยปราย กระสาดกระเซ็น ในวันที่ฝนตก 

ตึกทั้งหมด ทุกชั้น ที่เป็นสีขาวนวล เพดานสูงโปร่ง 
ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และสมองโล่ง 

บันไดเกลียวที่อยู่ตรงกลางของห้องสมุด 
นั้นดูสวยงาม และบางครั้งเมื่อเดินขึ้นลง 
ก็แอบทำให้คนแก่อย่างเรา เวียนหัวได้เหมือนกัน 

ที่ชอบมากที่สุด อุณหภูมิของห้องสมุด 
ที่เย็นกึกกึก แต่สำหรับเราเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม 
เหมาะที่จะแช่แข็ง ความคิด ความรู้สึกเรา เป็นอย่างดี 

มุมที่เราชอบนั่ง เป็นมุมที่มีโต๊ะเก้าอี้ สำหรับคนเดียว
หันหน้าเผชิญกับกระจกบานใหญ่ เห็นวิวข้างนอก 
และท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน 

ทุกครั้งที่เดินขึ้นไปชั้น 6 และมองหาโต๊ะเก้าอี้นั้น 
บ้างได้นั่ง บ้างได้นั่งข้างๆ กระทั่งต้องยอมไปไกล 
เพราะที่ที่เราชอบ ก็มีคนอื่นชอบเช่นเดียวกัน 

สิ่งที่ทำให้เราได้เฝ้าสังเกต และเกิดคำถามในใจทุกครั้งในใจ 
ทุกครั้งที่เดินเข้าห้องสมุดคือ 

จะมีคนลุงคนหนึ่ง อายุน่าจะราว 50 กว่าปี 
แอบมีผมขาวเย้ยออกมาให้เห็น
ใส่แว่นตาขอบสีดำ นั่งเก้าอี้พิงพนัก 
ด้วยท่าทางที่ดูสบาย ก้มหน้าอ่านหนังสือ
ไม่ได้สนใจคนเดินไปเดินมา 

บนโต๊ะที่มีกองหนังสือหลากหลาย 
กับแก้วสแตนเลสข้างตัว ที่คิดว่าน่าจะใส่น้ำร้อน
เอาไว้จิบตอนที่อ่านหนังสือ เอ๋...หรือจะเป็นน้ำเย็น
กระเป๋าเป้ ข้างกายบนเก้าอี้อีกตัว 

นั้นคือภาพที่เราเห็นทุกครั้งที่ได้เข้าห้องสมุด 

วันนี้ไปห้องสมุด ทุกอย่างเหมือนเดิม 
เดินไปหามุมโปรด ที่เดิม 
และแอบเหลือบไปมองที่นั่งของคุณลุงที่เดิม 

แต่วันนี้คุณลุงไม่ได้อยู่โต๊ะนั้น 
แต่กลับเป็นน้่องคนหนึ่ง 

ฉันเดินตรงไป โชคดีวันนี้ ที่นั่งที่เราจับจองไว้ในใจ 
มันยังว่างอยู่ ลากเก้าอี้ให้เสียงเบามากที่สุด 
และนั่งลง เอาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อที่จะทำงาน

หันไปด้านขวา ถัดไปอีกโต๊ะ พบว่า 
ใช่...คุณลุงมานั่งตรงนั้น 
แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือ คุณลุงนั่งกอดอกบนเก้าอี้ 
หลังพิงพนัก ให้หัวและส่วนบนสุดของเก้าอี้
รองรับกับหัวที่เงยขึ้นมา และคุณลุงก็หลับตา 

วันนี้ข้างนอกฝนตก ถ้าคุณลุงลืมตาขึ้นมา กระจกบานใหญ่
ที่อยู่ตรงหน้า จะทำให้เห็นสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย 

นี้อาจจะเป็นดินแดนที่มีคนมากมายเคลื่อนไหว 
ความเงียบคือบทสนทนาที่ดังที่สุด 
เป็นกระจกบานใหญ่ ที่เห็นตัวเองชัดมากที่สุด 
SHARE

Comments