คนวิกล
ข้าพึ่งกลับมาจากการแจวเรือที่แสนเหน็ดเหนื่อย ในขณะที่กำลังท่อเรือไม้เก่าๆเขาฝั่ง ข้าก็เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่ที่ปลายท่าน้ำ ข้าหยุดเรือแล้วมองไปที่เขา เขาหันกลับมามองข้า แล้วก็หันกลับไปมองสายหมอกตามเดิม ข้าจึงหันไปตาม ไม่มีอะไร ก็แค่หมอกสีขาวที่ไหลเอื่อยๆบนน้ำสีดำ ข้าจึงหันกลับไปมองเขาอีกที่ เขาก็หันมามองข้าเช่นกัน แล้วหันไปมองที่แม่น้ำต่อ

‘เจ้านี้คงสติไม่ดีแน่ๆ’ เขาคิดในใจพลางเอาเรือเทียบข้างๆเขา “จะข้ามไปไหม?” ข้าถาม

ดวงวิญญาณบางดวงที่ฝั่งหันมามอง ข้าทิ้งเจ้าพวกนั้นไว้หลายปี บางตนเป็นร้อยๆปีก็ยังไม่ได้ข้าม ทำไมน่ะหรือ? ข้าก็ไม่รู้ ข้าแค่ไม่อยากพาพวกมันข้ามไปก็เท่านั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกมันเคยรวมตัวกันประท้วงข้า พวกมันบอกว่าข้าไม่ยุติธรรม พาคนข้ามตามใจ ก็ใช่ นี้มันเรือของข้า ข้าจะพาใครข้ามมันก็เรื่องของข้า วันนั้นข้าจึงจัดการพวกมัน จนทุกวันนี้ไม่มีวิญญาณตัวไหนกล้าหือกับข้าอีกเลย

เจ้านั้นไม่ตอบ ได้แต่มองไปสุดสายตา ดูท่าน่าจะคุยไม่รู้เรื่อง ข้าจึงจอดเรือ ขณะที่ข้ากำลังจะก้าวเท้าลงจากเรือ เขาก็พูดขั้น

“อีกฝั่งมีอะไร?”

ข้าพังคำถามนี้มาครั้งที่ล้านได้แล้วมั่ง

“ไม่ต้องบอกหรอก” เขาพูดขัดขึ้น

‘ใช่ ข้าไม่คิดจะบอกเจ้าอยู่แล้ว’ เขาคิดในใจ “แล้วจะไปรึเปล่า?” น้ำเสียงข้าเริ่มหงุดหงิด

“ถ้าไปแล้วจะไม่ได้กลับมาอีกใช่ไหม?” เขาถามต่อ

ข้าพยักหน้าตอบช้าๆ

“อืม...ไปเลยก็ได้ ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว” เขาบอก

อ่า เจ้านี้ช่างไม่รู้ค่าของการรอคอยเสียเลย ข้าน่าจะทิ้งให้มันนั่งเฝ้าท่าน้ำนี้อีกสัก 50 ปี แต่ช่างปะไร ข้าเองก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน

ข้าบอกให้เขาขึ้นเรือ เขายื่นเศษเหรียญถูกๆให้ข้าไม่กี่เหรียญ ข้ารับมันไว้ ข้าไม่ได้ยืดติดกับมูลค่าหรือจำนวนของเหรียญหรอก เพราะข้าเองก็ไม่ได้นำมันไปทำอะไรอยู่แล้ว

เขาขึ้นมายืนบนเรืออย่างทะมัดทะแมง

“นั่งลงเถอะ เดี๋ยวพลัดตกหรอก” ข้าเตือน

“ไม่เป็นไรหรอก ยืนเห็นชัดกว่าเยอะ” เขาตอบ

ตามใจ ถึงตกไปก็ไม่ใช่เรื่องของข้าอยู่ดี หากมีใครตกลงไปในน้ำนี้ไม่ว่าจะว่ายไปทิศทางไหนสุดท้ายก็จะกลับไปขึ้นฝั่งที่เดิม เรือของข้าจึงเป็นทางเดียวที่จะข้ามไปได้

“ที่นี้สวยดีนะ ว่าไหม?” เขาพูดขึ้นมา

โอเค เจ้านี้ต้องเป็นคนวิกลแน่ๆ ไม่มีใครมองที่อัปลักษณ์นี้ว่าสวยหรอก

“ฉันเห็นโลกมามากมายหลายที่แล้ว แต่ไม่เคยเห็นที่ที่สวยอย่างนี้เลยสักครั้ง” เขายังคงสาธยายต่อ

“มีแต่คนไม่ชอบที่นี้” ข้าตัดบท

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “งั้นเหรอ” เขาพูดเสียงเศร้า “น่าสงสารพวกเขา”

“ทำไมเหรอ?” ข้าถามด้วยความสงสัย

“เขาคงเป็นคนที่ไม่ชอบชีวิตตัวเองแน่เลย” เขาหันมาตอบ

ข้าพายช้าลง

“ข้าไม่เข้าใจ”

“นี้เป็นโลกแห่งความตาย มันคือที่ที่ทุกคนต้องพบเจอ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หากเราไม่ชอบมัน เท่ากับว่าเราไม่ชอบชีวิตตัวเอง” เขาอธิบาย

“อืม น่าสนใจ” ข้าเอ่ยช้าๆ

เรือค่อยๆเทียบท่า เขาไม่ได้ล่ำลา พอลงจากเรือก็รีบเดินหายไปในหมอก เป็นอีกวันที่ข้าเจอคนพิลึก แต่สิ่งที่เขาพูดน่าสนใจไม่น้อย หากเราปฏิเสธสิ่งที่เราไม่ชอบ เท่ากับว่าเราปฏิเสธชีวิตของตน น่าสนใจไม่น้อย เขาอาจจะไม่ใช่คนไม่เต็มบาทอย่างที่ข้าคิด บางทีอาจจะเป็นคนที่รังเกียจชีวิตต่างหาก ที่เป็นคนวิกลซ่ะเอง

SHARE
Written in this book
บันทึกของคนแจวเรือ
ข้าเคยเห็นคนมากมายหลายล้าน ในแม่น้ำสายเล็กๆแห่งนี้ เห็นผู้ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า เห็นคนไม่มีค่าเยี่ยงธุลีดิน เห็นคนฉลาดล้ำโลก เห็นคนโง่เขลาเบาปัญญา เห็นคนทุกชนิดทุกรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยที่นี้ ข้ามแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำแห่งความตาย ข้าคือคนแจวเรือ ผู้พาดวงวิญญาณทั้งหลายข้ามแม่น้ำสายนี้ นี้คือบันทึกของข้าและเรื่องราวของมนุษย์ที่ข้าเคยพบพาน
Writer
Windtle
Warlus
See how they FLY

Comments