underconstruction : ขออภัยอยู่ในระหว่่างการก่อสร้าง
[ คุณตั้งใจใช้ชีวิตมาก 
มิหนำซ้ำ ยังไม่ปล่อยอะไรไปง่ายๆ
ละเอียดยิบทุกกระเบียดนิ้ว 
ไม่ใช่แค่งานที่คุณทำ
แต่เป็นความรู้สึกของคุณด้วย ]

เสียงนั้นยังคงร่ายไปเรื่อยๆ
โดยมีหญิงสาวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
แอร์เย็นเยียบและห้องก็มืดสลัว

หรือความเป็นจริงนี่อาจจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ปกติแล้ว แสงและอุณหภูมิเท่านี้เพียงพอและพอดีสำหรับมนุษย์ทั่วไปแล้ว เพียงแต่อาจจะเป็นภายในของเธอที่มันกำลังทั้งหนาวเหน็บและมืดมน อาจจะเพราะคงมีฟิลเตอร์บางอย่่างที่เธอพกพาติดตัวไปด้วยทุกที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมองเห็นโลกผิดเพี้ยนไป — ปัญหาคือ เธอเห็นโลกในแบบที่เธอคิด ไม่ใช่แบบที่มันกำลังเป็น และเธอกำลังสับสนเกี่ยวกับตัวตนของเธอเอง


[ วัยเด็กมีความสำคัญมาก ]
เสียงนั้นพูดต่อ เสียงปะทะกับใบหน้าที่เรียบตึง ดวงตาแดงก่ำ และภายในอกที่บรรจุก้อนเนื้อที่ข้างซ้ายก็เต้นตึ้บๆ ราวกับจะระเบิดออกมา สายตาของเธอจ้องลึกไปยังระนาบโต๊ะ ไม่ได้สบตาคนพูด จนไม่อาจแน่ใจได้ว่าเธอกำลังฟังคนตรงหน้าพูดอยู่หรือไม่ 


เรื่องนั้นเธอรู้ดี ... เรื่องวัยเด็กหน่ะ
เพราะเธอเผชิญมันมากับตัว
มิหนำซ้ำอย่่างที่เขาว่า เธอแบกมันมาตลอด
และไม่เคยปล่อยอะไรให้เล็ดลอดมือเธอไป
ถ้าหากสิ่งนั้นยังไม่เป็นไปแบบที่เธออยากให้เป็น

แต่ก็อาจจะไม่โหดร้ายในรูปแบบที่รุนแรงเหมือนระเบิดในหนังสงครามล่ะมั้ง แต่มันรุนแรงในระดับชอนไช อืม...เหมือนรากไม้ที่ชอนไชสู่รากฐานของบ้านอะไรแบบนั้น —  ดังคำกล่าวที่ว่า

‘หูกระจงควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้าน’
เพราะเมื่อไหร่ที่รากของมันเติบโตมันจะชอนไชทะลุทะลวงเข้าสู่ฐานรากของบ้าน ทำลายโครงสร้างที่ควรจะมีอายุยืนยาวหลายสิบปี 

เธอกำลังคิดว่า อาจจะมีเด็กหลายคนที่เหมือนกับเธอ
เผชิญกับรากชอนไชที่คลืบคลานแทงทะลุลึกภายใต้ภาวะการณ์ปกติ (สุข?)

หากไม่รีบทำลายรากนั้น
สักวันหนึ่ง บ้าน คงพังครื้นลงมา

เธอกำลังนั่งนึกเกี่ยวกับบ้านและต้นหูกระจงตัวร้าย
บ้านดูถูกปกคลุมด้วยเงาไม้ที่แผร่กิ่งก้าน ให้ร่มเงา
ซึ่งอันที่จริงเธอชอบต้นไม้ต้นนี้นะ
เพียงแต่...นั่นแหละ มันไม่ควรจะปลูกอยู่ใกล้ๆตัวบ้าน

ความจริง เธออาจจะไม่ได้เรียนวิชาชีพสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างบ้านหรือซ่อมบ้านให้ใคร — แต่เธอเรียนเพื่อทุบ ซ่อม สร้าง จิตใจตัวเองขึ้นใหม่ 

ใครจะไปรู้
นอกจากคนที่ส่งเธอมา

[ แต่คุณต้องไม่ลืมนะว่า ... ]

เสียงของคนตรงข้าม
ปลุกให้เธอรู้สึกตัวจากห้วงความคิด

[ ...ชีวิตคุณมันไม่เหมือนกับงาน
ชีวิตมันซับซ้อน ... แต่ก็เรียบง่ายกว่านั้น
มันจะใช้วิธีการหรือรูปแบบมาตรวัดแบบเดียวกันกับการสร้างบ้านซะทีเดียวก็คงไม่ได้ ]

// เพล้ง!! //

กรอบความคิดของเธอแตกกระจาย
ราวกับเขารู้ความคิดของเธอและกระโจนเข้ามาเอากำปั้นทุบมันจนแตก — เอาหล่ะ ไหนๆก็แตกแล้ว อันที่จริงแตกละเอียดไปเลยก็อาจจะง่ายกว่า


เอาใหม่นะ
ที่บอกว่าซับซ้อน แต่เรียบง่าย แล้วก็ไม่สามารถใช้รูปแบบหรือมาตรวัดเดียวกันได้กับงานออกแบบ หน่ะ ... แล้วถ้าอย่างนั้น ต้องทำยังไง ?


เธอโกยเศษความคิดพวกนั้น
กองไว้ข้างๆ ยังไม่ตัดสินใจว่า จะทิ้ง หรือ เก็บ 
ที่ยังไม่มั่นใจว่าจะทิ้งหรือเก็บ เพราะเธออาจจะไม่มี source ใหม่ๆ เพื่อมารับมือกับสถานการณ์ชีวิตหรือเปล่า 

[ เชื่อใน God’s Purpose รึป่าวครับ? ]

[ ค่ะ ]

ในบทสนทนาเธอตอบไปมากกว่านั้น
แต่อย่าไปสนใจเลย เธอตอบไปอย่างนั้น
อันที่จริงเธอยังสับสนในตัวเองอยู่เลย

แน่นอนว่า ใครๆ ก็อาจจะเชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่จริงๆได้
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อแบบที่เธอกำลังจะเชื่อ

เธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวคริสเตียน
ครอบครัวที่มีแต่ปัญหานั่นหล่ะ เอาเป็นว่า ไม่มีใครรับรองว่าการเชื่อพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่สูงสุด จะทำให้คุณรอดพ้นจากทุกข์ภัยต่างๆ มันไม่ยุติธรรมเลยใช่มั้ยล่ะ — และเธอพึ่งเข้าใจเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองว่า คริสเตียน ไม่ใช่เเค่คนที่เชื่อพระเจ้า แต่เชื่อในการตายแล้วฟื้นของพระเยซูเพื่อ ‘ช่วย’ คนอย่่างเธอ เอาล่ะ ต่อจากนี้มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมจริงๆแล้ว

เพราะชีวิตต่อจากนี้ มันไม่ใช่เรื่องของกฏแห่งความดีหรือกฏแห่งกรรม


อ๋อ แน่นอนว่า ที่ผ่านมาเธอรู้จักพระเยซู เธออ่านเรื่องของพระเยซูซ้ำๆ จากไบเบิ้ลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
ระยะเวลากว่า 20 ปี มากพอที่จะให้เรื่องนี้ฝังเข้าไปในหัว

เธอจึงไม่แน่ใจว่าเธอเชื่อพระเยซูหรือเปล่า
เพราะเธออาจจะแค่ ‘รู้เรื่อง’ แต่ไม่รู้จัก

พระเยซู เป็นเพียงตัวอักษรที่ถูกบรรจุไว้ในหนังสือโบราณที่ถูกบันทึกไว้นานนับพันปีหรือเปล่า?

หรือพระเยซูคือบุคคลที่มีตัวตนขึ้นจริงๆ
เกิด และ ตาย อย่างเจ็บปวด
เพื่อเธอจริงๆ 

ชีวิตที่รู้จักแต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
ก็เป็นแค่เปลือกนอก เปลือกที่สักวันจะสลายไป
และเปิดเผยเนื้อในที่แท้จริงออกมา
เธอพบว่าตัวเธอกับพระเยซูเป็นแบบนั้น ...
เธอเหมือนเด็กที่เรียกร้องขอสิ่งต่างๆจากพ่อ (พระเจ้า)
แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ ไม่เคยนึกถึงใจ ไม่เคยใส่ใจ ผู้เป็นพ่อเลย — เธอนึกถึงแต่ตัวเอง อย่างเห็นแก่ตัว

เธอรู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจ
ที่ฝักใฝ่หาแต่สิ่งที่สักวันหนึ่งก็กลายเป็นหยากเหยื่อ
สูญสลายและว่างเปล่า



ในวันที่เธอพบว่า ชีวิตของเธอ
ไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือความชื่นอกชื่นใจ
ในสิ่งที่มี เธออยู่ในจุดที่พร้อมจะตายจากไปทุกเมื่อ

เธอพบว่าเธอกำลังทำชีวิตตัวเองพังทลาย
เธอกำลังปล่อยให้รากแหลมแทงทะลุลึกเข้ามาในชีวิตที่เดิมทีก็เปราะปรางและอ่อนแอพร้อมจะล้มครืนลงมาเต็มทีอยู่แล้ว

ที่ผ่านเธอแอบซ่อนตัวอยู่แต่ในความสมบูรณ์แบบที่จะชดเชยสารพัดจุดของชีวิตที่ขาดหายไป คุณอ่านไม่ผิดหรอกที่ใช้คำว่า ‘ซ่อนตัว’ เธอซ่อนตัวจากการยอมรับความล้มเหลวของพ่อแม่ไม่ได้ไงล่ะ เธอยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลีกหนีที่จะเผชิญและกำลังปกปิดมัน ความสมบูรณ์แบบคือความปลอดภัยเดียวที่จะทำให้คนเลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเธอ — เพราะถ้าเธอดูปกติดี ดูเหมือนไม่เป็นอะไร ก็จะไม่มีใคร ว่าวุ่นวายเซ้าซี้หรือถามอะไรเธออีก 

แต่นั่นมันงี่เง่าสิ้นดี

ดูเหมือนชีวิตมันจะยุ่งเหยิงขั้นสุดขีด
และไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

เธอตัดสินใจ โกยเศษความคิดที่แตกละเอียดเมื่อสักครู่ลงในถังขยะ — เอาเป็นว่า ชีวิตที่ต้องพึ่งพระเยซูหน่ะ
คือชีวิตที่ใช้ความรู้ ความสามารถไม่ได้

ตอนนี้เธอเหลือแค่ชีวิตเปล่าๆแล้ว
เธอเหมือนคนที่ตายไปแล้ว ทั้งๆที่ยังหายใจอยู่
กล้ามเนื้อปอดและหัวใจทำงานประสานกัน
ผลักดันให้ส่วนอื่นๆ ของร่างกายขยับเขยื่อนเคลื่อนไหว

แต่ใจและวิญญาณของเธอ จวนจะสูญสลาย

เธอตัดสินใจบอกกับพระเยซูว่า
‘เธอต้องการให้พระเยซูช่วย’

คำอธิษฐานพร้อมน้ำตา ที่เธอแทบจะไม่เคยเอ่ยมันออกมา คำพูดที่ต่างจากบทสวดภาวนาและครั้งนี้มันคือการอ้อนวอนสุดใจ ถ้าหากเธอยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ต่อจากนี้ ขอพระเยซูช่วยเธอ ช่วยให้เธอได้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าและความหมาย การตายของพระเยซูที่ตายเพื่อเธอ จะช่วยให้เธอหลุดพ้นได้ไหม

ช่วยสร้างเธอขึ้นใหม่
ช่วยถอนรากถอนโคนรากทุกรากที่ชอนไชเข้ามา


เธอยอมแล้ว — ยอมที่จะทุบทำลายบ้านหลังเก่า
และลงมือสร้างบ้านหลังใหม่กับพระองค์


ตอนนี้

“As a result, Jesus became the person who can save everyone who obeys him. Because of Jesus, God forgives their sins for ever.”
‭‭Hebrews‬ ‭5:9‬ ‭EASY‬‬


เธอคิดขึ้นมาว่า :
ถ้าหากกิ่งก้านแผ่ขยายไปตามการเคลื่อนตัวของราก
ยิ่งรากแผ่ไปไกลสักเท่าใด กิ่งก็จะยื่นขยายไปตามนั้น
ชีวิตที่เพาะเมล็ดพันธุ์ผิดชนิด ก็อาจจะเป็นพิษได้
หากปล่อยให้มันเติบโต ก็ยิ่งบ่อนทำลาย

ตอนนี้พันธุ์ไม้ชนิดเดียวที่เธอต้องการปลูกลงไปใหม่
คือเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความหวัง ความเชื่อ ในพระเยซูคริสต์ ที่เป็นชีวิตของเธอ 

พระองค์ตายเพื่อเธอ
เเละเธอขอให้พระองค์ช่วยทำลายรากเหง้าที่เป็นพิษของเธอ แล้วปลูกชีวิตของพระองค์ลงในชีวิตของเธอ ชีวิตที่งอกงามเติบโต ไม่หวั่นไหวต่อลม พายุ ราวกับสนสีดาร์ที่อดทนต่อแวดล้อมทุกรูปแบบ และไม่แปรเปลี่ยนสีของใบนั้น 

[ ครั้งหน้าผมให้คุณเป็นคนนัดเองแล้วกันนะครับ 
คิดว่ารอบนี้อาจจะต้องใช้เวลา เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ภายในด้วยตัวเอง ถ้าหากรู้สึกไม่โอเคหรือไม่ไหว ผมอนุญาตให้คุณโทรหา หรือส่งข้อความมาได้ทุกเมื่อ ]

หญิงสาวดันเก้าอี้ออกและจากลุกขึ้นจากมา
ทุกครั้งที่ไปใช้เวลากับผู้ให้คำปรึกษา เธอจะสูญเสียพลังงานไปมาก นี่ผ่านมาจะสองเดือนแล้ว
การพูดคุยในระยะเวลา เกือบ 2 ชั่วโมงนั้น ยังคงปลุกปั่นทำงานอยู่ภายในเธอ

ผลักดันให้เธอ รื้อ ทุบ ทิ้ง สร้าง สิ่งที่อยู่ภายใน วันแล้ววันเล่า — เธอเหนื่อยกับชีวิตเหลือเกิน หลายครั้งที่ท้อแท้ อยากเลิกแล้ว อยากพอแล้ว กับชีวิตนี้

แต่ต่อจากนี้ชีวิตที่มีพระเยซู คงจะไม่โดดเดี่ยวและสูญเปล่าอีกแล้ว ไม่ต้องสู้เพียงลำอีกแล้ว

เพราะฉะนั้น ต่อจากนี้
หากมีใครตีตรากล่าวหาว่าเธอไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้
เธอจะไม่รู้สึกเสียใจอีก หรือเจ็บปวดใดใดอีก เพราะเธอย้ำรู้ในตัวเองว่า เธอกำลังเดินไปกับพระเยซู
และพระองค์กำลังสร้างเธอขึ้นใหม่ 
สร้างเธอขึ้นใหม่ ทุกวัน

Sorry,Under Construction with Jesus Christ

💫










SHARE
Writer
PANPANMEME
extraordinary,honey skin☽
christian journal part time designer ; full time dreamer ทำคอนเทนต์ลงยูทูปชาแนล : Panpanmeme ᴥ • Audiobook + Review : จงมีใจที่แกร่งและหัวใจที่อ่อนโยน— สันติวิธีของ ดร. มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ • Review + ชวนคุย : ตอบ 12 คำถามยากๆ • eight eight eight (not) enough • และคลิปแมวหนวดที่เราสนิทด้วยที่สุดในโลก ถึงเรายังเป็นมนุษย์อ่อนแอธรรมดาๆคนนึง แต่ก็อยากมีส่วนเป็นความแข็งแรงของโลกใบนี้ 🌻 : —)

Comments