cocoa 2 ;
ตอนนี้อยู่ร้านคาเฟ่ นั่งบาร์เหมือนเดิม เมื่อยเหมือนเดิม 
เอาละ ถ้าอ่านบทก่อนคุณคงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
ฉันก็จำไม่ค่อยได้หรอก เพราะมันก็ซักพักแล้ว
ถ้าจำไม่ผิด ฉันออกไปซื้อโบว์ขาว แล้วก็ซื้อของกลับบ้าน

ระหว่างกลับบ้่าน ฉันจำได้ว่าท้องฟ้ามันสวยมาก ฉันมองมันผ่านกระจก
พระอาทิตย์กำลังตก ... มีเมฆลอยเต็มฟ้า และฟ้าก็เริ่มเป็นสีส้ม มันสวยมากจริงๆ ...

แต่ความสุขอยู่กับเราไม่นานหรอก 
หลังจากกลับบ้านซักพัก 
แม่ก็เริ่มเข้าประเด็นเดิมๆ คำถามของเเม่มักเริ่มจากคำว่า เมื่อไหร่...จะทำนู่นนี่ 
ฉันเงียบ เป็นความเงียบที่เจ็บปวดมากจริงๆ 
ฉันถามแม่กลับว่า ทำไมถึงเริ่มคำถามว่า เมื่อไหร่ แทนที่จะตั้งคำถามว่า ทำไม 

แล้้วฉันก็ร้องไห้ใหญ่โต ใช่...ตอนนั้นฉันสติแตกไปเลย
ฉันพูดทุกอย่างที่ตัวเองเคยเก็บไว้ ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
ฉันร้องไห้ขณะที่ตัวเองก็พูดไปด้วย ขอโทษไปด้วย 

.....

ฉันเข้าห้องไปแล้วเขียนทุกอย่งลงกระดาษ ทุกข้อความ ถึงเพื่อนทุกคน ถึงครอบครัว 
ฉันคิดจะไปจริงๆ แต่แล้วฉันก็รู้สึกอยากจะอ้วก ฉันอาเจียนนานมาก 
โรคกระเพาะฉันกำเริบ ภาวะกรดไหลย้อน หัวฉันเริ่มเบลอ และก็ปวดมาก
ใจเริ่มสั่น มือเริ่มสั่น เท้าเริ่มเย็น ...

ฉันรู้ทันทีว่ามันมาจากการที่ฉันไม่ได้ทานยาเมื่อคืนก่อน 

.....

ฉันเดินไปบอกพ่อว่าฉันขอไปโรงพยาบาล
แต่เหมือนพวกเขาสองจิตสองใจว่าจะพาฉันไปดีมั้ย
นั้นทำให้ฉันรู้สึกแย่เข้าไปอีก 

แต่ตอนนั้นถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ฉันได้ตายสมใจอยากแน่ๆ 
ก่อนตายขอทำอะไรที่อยากทำก่อนไม่ได้หรอ

พ่อพาฉันไปโรงพยาบาล
ฉันรู้อยู่แล้วว่า หมอที่ฉันรักษาประจำเขาไม่ได้อยู่เวรหรอก 
เขาเป็นอาจารย์หมอ เเล้วตอนนั้นมันก็เที่ยงคืนกว่าเเล้วด้วย

ฉันบอกกับหมอเวรว่าไม่เป็นไร แต่ฝากโพลารอยด์รูปท้องฟ้าให้หมอที่รักษาฉันหน่อยได้มั้ย
เขากลับบอกให้ฉันเอาไปให้เองได้มั้ย ฉันบอกว่าฉันรีบ ฉันอยากให้ แต่ไม่ได้ให้ซักที

จริงๆแล้วโพลารอยด์รูปนั้น เป็นรูปที่ฉันหวงมาก ฉันพกมันไปไหนมาไหนตลอด 
ฉันคิดว่าซักวัน ถ้าทุกอย่างที่ฉันทำ มันสำเร็จแล้ว 
ฉันจะให้หมอที่รักษาฉันเพราะฉันไม่มีอะไรให้ไปมากกว่าคำว่าขอบคุณแล้ว

บนโพลารอยด์ฉันเขียนไว้ว่า ...
happier times are coming เวลาฉันรู้สึกแย่ ฉันจะรู้สึกอุ่นใจเวลามีมันอยู่ด้วย และฉันก็อยากให้หมอเพราะฉันรักษากับหมอมาสี่ปีเเล้ว เขาเหนื่อยกับการดูแลฉันมาตั้งสี่ปี ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่การงานของเขา แต่ฉันก็อยากขอบคุณอยู่ดี เขาสมควรได้รับคำขอบคุณจากคนไข้นิสัยแย่เเบบฉัน ...
ถึงมันจะดูไม่มีค่าอะไร แต่ฉันก็อยากให้เขาอยู่ดี ...
ขอโทษนะคะหมอ ที่หนูมักจะยอมแพ้ในความพยายามที่เรามักจะสู้กันมาตลอด 
ถ้าหากหนูทำให้หมอผิดหวังจากหนู หนูคงชินแล้วเพราะคนรอบตัวหนูก็คิดแบบนั้น 
มันเป็นความเคยชินเเล้ว

หมอบอกหนูว่า หนูเป็นคนที่พยายาม แต่พยายามไม่เคยสุดซักทาง 
มันแปลได้กลายๆว่าหนูเป็นคนที่ล้มเหลวและห่วยแตกมากแค่ไหน 
หนูรู้ว่าหมอไม่เคยเข้าข้างหนูเลย แต่ก็ยังอยากบอกหมอว่า ...
หมอเป็นความโชคดีเดียวของหนูในวัย 17 ปี พี่ที่อยู่เวรเขาบอกให้หนูบอกอะไรหน่อยเพราะเขาไม่่รู้จะบอกหมอยังไงที่อยู่ๆก็ต้องยื่นใบโพลารอยด์ให้ ฉันอึกอักอยู่ซักพักเพราะไม่ได้เตรียมมาเหมือนกัน ก่อนจะคิดได้ว่า มีท่อนนึงในเพลงของ keshi ที่ฉันสะดุด และลองหาความหมายดู ฉันเลยบอกหมอที่อยู่เวรไว้ว่า งั้นก็ช่วยกรอกไปว่า 
hasta la vista ฉันคิดรอบคอบแล้วว่า ฉันจะไม่ไปที่นั่นอีก ฉันจะกินยานะ แต่คงไม่ไปเจอหมออีกแล้ว 
มันอาจจะถึงเวลาที่เราต้องแยกทางกันเเล้ว


ฉันเป็นผู้ป่วย หมอเป็นคนรักษา
เมื่อฉันรู้สึกว่ารักษาต่อไปไม่ได้แล้ว 
ฉันก็ควรไปต่อ ...


การจากลาไม่ใช่การจากลาแบบถาวรเสมอไป
...
พักห่างจากโรงพยาบาลบ้าง อาจจะรู้สึกดีขึ้น 
แต่แน่นอน ห้ามขาดยาเด็ดขาด!


หลังจากนั้นวันต่อมา ไข้ฉันก็ขึ้นทันที เหมือนซ้อมตกนรกเลยล่ะ 
วันต่อมาก็ไม่แพ้กันเลย ฉันเป็นไข้ติดกันสามวัน 
เสียงหาย ไข้ขึ้น หายใจหอบ ตอนนั้นทรมานมาก 
ฉันเพิ่งเคยไข้ขึ้นแบบสุดๆก็ครั้งนี้นั้นเเหละ
แถมยังเสนอหน้าไปต่างจังหวัดคนเดียวอีกต่างหาก 
ตกเย็นก็ขึ้นรถผิดสาย ให้ตาย โง่อะไรขนาดนั้นคนเรา ... 

แต่หาทางกลับบ้านถูกนะ แหะ

หลังจากกลับบ้านที่เป็นบ้านจริงๆฉันก็ยังไม่กล้าออกไปไหนเลย แม้กระทั่งร้านอาหารแถวบ้าน 
แต่ตอนนี้โอเคขึ้นมากแล้วละ ตอนนี้เลยได้มานั่งร้านโกโก้เหมือนเดิม 

ช่วงนี้คนขี้แพ้อย่างฉันต้องชาร์จพลังบ่อยๆ 
ฉันว่ามันเริ่มจะเข้าภาวะซึมเศร้าเเล้ว แต่ก็พอจะคุมตัวเองได้อยู่ 
ถึงแม้ฉันจะชอบคิดอะไรประหลาดๆบ่อยๆ 
แต่ทุกครั้งฉันก็มักจะสลัดความคิดพวกนั้นแล้วนั่งดูการ์ตูนแทนหรือไม่ก็ช้อปปิ้งออนไลน์ 
แต่ฉันไม่จ่ายเองหรอกนะ แน่นอนว่าต้องจ่ายปลายทางเเล้วส่งที่อยู่ไปที่ร้านพ่อสิ 
ใครจะไปยอมจ่ายเองกัน ถูกมั้ย 

อีกสองวันพี่สาวฉันจะรับปริญญาเเล้ว ฉันว่าฉันจะเอาดอกดาวเรืองกับแบงก์กาโม่ไปคล้องคอน่ะ 
คิดว่าไง เป็นความคิดที่ดีใช่มั้ยล่ะ ส่วนของขวัญ ฉันยังไม่เลือกเลย 
ระหว่างขโมยแมวมันใส่กล่องไปเซอร์ไพร์ส กับห่อทรายแมวไปให้พร้อมกระบะทราย เพราะมันเลี้ยงแมวได้งี่เง่ามาก มันเคยบอกว่าฉันตั้งชื่อแมวได้ห่วย ทั้งๆที่แมวมันชื่อ มังคุด 
คิดดูสิ ใครสิ้นคิดกว่ากัน ... เฮ้อ 



วันนี้ฉันเขียนต่อจากบทที่สองหมดเเล้วนะ 
ไปล่ะ เจอกันนะ หวังว่าคงได้เจอแหละ
ขอบคุณที่อ่านถึงบรรทัดนี้นะคะ  

บันทึกฉันมันแสนธรรมดามาก แต่ก็ยังมีคนเข้ามาอ่าน 
ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านเรื่องไร้สาระของเด็กคนนึงนะคะ 

god be with you 
erica. 





SHARE
Writer
sadderica
diary and semicolon
หมีสองขั้วกับบันทึกที่ต้องเขียน

Comments